ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจภูมิภาค

วันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โมเดิร์นเทรดวัสดุฯอุดรธานีระอุ (8) ทุนท้องถิ่นปรับกลยุทธ์สู้ 5 บิ๊กแบรนด์

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 11 ก.ย. 2556 เวลา 11:41:21 น.

สดจากพื้นที่ เจาะ ศก. "ขอนแก่น-อุดรธานีฯ"

ธุรกิจโมเดิร์นเทรดวัสดุก่อสร้างตามหัวเมืองใหญ่ กำลังก้าวเข้าสู่ยุคการแข่งขันอย่างดุเดือดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากบรรดา "บิ๊กเพลเยอร์" ในพื้นที่ส่วนกลางแห่ขยายการลงทุนออกสู่จังหวัดในภูมิภาคของประเทศมากขึ้น "อุดรธานี" เป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่กลายเป็น"เดสติเนชั่น" ใหม่ในการเข้าไปลงทุนของกลุ่มทุนโมเดิร์นเทรดวัสดุก่อสร้างในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นไทวัสดุของตระกูลจิราธิวัฒน์, โฮมโปรของกลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์, โกลบอลเฮ้าส์ของกลุ่มเอสซีจีที่เปิดบริการไปแล้ว 1 สาขา ขณะที่ดูโฮมและโฮมฮับ กลุ่มทุนเมืองอุบลราชธานีก็เตรียมจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้

ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" ลงสำรวจความเคลื่อนไหวการลงทุนธุรกิจการค้าวัสดุก่อสร้างในจังหวัดอุดรธานี พบว่าในพื้นที่นี้มีโมเดิร์นเทรดวัสดุก่อสร้างรวมกันไม่ต่ำกว่า 14 แห่ง มีมูลค่าการลงทุนกว่า 5,667 ล้านบาท การลงทุนส่วนใหญ่จะปักหลักอยู่ในแนวถนนมิตรภาพ-ถนนบุญยาหาร (วงแหวนรอบเมือง) และถนนอุดร-หนองคาย



การลงทุนใหม่ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้จะมาจากผู้ประกอบการ 3 ค่ายหลัก ได้แก่ ค่ายโฮมฮับและดูโฮม กลุ่มทุนจากเมืองดอกบัว จ.อุบลราชธานี และค่ายสยามโกลบอลเฮ้าส์ในเครือเอสซีจี ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างสาขาโกลบอลเฮ้าส์แห่งที่ 2 อยู่ติดกับถนนมิตรภาพฝั่งขาออก มีมูลค่าการลงทุนสูงถึง 2,125 ล้านบาท

ภาพรวมการแข่งขันในพื้นที่ขณะนี้ ถือเป็นการแข่งขันกันเองระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่ด้วยกันเองที่มีทั้งเงินทุน ความเชี่ยวชาญด้านการตลาด และมีแบรนด์สินค้าที่แข็งแกร่ง โดยได้เข้าไปครอบครองตลาดโมเดิร์นเทรดวัสดุก่อสร้างไว้หมดแล้ว

ขณะที่กลุ่มทุนท้องถิ่นที่มีอยู่ไม่กี่รายต้องปรับกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ เพื่อให้สามารถประคับประคองธุรกิจให้อยู่รอด เช่น "กลุ่มศรีไทยใหม่" เจ้าถิ่นเมืองอุดรปั้นแบรนด์ "อีซี่โฮม" เน้นเจาะตลาดในพื้นที่ระดับอำเภอ

อีกรายคือ "ทูลโปรพลัส" ของกลุ่มไทยพิพัฒน์ กรุ๊ป เริ่มปรับกลยุทธ์ขยายตลาดไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว หวังเจาะลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามาทดแทนลูกค้าเดิมที่ถูกผู้เล่นรายใหญ่ช่วงชิงตลาดไปก่อนหน้านี้ โลคอลปรับแผนธุรกิจหนีแข่งเดือด

"ปรัชญา ตรังคานุกูลกิจ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีไทยใหม่ จำกัด บอกกับ"ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การแข่งขันในธุรกิจวัสดุก่อสร้างของเมืองอุดรธานีมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีผู้เล่นรายใหญ่เข้ามาแจมเค้กในตลาดเพิ่มมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถ้าจะสู้กับรายใหญ่เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด ต้องมีการปรับตัว สิ่งที่สามารถทำได้เร็วที่สุด คือลดต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นให้ได้มากที่สุด หรือขายสินค้าที่มีความแตกต่าง และเสริมบริการให้มากขึ้น


