ประชาชาติธุรกิจ
เอชอาร์-ซีเอสอาร์-การศึกษา

วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อาสาสมัคร...เรือโลโกส โฮป เรียนรู้จากประสบการณ์นอกห้องเรียน

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 22 ส.ค. 2556 เวลา 13:57:41 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ถ้ามองอย่างไม่คิดอะไร เรือหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีชื่อว่า โลโกส โฮป (Logos Hope) อาจเป็นเหมือนเรือสำราญธรรมดา ที่ล่องไปยังประเทศต่าง ๆโดยมีหนังสือวางจำหน่ายให้แก่เหล่าบรรดาหนอนหนังสือได้เลือกหาซื้ออ่าน

แต่ในความเป็นจริง เรือโลโกส โฮป เป็นเรือของ GBA Ships องค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหาผลกำไรของประเทศเยอรมนีลำนี้เป็นลำที่สองและเรือโลโกส โฮป มีอายุกว่า 40 ปี

เดินทางไปประเทศต่าง ๆ มาแล้วกว่า 160 ประเทศทั่วโลก มีผู้เข้าเยี่ยมชม และซื้อหนังสือมากกว่า 40 ล้านคนทั่วโลก ขณะนี้จอดสงบนิ่งบริเวณท่าเรือน้ำลึกอ่าวมะขาม จ.ภูเก็ต เป็นเวลา 10 วัน

เพื่อรอคอยให้เยาวชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ทางภาคใต้ของประเทศเข้าเยี่ยมชม และเลือกซื้อหนังสือ รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่มาเที่ยวทะเลแถบชายฝั่งอันดามันด้วย



"ลอยด์ นิโคลาส" ผู้อำนวยการเรือโลโกส โฮป เล่าให้ฟังว่า เรือลำนี้มีลูกเรือที่เป็นอาสาสมัครทั้งหมด 400 กว่าคน จากทั้งหมด 50-60 ชาติทั่วโลก

"ในส่วนของประเทศไทยมีอาสาสมัครเข้าร่วม 5 คน แต่ละคนจะต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกใน GBA Ships ของแต่ละประเทศสมาชิก และทุกคนจะนับถือศาสนาคริสต์"

"แต่ละคนจะมีความถนัดแตกต่างกันไป อย่างอาสาสมัครบางคนจะเข้ามาช่วยเป็นเจ้าหน้าที่วิศวกรรม, ช่างซ่อมบำรุง, งานเดินระบบ, ช่างไม้, บรรณารักษ์, พ่อครัว และพนักงานทำความสะอาด"

"ขณะที่อาสาสมัครอีกบางส่วนจะมีความถนัดทางด้านสาธารณสุขชุมชน, การแพทย์ และพยาบาล หรือบางคนถนัดทางด้านมวลชนสัมพันธ์, สอนหนังสือ, เล่านิทาน เราก็เอาความถนัดเหล่านี้มากองรวมกัน พอเรือไปจอดเทียบท่าที่ประเทศไหน นอกจากเราจะมีกิจกรรมบนเรือ เพื่อแนะนำร้านหนังสือลอยน้ำแล้ว เรายังมีอาสาสมัครอีกบางส่วนลงพื้นที่ช่วยเหลือชุมชนในแต่ละประเทศด้วย"

"บางกลุ่มออกไปตรวจสุขภาพฟัน, ตรวจวัดความดัน หรือตรวจวัดสายตาบ้าง ซึ่งแต่ละชุมชนของแต่ละประเทศที่เราเข้าไป ให้การต้อนรับดีมาก จนทำให้อาสาสมัครทุกคนต่างประจักษ์ชัดว่า บนโลกใบนี้

ยังมีคนอีกมากมายที่รอคอยให้คนมาช่วยเหลือ"

นอกจากนั้น "ลอยด์ นิโคลาส" ยังเล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของหนังสือต่าง ๆ ที่อยู่บนเรือลำนี้ คือหนังสือส่วนใหญ่เราจะซื้อมาจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ก็มาจากสหรัฐอเมริกาบ้าง อังกฤษบ้าง นอกเหนือจากนั้นก็มาจากฟิลิปินส์ และอินเดีย

"เราซื้อมาค่อนข้างถูก ครอบคลุมทั้งหมวดวิทยาศาสตร์, กีฬา, งานอดิเรก, ชีวิตครอบครัว, การทำอาหาร รวมถึงหนังสือเด็ก ๆ อย่างนิทาน, ตำราเรียน, พจนานุกรม, วรรณกรรมเยาวชน และแผนที่ประเทศต่างๆ รวมถึงสื่อการเรียนรู้อีกหลากหลายชนิด ตรงนี้จึงเป็นคำตอบว่าทำไมเราถึงขายถูก และเรตราคาขายของแต่ละประเทศจะเท่ากันทั้งหมด"

