ประชาชาติธุรกิจ
ไอซีที

วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557

3D-เอฟเฟ็กต์แดนมังกรบูมสุดสุด "กูรูฮอลลีวูด"ชี้ช่องโอกาสทองนักแอนิเมชั่นไทย

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 20 ก.ย. 2556 เวลา 12:42:22 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

กูรูฮอลลีวูดแนะไทยรุกตลาด 3D-เวอร์ชวลเอฟเฟ็กต์แดนมังกร เหตุต่างชาติแห่ปรับหนังเป็น 3D เนื่องจากรัฐบาลไม่นับรวมในโควตา 50 หนังต่างชาติที่ฉายได้ต่อปี ชี้แค่รับทำโฆษณาโปรโมตก่อนฉายจริงก็นับเงินไม่ทันแล้ว ด้านแทคก้าเผยแอนิเมชั่นในตู้ปาจิงโกะแดนปลาดิบยังเป็นขุมทรัพย์ที่น่าสนใจ


นายเกรแฮม คลาร์ก หัวหน้าฝ่ายสเตอริโอกราฟี่ของ "สเตอริโอ ดี" สตูดิโอที่ทำงานเกี่ยวกับ 3D และเวอร์ชวลเอฟเฟ็กต์ระดับโลกจากฮอลลีวูด เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ในฐานะเป็นผู้ร่วมสร้างภาพยนตร์ของค่ายมาร์เวล เช่น The Avenger, Captain America และ Thor รวมถึงเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเปลี่ยนภาพยนตร์ 2D ให้กลายเป็น 3D สมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์เรื่อง Titanic 3D และ Jurassic Park 3D ทำให้มองว่า ภาพยนตร์ 3 มิติ (3D) คือนวัตกรรมใหม่ที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเสมือนจริง ทำให้จากนี้ไปการถ่ายทำภาพยนตร์ในรูปแบบ 3D จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน แม้ว่ารายได้จากการฉาย 3D จะไม่ใช่รายได้หลัก

"ถ้าภาพยนตร์ที่ทำทั้งแบบ 2D และ 3D รายได้จากการฉายแบบ 3D จะอยู่ราว 40% จากทั้งหมด แม้ค่าตั๋วจะแพงกว่า แต่โรงฉายก็ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ยกเว้นแค่บางกรณี อาทิ The Avenger ของ

ค่ายมาร์เวลที่มีรายได้ทั้งหมดมาจาก 3D ถึง 60% เป็นเพราะผู้ชมคิดว่าน่าตื่นเต้นกว่า แต่ถ้าโรงฉายหนังทั่วโลกรองรับระบบ 3D มากขึ้น และการถ่ายทำมีต้นทุนที่ถูกลง รายได้จากฝั่ง 3D อาจเติบโตขึ้นอย่างมากก็ได้"

สำหรับฝีมือผลิตเวอร์ชวลเอฟเฟ็กต์และแอนิเมชั่นของคนไทยนั้น จากที่ได้สัมผัสผลงานที่ผ่านมา ถือว่าค่อนข้างมีฝีมือ และพร้อมที่จะก้าวถึงระดับโลกได้ไม่ยาก แต่ยังไปไม่ถูกทาง จึงอยากให้ลองดูถึงวิธีการทำตลาดในรูปแบบอื่นด้วย เช่นการเข้าไปรับงานผลิตภาพยนตร์สั้น หรือโฆษณาในโรงหนังที่เป็นรูปแบบ 3D ในประเทศจีน

"ในจีนดีมานด์เยอะมาก จนซัพพลายไม่พอ เพราะโรง 3D ผุดขึ้นมาอย่างกับดอกเห็ด จนมีมากกว่าในทวีปอเมริกาเหนือแล้ว รวมถึงรายได้จากโรงแบบนี้ก็จะแซงในปีหน้าอีกด้วย ที่สำคัญการฉายภาพยนตร์ต่างประเทศในจีน ถูกจำกัดไว้ไม่เกินปีละ 50 เรื่อง แต่ถ้าเป็นหนัง 3D จะได้ข้อยกเว้น ทำให้ฮอลลีวูดนำหนัง 2D ไปทำใหม่เป็น 3D จำนวนมาก เพื่อหวังโกยเงิน ดังนั้นคนไทยที่มีฝีมือก็ไปรับทำโฆษณาหนังก่อนฉายก็ได้ เพราะแค่นี้ก็ผลิตกันไม่ทันแล้ว ไม่ต้องคิดใหญ่ขนาดทำหนังของตัวเองก็ได้ ซึ่งนอกจากจีนแล้ว ในรัสเซียและเกาหลีใต้ 3D ก็เติบโตอย่างมาก"

ด้านนายนิธิพัฒน์ สมสมาน นายกสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่น และคอมพิวเตอร์กราฟฟิกส์ไทย (แทคก้า) กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันสถานศึกษามีการผลิตบุคลากรป้อนอุตสาหกรรมเวอร์ชวลเอฟเฟ็กต์และแอนิเมชั่นปีละกว่า 3,000 คน แต่ปัญหาหลักคือการขาดแคลนเงินทุนในการขยายงานหรือทำตลาดในต่างประเทศ เนื่องจากสถาบันการเงินยังมีทัศนคติว่าธุรกิจสาขานี้มีความไม่แน่นอนสูง จึงไม่ค่อย

ปล่อยสินเชื่อให้ ทางสมาคมจึงพยายามประสานงานกับภาครัฐ และหน่วยงานต่าง ๆ ในการสร้างความน่าเชื่อถือในธุรกิจนี้มากขึ้น รวมถึงประสานกับหน่วยงานในต่างประเทศเพื่อหาช่องทางตลาด ล่าสุดได้จับมือกับทางญี่ปุ่นในการแลกเปลี่ยนงานด้านแอนิเมชั่น

"ตอนนี้รายได้จากญี่ปุ่นถือเป็นรายได้หลักจากต่างประเทศ เป็นงานให้ทำแอนิเมชั่นสำหรับตู้ปาจิงโกะ (ตู้การพนันประเภทหนึ่ง) จำนวนมาก ซึ่งมีการจ้างงานต่อเนื่อง เพราะต้องเปลี่ยนแอนิเมชั่นทุก ๆ ไตรมาส เดิมนั้นทางญี่ปุ่นได้จ้างให้ผู้ผลิตจากจีนเป็นคนทำ แต่เมื่อมีปัญหาการเมืองระหว่างกัน ไทยก็เป็นทาร์เก็ตของเขา รองจากเกาหลีใต้ เนื่องจากไทยทำได้ดีและถูกกว่า"

สำหรับมูลค่าตลาดดิจิทัลคอนเทนต์ในไทย จากการสำรวจในปี 2554 นั้น มีมูลค่าราว 1.4 หมื่นล้านบาท และเติบโตราว 5% ในปี 2555 แต่ถ้าแยกเป็นรายประเภทนั้น แอนิเมชั่นจะเติบโตมากที่สุดในปี 2554 มีมูลค่าราว 5 พันล้านบาท มาจากการส่งออกกว่า 700 ล้านบาท เนื่องจากผู้ประกอบการเริ่มหันมาทำแอนิเมชั่นลักษณะซีรีส์มากขึ้น อย่างการ์ตูน "เชลดอน" แอนิเมชั่นไทยที่ดังไปทั่วโลก และสามารถต่อยอดขายสินค้าตัวละครต่าง ๆ ได้อีกด้วย