ประชาชาติธุรกิจ
เกาะกระแสโลก

วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2557

ส่องโอกาสลงทุนลาว เรียนรู้อุปสรรค เบิกทางความสำเร็จ

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 06 ส.ค. 2556 เวลา 17:00:05 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"สาทาละนะลัด ปะชาทิปะไต ปะชาชนลาว" หรือ สปป.ลาว หนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านใกล้ชิดทั้งด้านวัฒนธรรมและภาษา ตลอดพรมแดนที่ติดกันกว่า 1,800 กิโลเมตร ที่เพียบพร้อมไปศักยภาพการค้าชายแดนระหว่างทั้งสองชาติ และเต็มเปี่ยมไปโอกาสทองทางธุรกิจอื่น ๆ แต่แม้ไทยและลาวจะมีความคล้ายคลึงในหลาย ๆ ด้าน แต่ก็ยังมีข้ออุปสรรคอยู่หลายอย่างที่นักลงทุนไทยควรศึกษา



ดร.นาม วิยะเกด รัฐมนตรีการค้าและอุตสาหกรรมของ สปป.ลาว ได้กล่าวว่า ที่ผ่านมานักลงทุนเข้ามาในลาวเพิ่มมากขึ้น และส่วนใหญ่จะเป็นนักลงทุนจากจีนและเวียดนาม ทั้งนี้ทางรัฐบาลลาวมีการส่งเสริมการลงทุนในด้านพลังงานไฟฟ้า เหมืองแร่ การเกษตร รวมไปถึงอุตสาหกรรมการเกษตรฝั่งลาวยังได้ชี้ช่องว่า ไทยกับลาวมีโอกาสที่จะร่วมมือกันในธุรกิจด้านการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตร ซึ่งลาวมองว่าไทยมีศักยภาพทั้งด้านการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ซึ่งการเกษตรของลาวยังไม่ค่อยมีการพัฒนา ในปัจจุบันมีบริษัทซีพีได้นำเทคโนโลยีการเกษตรเข้ามาช่วยพัฒนาการเกษตรลาว

ทั้งนี้ มีการนำเสนอนวัตกรรมการลงทุนในลาว ซึ่งหมายถึงมุมมองใหม่ต่อการลงทุนไทย-ลาว ที่เป็นลักษณะได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย (Win-Win Strategy) อย่างไทยอยากเป็นครัวโลก ก็สามารถใช้ผลผลิตทางเกษตรกรรมของลาวร่วมด้วย ไทยต้องการพลังงานไฟฟ้าจากลาว โดยภาพการมีส่วนร่วมระหว่างชาวลาว นักลงทุน และรัฐบาล อย่างการอบรมจากซีพีแก่ชาวบ้านในเรื่องการทำคอนแทร็กต์ฟาร์มมิ่ง ซึ่งรัฐบาลลาวก็ที่ได้มีแนวทางสนับสนุนการลงทุน พร้อมกับได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิตในประเทศ ตลอดจนตัวของซีพีในฐานะนักลงทุนที่ได้ประโยชน์

นอกจากนี้ทาง สปป.ลาวก็มีความพยายามในการแก้ไขกฎระเบียบต่าง ๆ ที่มีปัญหาต่อการนำเข้า อย่างการกักกันพืชและสัตว์ ทั้งนี้ ภาคเอกชนจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการเสนอปัญหา อุปสรรคในการดำเนินธุรกิจให้กับรัฐบาลลาวและไทยได้แก้ไขต่อไป

รัฐบาลของ สปป.ลาวได้สะท้อนความตั้งใจจริงที่จะเชิญนักลงทุนเข้ามาในประเทศเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนลาว อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคด้านลงทุนอยู่หลายประการ ทั้งความไม่แน่นอนทางกฎหมาย และรวมไปถึงเรื่องวัฒนธรรมที่ดูเหมือนแต่แตกต่าง

นายพิษณุ จันทร์วิทัน
เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศลาว กล่าวถึงอุปสรรคสำคัญต่อการลงทุนว่า คนไทยมักเข้าใจผิดว่าคนไทยเข้าใจคนลาวอย่างถ่องแท้ ซึ่งความเป็นจริงแล้วไม่ใช่ แม้ว่าวัฒนธรรมของ 2 ประเทศจะจะใกล้ชิดกัน แต่ก็ยังคงความแตกต่างกันอยู่ รวมไปถึงด้านกฎหมายที่คนไทยหลายคนที่เดินทางไปยัง สปป.ลาวมักเข้าใจว่า กฎหมายไทยกับลาวเหมือนกัน แต่โดยเนื้อแท้แล้ว กฎหมายลาวมีลักษณะที่ผูกโยงกับประเพณี วัฒนธรรมอยู่ ซึ่งท่านทูตได้ยกตัวอย่างว่า ชายหญิงอยู่กินฉันสามีภรรยาโดยไม่ได้แต่งงานกันจะถูกจับจำคุก

ทันที ภายใต้ข้อหาที่เรียกว่า "ลักสร้างครอบครัว" ซึ่งเป็นการขัดต่อศีลธรรมของคนใน สปป.ลาว ดังนั้นหากนักลงทุนสนใจลาว จะต้องศึกษาข้อกฎหมายของลาวด้วย

อีกทั้งกฎหมายด้านการลงทุนที่ลาวมีการเปลี่ยนแปลงมาโดยตลอด ทูตพิษณุย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงกฎหมายการลงทุนของลาวที่มีอยู่ตลอด เป็นไปเพื่อตอบสนองการปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์โลก และมีความเป็นสากลมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลาในถึง 15 ปี ปรับกฎหมายให้เข้ากับกฎขององค์การการค้าโลก (WTO) ที่ลาวได้เข้ามาเป็นสมาชิกเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556