ถึงตรงนี้ "ลอยด์ นิโคลาส" เล่าให้ฟังเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรับสมัครอาสาสมัครว่า หลังจากอาสาสมัครผ่านการทดสอบความรู้ และด้านอื่น ๆ เรียบร้อยแล้ว

"อาสาสมัครทุกคนจะต้องผ่านการฝึกอบรมในด้านต่าง ๆ เพราะทุกคนที่อยู่รวมกันมีวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนมีความศรัทธาในพระเยซูคริสต์เหมือนกันทุกคน ตรงนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้ทุกคนมีความรัก และความศรัทธาในสิ่งที่ตัวเองทำ แต่ผมก็ยอมรับว่า ทุกที่ย่อมมีปัญหาอยู่บ้าง แต่เราก็พร้อมที่จะเรียนรู้กับคำว่าอภัย จึงทำให้เรา

ทุกคนอยู่ที่นี่อย่างมีความสุข"

อีกอย่างหนึ่ง อาสาสมัครทุกคนไม่มีเงินเดือน หรือรายได้ ตรงกันข้าม เขาจะต้องจ่ายเงินให้กับเราด้วย อย่างอาสาสมัครของประเทศไทย เดือนหนึ่งตก 2 หมื่นบาท 2 ปี ก็ราว 4 แสน 8 หมื่นบาท ถ้าเป็นอาสาสมัคร

ที่มาจากสหรัฐอเมริกา ยุโรป หรือเอเชียบางประเทศ สัดส่วนเงินที่จ่ายจะสูงตามไปด้วย เพราะเราพิจารณาจากค่าเงินของแต่ละประเทศ"

ถามว่า ทำไมถึงต้องจ่ายเงิน ?

"ลอยด์ นิโคลาส" บอกว่า เพราะเราเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร รายได้จึงมีอยู่ 3 ทางหลัก ๆ คือรายได้จากร้านหนังสือ, รายได้จากอาสาสมัคร และรายได้จากเงินบริจาคถามว่า คุ้มไหม ?

"วาสนา บัวคำ" อาสาสมัครจากประเทศไทย เรียนจบสาขาการตลาด คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เคยทำงานด้านการตลาด บริษัท โอสถสภา จำกัด มาก่อน เธอบอกว่า...คุ้มเกินคุ้ม

"เพราะเรามีสปอนเซอร์สนับสนุนค่าใช้จ่าย อีกอย่างเรามองอนาคตออกว่า หากทำงานบริษัท โอกาสเติบโตในวิชาชีพจะไปอยู่ตรงไหน และที่สุดชีวิตจะกลายเป็นมนุษย์เงินเดือนโดยสมบูรณ์ แต่การที่เราเลือกมาเป็นอาสาสมัคร เรามีโอกาสเจอเพื่อนต่างชาติ เรามีโอกาสทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้กับชุมชนของแต่ละประเทศ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก

"อย่างงานที่รับผิดชอบบนเรือขณะนี้คือแผนกทำความสะอาด ก็ดูดฝุ่น ล้างห้องน้ำ นอกนั้นก็ไปช่วยสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็ก ๆ ในชุมชนต่างๆ รวมถึงเล่านิทานให้เด็ก ๆ ฟังด้วย ดิฉันจึงมองว่า ประสบการณ์จากการเป็นอาสาสมัครบนเรือโลโกส โฮป เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ทั้งยังทำให้เรารู้ด้วยตัวเองว่า บนโลกใบนี้มีคนมากมายที่รอเราเข้ามาช่วยเหลือ"

"ทุกครั้งที่ลงพื้นที่ทำกิจกรรมกับชุมชนต่าง ๆ เพื่อน ๆ ที่เป็นอาสาสมัครบางคนเขาก็เข้าไปช่วยตรวจสุขภาพฟันบ้าง ตรวจวัดสายตาบ้าง เพราะเขาเรียนทางด้านนี้ ส่วนบางคนก็ไปทาสี ซ่อมโรงเรียน ตกแต่งห้องสมุด เพื่อให้ดูน่าอ่าน ส่วนดิฉันก็เข้าไปช่วยเล่านิทาน หรือสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็ก ๆ" อันเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า

ทั้งยังเป็นประสบการณ์นอกห้องเรียน ซึ่งหาจากที่ไหนไม่ได้ ยิ่งเฉพาะกับเรือหนังสือลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก อย่างเรือโลโกส โฮปด้วยแล้ว ต้องถือว่าเป็นสิ่งล้ำค่าอย่างยิ่งสำหรับเยาวชนนานาชาติทั่วไปซึ่งไม่ธรรมดาเลย

 

 

 

 

 

ร่วมเป็นแฟนเพจเฟสบุ๊คกับประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/prachachat
หรือติดตามผ่านทวิตเตอร์ @prachachat