ปัจจุบันกลุ่มศรีไทยใหม่ทำธุรกิจค้าปลีกค้าส่งวัสดุก่อสร้างภายใต้ 2 แบรนด์หลัก คือ 1) แบรนด์เซนต์ มอลล์ โมเดิร์นเทรดวัสดุตกแต่ง สุขภัณฑ์ และเซรามิก เน้นเจาะลูกค้าระดับกลาง-บนเป็นหลัก ลูกค้าที่มาใช้บริการมากที่สุดกว่า 65% เป็นลูกค้ารายย่อย รองลงมาเป็นโครงการจัดสรร สัดส่วน 20% และกลุ่มผู้รับเหมา 15% ปัจจุบันเปิดให้บริการ 2 สาขา ในอนาคตมีแผนขยายสาขาให้ครอบคลุม
พื้นที่อีสานตอนบนกว่า 12 สาขา

"จุดเด่นโมเดิร์นเทรดสไตล์เซนต์มอลล์ ที่มีเหนือกว่าโมเดิร์นเทรดวัสดุก่อสร้างทั่วไป คือเราเป็นผู้นำด้านเซรามิก กระเบื้องปูพื้น มีสินค้าที่หลากหลายให้บริการลูกค้าแบบตัวต่อตัว ต่างจากโมเดิร์นเทรดทั่วไป ที่มีข้อจำกัดในเรื่องของทีมบริการ"

2) แบรนด์อีซี่โฮม หัวรบทางธุรกิจใหม่ ที่จะสร้างรายได้ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ก็เป็นการแก้เกมการแข่งขันที่ดุเดือดจากผู้เล่นรายใหญ่ เพราะโมเดลธุรกิจ "อีซี่โฮม" เป็นร้านวัสดุก่อสร้างไซซ์คอมแพ็กต์ มีพื้นที่เริ่มต้นแค่ 700 ตารางเมตร กระจายตัวอยู่ในพื้นที่อำเภอรอบนอก ชูจุดขายลูกค้าเข้าถึงได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ปัจจุบันมีทั้งหมด 17 สาขา ในรัศมีห่างจากเมืองอุดรไม่เกิน 200 กิโลเมตร

"ภายใน 5 ปีนี้ เราวางแผนที่จะขยายสาขาใหม่เพิ่มอีก 33 สาขา ลงทุนสาขาละ 6 ล้านบาท เบ็ดเสร็จจะใช้เม็ดเงินลงทุนเพื่อบุกธุรกิจนี้ไม่ต่ำกว่า 180-200 ล้านบาท ผมเชื่อว่าธุรกิจอีซี่โฮมจะเป็นหมัดเด็ดทางธุรกิจของกลุ่มศรีไทยใหม่ ในการสร้างรายได้ในอนาคต" ปรัชญากล่าว

ข้ามโขงเจาะตลาดเพื่อนบ้าน

ขณะที่กลุ่มไทยพิพัฒน์ กรุ๊ป เจ้าของแบรนด์ "ทูลโปรพลัส" ค่ายโมเดิร์นเทรดวัสดุก่อสร้างท้องถิ่นเมืองอุดรธานี เป็นผู้ประกอบการอีกรายที่ออกมายอมรับว่า การแข่งขันในธุรกิจนี้ดุเดือดและทวีความรุนแรง บริษัทต้องทำการตลาดแบบเข้มข้นมากขึ้น ทั้งในเรื่องโปรโมชั่น ความแตกต่างของสินค้า

"วิโรจน์ พิพัฒน์ไชยศิริ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยพิพัฒน์ ทูล แอนด์ โฮมมาร์ท จำกัด บอกว่า เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและลดความเสี่ยงในการแข่งขัน บริษัทได้ขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว ในรูปแบบของการเข้าไปเปิดสำนักงานในย่านไทยทาวน์ นครเวียงจันทน์ เพื่อรับออร์เดอร์จากลูกค้าชาวลาวที่ต้องการซื้อสินค้าในกลุ่มวัสดุก่อสร้างของไทย โดยมีสาขาที่อุดรธานีเป็นฐานในการส่งสินค้า

"ตอนนี้ยอดการสั่งซื้อจะมีมูลค่าไม่มากนัก แต่เมื่อดูจากตัวเลขการสั่งซื้อที่มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ผมว่าเราน่าจะเดินมาถูกทางแล้ว"


แม้ดีกรีการแข่งขันจะดุเดือดมากขึ้นระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่จากส่วนกลาง ทุนท้องถิ่น และทุนต่างถิ่น แต่โดยภาพรวมแล้ว ตลาดยังมีช่องว่างไว้ให้กลุ่มทุนใหม่ ๆ เข้ามาแจมเค้กได้อีก !