ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2560

ขุมทรัพย์ "ขยะอิเล็กทรอนิกส์" เงินต้องใหญ่ ใจต้องสู้

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 16 ก.ย. 2556 เวลา 15:40:58 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ผลการสำรวจของกรมควบคุมมลพิษพบว่า พ.ศ. 2555 มีขยะอิเล็กทรอนิกส์ 359,714 ตัน และคาดว่าในปี พ.ศ. 2559 ขยะอิเล็กทรอนิกส์จะเพิ่มขึ้นเป็น 401,387 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 12 % ต่อปีโดยประมาณ ซึ่งในขยะอิเล็กทรอนิกส์ จะมี ขุมทรัพย์ จากโลหะมีค่า เช่น ทอง เงิน สามารถนำไปขายเพื่อแยกสกัด และโลหะมีค่าอื่นนำกลับมาใช้ประโยชน์ เช่น ทองแดง ตะกั่ว แต่กระบวนการ และเส้นทางของโอกาสเป็นอย่างไร ประชาชาติธุรกิจ นิวบิซ จับกระแสมาให้อ่าน



กระบวนการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ประกอบไปด้วยหลาย ๆ ขั้นตอน ทั้งจากผู้รับซื้อของเก่า โรงงานรีไซเคิล ไปจนถึงปลายทางคือโรงงานผู้ผลิตสินค้าจากโลหะมีค่าที่จะรับซื้อไปผลิตเป็นสินค้าต่อไป

นักวิชาการแนะกล้าลงทุน

ดร.อภิชาติ โรจนโรวรรณ
อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมวัสดุ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน หนึ่งในผู้วิจัย E-waste เทคโนโลยีการจัดการซากแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์จะเป็นอนาคตของผู้ประกอบการรีไซเคิลขยะแน่นอน เพียงผู้ประกอบการต้องเปลี่ยนแนวคิด มองในวงจร (Loop) กว้าง เพราะในขยะอิเล็กทรอนิกส์ 1 ชิ้น ประกอบไปด้วยแร่ที่มีราคามากมาย ทั้งทอง เงิน ทองแดง รวมถึงแกลเลียม อินเดียม ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตหน้าจอ LCD ที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โน้ตบุ๊ก, กล้องดิจิทัล รวมถึงโทรศัพท์มือถือ แต่ผู้ประกอบการต้องกล้าลงทุน เพราะต้นทุนในการรีไซเคิลต้องใช้วิธีทางเคมี ต้องมีต้นทุนในการซื้อสินค้าจากต่างประเทศ และต้นทุนในการกำจัดของเสียจากกรดที่ใช้ เป็นต้น แต่มูลค่าสินค้าและตลาดที่มีความต้องการอย่างต่อเนื่องถือว่าเป็นสิ่งที่น่าลงทุน ขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นทุกปี ทั้งนี้ี่ใครจะเล่นตัวไหน ระดับคัดแยก ระดับคนกลางส่งขาย หรือขั้นหลอม หรือใครจะจับที่เป็นโลหะ อโลหะ ก็แล้วแต่ต้นทุน

ต้นแบบหลอมทองแดงแค่แสน


สำหรับกลุ่มวงจรอิเล็กทรอนิกส์ หลังจากที่แยกแผงวงจรออกมาแล้ว "ทองแดง"นับว่าเป็นส่วนของโลหะมีค่าที่มีปริมาณมากที่สุดในแผงวงจร และทางเอ็มเทคก็มีการพัฒนาเครื่องต้นแบบขึ้นมาเพื่อแยกโลหะทองแดงออกมาโดยกรรมวิธีที่ลดการปลดปล่อยของเสียน้อยที่สุด

ดร.เปรมฤดี กาญจนปิยะ
นักวิจัยศูนย์ความเป็นเลิศเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) เปิดเผยว่า กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมกับเอ็มเทค สร้างเครื่องต้นแบบในการรีไซเคิลแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีกายภาพ ซึ่งมีข้อดีคือใช้พลังงานน้อยและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม โดยเป็นวิธีการแยกโลหะออกจากแผ่นวงจรพิมพ์ โดยสามารถคัดแยกโลหะ เช่น ทองแดงออกจากโลหะ คือผงเรซิ่นออกจากกันได้ และได้เป็นทองแดงที่มีความบริสุทธิ์ 30% ถือว่ายังมีความบริสุทธิ์กว่าทองแดงที่ถลุงจากเหมือง แต่ยังไม่บริสุทธิ์พอที่จะใช้ในอุตสาหกรรมที่ผลิตจากทองแดงเต็มที่ โดยสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ทองเหลือง เช่น การหลอมพระเครื่อง

"เครื่องต้นแบบในการรีไซเคิลแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีกายภาพ จะส่งมอบให้แก่กรมควบคุมมลพิษในปลายเดือนกันยายนนี้ โดยประกอบไปด้วยเครื่องมือสำหรับตัด บด และแยกแร่ สามารถหลอมวงจรอิเล็กทรอนิกส์ได้ 5 กก./ชม.

