ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์-Sport

วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2557

รู้จัก "บลู โลตัส" มวยปล้ำอาชีพสาวคนแรกของเมืองไทย

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 22 ต.ค. 2556 เวลา 13:25:56 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ากเอ่ยถึงความนิยมของ มวยปล้ำอาชีพ ในเมืองไทย คงต้องย้อนไปเมื่อ 20-30 ปีที่แล้วซึ่งบ้านเราได้รู้จักกีฬากึ่งบันเทิงประเภทนี้ผ่านทางจอโทรทัศน์ โดยมีทั้งฝั่งญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาที่เข้ามาตีตลาดในยุคนั้น

ของอเมริกาคือ ค่าย WWE กับโปรดักชั่นสุดอลังการ ส่วนฝั่งญี่ปุ่น ถามคนรุ่นเก่าๆ สักหน่อยก็คงคุ้นเคยกับมวยปล้ำหญิงอาชีพเป็นหลัก ตั้งแต่สมัยคู่หู อาสึกะ-ชิงุสะ และราชินีของฝ่ายอธรรมอย่าง ดัมป์ มัตสึโมโตะ

และไม่ว่าจะฝั่งไหน ต่างก็เคยเดินทางมาโชว์ในเมืองไทยและได้รับกระแสตอบรับยอดเยี่ยม มีคนแห่ไปชมกันคับคั่ง เพียงแต่ในปัจจุบันหากพูดถึงมวยปล้ำอาชีพแล้ว บ้านเราจะคุ้นกับโชว์ของทางฝั่งอเมริกาที่ยังหาดูได้ตามเคเบิลทีวีมากกว่า ขณะที่ฝั่งญี่ปุ่นนั้นขาดช่วงไปนานพอสมควรเนื่องด้วยหาชมได้ไม่ง่ายนัก กระนั้นมวยปล้ำอาชีพก็ยังเป็นกระแสฮอตที่แดนอาทิตย์อุทัยไม่เปลี่ยนแปลง

สำหรับบ้านเราเคยมีคนฝึกฝนหรือเดินทางไปเรียนรู้เทคนิคถึงประเทศญี่ปุ่น แต่ยังไม่เคยเปิดตัวอย่างจริงๆ จังๆ กระทั่ง สมาคมกาโตห์ มูฟ สมาคมมวยปล้ำอาชีพแห่งแรกของไทยโดยความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นถือกำเนิดขึ้น และเมื่อปีที่แล้วก็ได้ เอมิ ซากุระ นักมวยปล้ำหญิงฝีมือฉกาจ ดีกรีแชมป์โลกหญิงของสหพันธ์มวยปล้ำแห่งอเมริกา และอดีตนักมวยปล้ำยอดเยี่ยมของญี่ปุ่นเมื่อปี 2009 มาปักหลักในเมืองไทยเพื่อถ่ายทอดวิชาและเทคนิคต่างๆ ให้ผู้สนใจชาวไทยได้ฝึกฝนเป็นเวลาร่วม 1 ปี

หลังเรียนรู้จนกระดูกมวยเริ่มแข็งแกร่งแล้ว ก็มีนักมวยปล้ำหนุ่มไทยได้ไปเปิดตัวถึงประเทศญี่ปุ่นแล้ว 3 คนคือ เคนจัง, เอก บากิ และ พี-นัตซ์ แต่ทีเด็ดที่สุดเมื่อเร็วๆ นี้ ไม่พ้นการประเดิมเวทีของสาวกรุงเทพฯ วัย 19 ปี เจ้าของฉายา บลู โลตัส ซึ่งขึ้นปล้ำที่สังเวียนชิน คิบะ เฟิร์สต์ ริง ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ไปเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมานี่เอง



สาวไทยตัวเล็กหัวใจโตจับคู่กับสาว 16 ดาวรุ่งแดนซากุระนาม ริโฮ แข่งขันกับคู่แชมป์โลก เอมิ ซากุระ อาจารย์ของบรรดานักมวยปล้ำไทย กับ คาโอริ โยเนะยามะ แชมป์อาร์ทิสต์

สตาร์ดอม และไฮ-สปีด แชมเปี้ยน (ชมคลิปไฮไลต์ได้ที่ www.youtube.com/watch?&v=vSmOU j6IJ2A)

การขึ้นเวทีครั้งแรกของสาวน้อยจากเมืองไทยนอกจากจะเป็นการเริ่มต้นก้าวแรกของมวยปล้ำหญิงอาชีพของประเทศไทยอย่างจริงจังแล้ว ยังถือเป็นก้าวแรกของความฝันที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นด้วย

บลู โลตัส บอกว่า ดูมวยปล้ำมาตั้งแต่ประถม แม้จะเว้นช่วงไประยะหนึ่งแต่ก็กลับมาดูจริงจังเมื่อ 5 ปีก่อน ทีแรกก็ดูเพื่อความสนุกสนานเป็นหลัก แต่พอได้เห็น เอเจ ลี (แชมป์หญิงของ WWE คนปัจจุบัน) เริ่มต้นจากการเป็นแฟนมวยปล้ำคนหนึ่ง มุ่งมั่นฝึกซ้อมจนกลายมาเป็นนักมวยปล้ำด้วยตัวเอง เพราะอยากจะเจริญรอยตามไอดอลของเธอจนประสบความสำเร็จ จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้อยากลองฝึกมวยปล้ำดูบ้าง และถ้าได้เจอกับเอเจ ลี แบบตัวเป็นๆ สักครั้งคงเป็นเรื่องที่วิเศษสุด

