ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2557

TK park สร้างประวัติศาสตร์การอ่านของเด็กไทย ครอบคลุมนักเรียนกว่า 800,000 คนทั่วประเทศ

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 13 ส.ค. 2556 เวลา 10:15:11 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

TK park สร้างประวัติศาสตร์การอ่านของเด็กไทยเผยโครงการ Read Thailand : อ่านเถิด...เด็กไทย อ่านถวายเจ้าฟ้านักอ่าน ครอบคลุมนักเรียนกว่า 800,000 คนทั่วประเทศ!!!

สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (สอร.) หรือ TK park สรุปยอดจำนวนโรงเรียน ที่สมัครเข้าร่วมโครงการ “Read Thailand : อ่านเถิด...เด็กไทย อ่านถวายเจ้าฟ้านักอ่าน” รวมจำนวนทั้งสิ้น 3,570 โรงเรียนทั่วประเทศ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือสมัครมากสุด ตามด้วยภาคกลาง ใต้ ตะวันออก เหนือ และตะวันตก โดยโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ทำสถิติสมัครเข้าร่วมโครงการสูงสุดกว่า 3,200 โรง และที่ชื่นชม คือ โรงเรียนในสังกัด ตชด.เข้าร่วมด้วยอีก 12 โรงเรียน

ดร.สิริกร มณีรินทร์ ประธานคณะอนุกรรมการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (สอร.) และกรรมการบริหารสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (สอร.) หรือ TK park ได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดทำโครงการ “Read Thailand : อ่านเถิด...เด็กไทย อ่านถวายเจ้าฟ้านักอ่าน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสที่จะทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษาในปี 2558 โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้ ของนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนทุกสังกัดทั่วประเทศ โดยใช้กระบวนการประกวดเป็นการสร้างแรงจูงใจให้โรงเรียนต่าง ๆ เกิดความตื่นตัวในการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน และการเรียนรู้ในกลุ่มเด็กนักเรียนช่วงอายุ 9-12 ปี ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“จากการเปิดรับสมัครโรงเรียนเข้าร่วมโครงการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2556 ถึงปิดรับสมัคร มีโรงเรียนในทุกสังกัดสมัครเข้าร่วมโครงการดังกล่าว รวมจำนวนทั้งสิ้น 3,570 โรงเรียน ครอบคลุมเด็กนักเรียนกว่า 99,871 คน ที่เป็นนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งเป็นผู้เข้าร่วมโครงการโดยตรง และครอบคลุมนักเรียนกว่า 820,593 คน ที่จะได้รับการสร้างนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้ร่วมไปกับการประกวดในครั้งนี้

โดยจำนวนโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วมโครงการจำแนกตามสังกัด คือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 3,291 โรง, สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) จำนวน 99 โรงเรียน, กรุงเทพมหานคร (กทม.) จำนวน 91 โรง, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล/อบจ./อบต.) จำนวน 45 โรง, สังกัดสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) จำนวน 29 โรง, ตำรวจตะเวนชายแดน (ตชด.) จำนวน 12 โรง และสำนักงานการอุดมศึกษา (สกอ.)จำนวน 3 โรง

ทั้งนี้ การประกวดได้แบ่งโรงเรียนออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ขนาดเล็ก มีนักเรียนไม่เกิน 150 คน ขนาดกลาง มีนักเรียน 150-300 คน และขนาดใหญ่ มีนักเรียน 300 คนขึ้นไป โดยแต่ละประเภทมีจำนวนการสมัครเข้าร่วมโครงการดังนี้ โรงเรียนขนาดเล็ก 1,980 โรง  โรงเรียนขนาดกลาง 882 โรง และโรงเรียนขนาดใหญ่ 708 โรง และหากจำแนกตามภูมิภาค พบว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือสมัครเข้าร่วมมากสุดถึง 1,279  โรง”

สำหรับการตัดสินแบ่งเป็น 4 ระดับ โดยแยกตามขนาดกลุ่มของโรงเรียน เริ่มจากระดับเขต (สพป.), ระดับจังหวัด, ระดับเขตตรวจราชการ และสุดท้ายการตัดสินในระดับประเทศ ทางคณะกรรมการจะคัดเลือกมากลุ่มละ 13 โรงเรียน  (ขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก) รวม 39 โรงเรียน และนำผลงานการส่งเสริมการอ่านของ 39 โรงเรียนมาจัดแสดงนิทรรศการที่สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ หรือ TK park เพื่อให้คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณาคัดเลือกหา “สุดยอดโรงเรียนรักการอ่าน” กลุ่มละ 3 รางวัล โดยโรงเรียนที่ได้รับรางวัลที่ 1 เป็นสุดยอดโรงเรียนรักการอ่าน จะได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ในต่างประเทศ สำหรับรางวัลที่ 2 รับถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และที่ 3 รับถ้วยรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นอกจากนี้ยังมีเกียรติบัตร  ป้ายประกาศและเงินรางวัลมอบให้กับโรงเรียน