ต้นทุนอยู่ที่หลักแสนบาท แต่หากผู้ประกอบการต้องการให้คุ้มทุนภายใน 3 ปี ต้องขยายสเกลให้ใหญ่ขึ้น และใช้เงินทุนโดยประมาณ 1,500,000 บาท และต้องมีวัตถุดิบป้อนอย่างน้อย 10 ตัน/เดือน ซึ่งจะสามารถหลอมสกัดทองแดง 1,500 กก. ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาขอคำปรึกษาทางด้านเทคนิคได้ที่ทางเอ็มเทค และจากกรมควบคุมมลพิษได้

ด้านตลาดปลายทางที่ผู้ประกอบการนำเครื่องรีไซเคิลดังกล่าวไปใช้ ในส่วนของทองแดงนั้นอาจจะส่งโรงหลอมเพื่อนำไปใช้ในงานที่เกี่ยวกับทองเหลืองได้ แต่อุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับทองแดงนั้นความบริสุทธิ์ยังไม่เพียงพอ ด้านอโลหะที่แยกมาได้ คือ ผงเรซิ่น จะนำไปใช้ในการทำเชื้อเพลิงในเตาเผาของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ โดยจะเป็นโปรเจ็กต์ที่จะวิจัยต่อไป"

เอสเอ็มอีมอง "แรงงาน-วัตถุดิบ"


ปัญหาของเอสเอ็มอีในกลุ่มการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ พบว่าปัญหาของรายย่อยคือเรื่องของการลงทุนที่สูง หากต้องการรีไซเคิลให้โลหะดังกล่าวมีความบริสุทธิ์มากเพียงพอที่จะนำกลับมาใช้ในระบบใหม่ และความไม่สม่ำเสมอของวัตถุดิบที่ต้องผ่านระบบการประมูลตามหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้มีการแข่งขันด้านราคากัน

นายธีรวงศ์ สรรค์พิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปราบขยะ จำกัด และนายกสมาคมรีไซเคิลขยะและรับซื้อของเก่า เปิดเผยว่า ในปีที่ผ่านมาปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ทาง บ.ปราบขยะ รับซื้อเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 20 % ซึ่งบริษัทปราบขยะส่งขายใน 2 รูปแบบคือ 1.การคัดแยกเป็นประเภทชิ้นส่วนต่าง ๆ เช่น จอ ซีพียู บอร์ด เมนบอร์ด แรม และส่วนแผงวงจร เป็นต้น โดยแผงวงจรดังกล่าวส่งไปขายยังต่างประเทศ คือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ จีน 2.คือการหลอมเอาเฉพาะทอง และเงินที่อยู่ในแผงวงจรไปขายยังร้านทองซึ่งเป็นปลายทางได้เลย ซึ่งในขั้นตอนที่ 2 นี้ทางบริษัทปราบขยะก็เคยทดลองด้วยการแยกชิ้นส่วนขยะอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ แล้วหลอมเองเพื่อเอาทองแดง พบว่ามีสิ่งปนเปื้อนสูง ขายไม่ได้ราคา รวมถึงกว่าจะได้วัตถุดิบปริมาณเพียงพอต่อการหลอมและส่งขายใช้เวลานาน ต้องมีวัตถุดิบปริมาณมากจึงจะคุ้ม และเมื่อเทียบกับการส่งขายโดยแยกเป็นประเภท ๆ ที่ได้กำไรสูงกว่า 30% เมื่อเทียบกับการมาหลอมเอง

ขณะที่ นายเดชา แจ้งประเสริฐ ผู้ประกอบการรับซื้อขยะ จังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า ในระดับของการคัดแยกขยะคือส่งให้กลุ่มโรงงานที่ซื้อเพื่อนำไปหลอมเป็นแร่โดยเฉพาะ เช่น โรงงานที่หลอมเงิน เพื่อนำกลับไปทำเครื่องประดับ

จากเดิมที่คิดว่าจะต้องลงทุนเครื่องจักรหลอม ตะกั่ว พบว่าต้องมีทุนหลักล้านบาท และความยุ่งยากในเรื่องของการขออนุญาตตั้งโรงงาน ปัญหาสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ในส่วนของแรงงานต้องยอมรับว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์ในระดับของการคัดแยกยังใช้แรงงานคน หรือกระบวนการหลอมก็ต้องจ้างแรงงานเพิ่ม

แม้ในระดับปลายทางคือ โรงงานรีไซเคิลที่สามารถแยกโลหะมีค่าที่มีความบริสุทธิ์เพียงพอยังต้องรอเทคโนโลยี แต่สำหรับเครื่องมือต้นแบบในการสกัดทองแดงที่ออกมาก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ผู้ประกอบการที่จะเอาดีด้านการขุดเหมืองแร่ จากขยะอิเล็กทรอนิกส์ แน่นอน