นักศึกษาสาววัย 19 เผยต่อว่า ตอนมาลองฝึกกับสมาคมใหม่ๆ ครอบครัวไม่เห็นด้วย จึงต้องหยุดไปประมาณ 1 ปี แล้วจึงแอบมาฝึกเรื่อยๆ โดยไม่บอกให้ที่บ้านรู้ ฝึกอยู่ 8 เดือน กระทั่งมีโอกาสได้ไปเปิดตัวที่ญี่ปุ่นจึงขออนุญาตกับคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองท่านต้องโกรธ แต่เมื่อเห็นว่ามีความตั้งใจจริงและทำได้จริงจึงเปิดใจยอมรับ

แต่การซ้อมที่ไทยว่าหนักแล้ว ตอนไปฝึกที่ญี่ปุ่นกลับยิ่งโหดหินกว่า เหตุผลหนึ่งเพราะเวทีของญี่ปุ่นมีขนาดใหญ่กว่าเวทีในไทย (ซึ่งโดยมากจะนำเวทีมวยมาปรับใช้) มาก แต่ถึงจะซ้อมหนักก็ไม่ใช่กีฬาที่อันตรายแต่อย่างใด เพราะให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยมาก

ส่วนการปล้ำจริงบนเวทีอาชีพนั้น บลู โลตัสบอกว่า ตื่นเต้นและกังวลมากเพราะไม่รู้ว่าคนญี่ปุ่นจะให้การตอบรับอย่างไร แต่ก็พยายามอย่างเต็มที่ให้ออกมาดีที่สุด ซึ่งถือว่าฟีดแบ๊กที่ได้รับน่าพอใจมากๆ เพราะมีเสียงเชียร์ เสียงปรบมือกึกก้อง มีบางคนทำป้ายผ้าขนาดใหญ่มาเชียร์ และตะโกนเรียกชื่อ จึงเป็นความรู้สึกประทับใจเกินกว่าที่คิดเอาไว้ และมีความสุขมากๆ



ด้านเอมิ ซากุระ อาจารย์ของนักมวยปล้ำไทยแสดงทรรศนะว่า สาวไทยยังเป็นรองนักมวยปล้ำญี่ปุ่นเรื่องเทคนิค แต่เชื่อว่าจะพัฒนาตัวเองได้อีกไกลแน่นอน ขอเพียงมุ่งมั่นตั้งใจฝึกซ้อมเท่านั้น พร้อมชื่นชมว่า ถึงเรื่องฝีมือยังเป็นรอง แต่มีสิ่งหนึ่งที่บลู โลตัส ชนะเลิศแบบใครก็เทียบไม่ได้ นั่นคือ รอยยิ้มพิมพ์ใจซึ่งเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว

เช่นเดียวกับริโฮที่จับคู่กับสาวไทยก็ชมว่า เธอมีรอยยิ้มที่น่ารักมากๆ อีกทั้งยังเป็นมิตร เพราะตอนเจอกันใหม่ๆ ความที่ตนเป็นคนขี้อายจึงไม่กล้าเข้าไปคุยด้วย แต่บลู โลตัส ก็เป็นฝ่ายเข้ามาทักจนผูกมิตรกันได้ หากเจอกันครั้งต่อไปก็อยากลองท้าปล้ำกันดูบ้าง

หลังจากข้ามน้ำข้ามทะเลไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ถึงแดนอาทิตย์อุทัยแล้ว บลู โลตัสก็กลับมาฝึกซ้อมที่เมืองไทยพร้อมกับแบ่งเวลาเรียนไม่ให้กระทบกระเทือนกันด้วย โดยเจ้าตัวบอกว่า ความฝันสูงสุดคือ การได้ไปปล้ำบนเวที WWE รวมถึงทำให้คนไทยยอมรับมวยปล้ำอาชีพมากขึ้น แม้จะรู้ดีว่าเป็นย่างก้าวที่ยากลำบาก เพราะยังเป็นกิจกรรมที่คนให้ความสนใจในวงจำกัดก็ตาม

"หลายคนยังมีอคติ มองว่าไม่ใช่ของจริง เป็นการแสดง หลอกลวง อยากให้คิดว่าไม่ต่างอะไรกับละครที่เราดูกันทุกวันค่ะ แต่การจะเป็นนักมวยปล้ำได้ หรือก่อนจะขึ้นเวทีแต่ละครั้งต้องฝึกกันหนักมาก อยากให้มองถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทตรงนี้ค่ะ ตอนนี้ถือว่าเราเริ่มต้นแล้ว ต้องช่วยกันพยุง เพราะถ้าไม่มีการต่อยอดก็จะจบตรงนี้ ถ้าพวกเราช่วยกันก็เชื่อว่ามวยปล้ำอาชีพในไทยจะเติบโตได้แน่นอนค่ะ"

นั่นคือ คำกล่าวทิ้งท้ายจากนักมวยปล้ำอาชีพหญิงคนแรกของเมืองไทย และฝันที่ยิ่งใหญ่ของเธอ

หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลจากคุณปูมิ



ที่มา นสพ.มติชน