ดังนั้นการแก้ไขระบบระเบียบต่าง ๆ ของ สปป.ลาว นักลงทุนไทยที่สนใจประเทศเพื่อนบ้านแห่งนี้จะต้องทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ซึ่งทูตพิษณุได้แนะแนวทางการลงทุนลาวว่า ก่อนลงทุนต้องศึกษาสังคม วัฒนธรรม รวมไปถึงศึกษากฎระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ และอย่าคิดว่ากฎหมายลาวเหมือนกับไทย และท้ายสุดต้องศึกษาตลาดอย่างถ่องแท้ โดยการศึกษาความเป็นอยู่ รวมถึงการสำรวจตลาดด้วยตัวเอง

ที่ผ่านมาไทยครองอันดับหนึ่งในด้านการลงทุนในลาว แต่ปัจจุบันจีนและเวียดนามขึ้นแซงหน้าไทยไปตามลำดับ ถึงอย่างไรก็ตาม ทูตพิษณุกล่าวว่า อย่าใช้มูลค่าการลงทุนไทย-ลาวเป็นเครื่องชี้วัด เพราะการลงทุนในลาวของไทยเป็นการลงทุนเชิงคุณภาพ ไม่ใช่เชิงปริมาณ โดยสินค้าและการบริการจากไทยยังคงเป็นที่นิยมของชาวลาว เนื่องจากคุณภาพและประสิทธิภาพสูงกว่าประเทศคู่แข่ง

ส่วนในด้านความพร้อมต่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของลาว ท่านทูตมองว่า ลาวมีความพร้อมมาก ไม่ว่าจะเป็นการปรับกฏหมายหลายฉบับให้มีความเป็นสากลมากขึ้น อีกทั้งยังมีการแสดงศักยภาพใหญ่ๆอย่างการจัดประชุมระดับยักษ์อย่างการประชุมเอเชีย-ยุโรป หรือ ASEM ที่นครหลวงเวียงจันทน์ เมื่อ ปี 2555 ที่ผ่านมา แต่ สปป.ลาวยังเหลือสินค้าอีกหลายชนิดที่ต้องลดภาษีตามพันธสัญญาก่อนเปิด เออีซีในปลายปี 2558นี้

ด้าน นางพิมล ปงกองแก้ว อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ประเทศไทย ประจำ สปป.ลาว ได้เน้นย้ำว่า การลงทุนในลาว นักธุรกิจจะต้องหาข้อมูลเบื้องต้นของลาว ศึกษากฎระเบียบต่าง ๆ การเรียนรู้กับรุ่นพี่ในสภาธุรกิจไทย-ลาวก็มีส่วนช่วยอย่างมาก และอยากให้นักธุรกิจเข้าลงทุนสู่ตลาดอย่างจริงจัง พร้อมกับให้ความเสมอภาค รวมไปถึงศึกษาวัฒนธรรม สังคม และข้อห้ามต่าง ๆ ในการทำธุรกิจแต่ละประเทศ

ท่านทูตพานิชย์ยังเสริมว่า การลงทุนในด้านการผลิตเพื่อส่งออกจากลาวจะเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนไทยทั้งสิ้น เนื่องจาก ลาวยังได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรหรือ GSP จากตลาดอียูและสหรัฐอยู่ ส่วนด้านอุปสรรค แม้ว่าลาวจะมีการเปลี่ยนกฎหมายบ่อย แต่นางพิมลกล่าวว่า เป็นการปรับกฎหมายเพื่อสอดคล้องกับเออีซี อีกทั้งลาวก็มีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศ CLMV

ทั้งนี้ การลงทุนสำคัญในลาวที่ท่านทูตพานิชย์เน้นย้ำที่สุด คือ ไม่อยากให้นักธุรกิจไทยนำสินค้าไม่มีคุณภาพเข้ามาขาย มิเช่นนั้นชื่อเสียงของสินค้าไทยที่มีคุณภาพจะถูกทำลายทั้งหมด และหากนักลงทุนจะมาค้าขายในลาว คุณควรมาในรูปของสมาคม ไม่ใช่ต่างคนต่างมา และควรศึกษาตลาดให้ถ่องแท้ก่อน หรือไม่ก็ผ่านทางสภาธุรกิจไทย-ลาว

ส่วนความคิดเห้นจากด้าน ดร.กิแก้ว จันทะบุลี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป.ลาว ที่ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงกฏหมายในลาวเกิดขึ้นมาตลอด โดยกฏหมายการลงทุนฉบับแรกของลาวเกิดขึ้นในปี 2532 ซึ่งให้สิทธิพิเศษกับนักลงทุนต่างประเทศ มากกว่านักลงทุนลาว อย่างการนำเข้าที่ชาวต่างชาติจะได้รับยกเว้นภาษีอากร

การแก้ไขกฎหมายฉบับครั้งล่าสุดเมื่อปี 2552 รัฐบาล สปป.ลาวให้ความสำคัญอย่างมากกับอุตสาหกรรม การศึกษา และสาธารณสุข ซึ่งนวัตกรรมใหม่เกี่ยวกับการลงทุนใน สปป.ลาว นักลงทุนต้องเข้าใจถึงข้อกฎหมายและระเบียบต่างๆ ว่าให้ประโยชน์เท่าใด

ทั้งนี้ สปป.ลาวก็มีขบวนการบูรณาการเศรษฐกิจตัวเองให้เข้ากับกรอบการค้าเสรีสากลต่างๆ โดยมีการปรับปรุงกฏระเบียบการลงทุนต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานโลกมากขึ้น สะท้อนว่าลาวก็มีความพร้อมที่จะสลัดความล้าหลังเพื่อความยั่งยืนของประเทศต่อไป