ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจภูมิภาค

วันที่ 02 สิงหาคม พ.ศ. 2557

กางโรดแมปปั้น "บึงกาฬ" ขึ้นแท่นศูนย์กลางยางพาราเอเชีย

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 02 ธ.ค. 2556 เวลา 11:41:59 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นาทีนี้พืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้อันดับต้น ๆ ให้กับเกษตรกรทุกภาคของประเทศ ต้องยกให้ยางพารา แม้ว่าสถานการณ์ราคายางกำลังอยู่ในภาวะขาลงก็ตาม ข้อมูลจากสถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ระบุว่าในปี 2554 ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกยางพาราทั่วประเทศ จำนวน 18,461,231 ไร่ แบ่งเป็น ภาคเหนือ 867,402 ไร่ พื้นที่ปลูกมากที่สุดคือ เชียงราย 240,364 ไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3,477,303 ไร่ พื้นที่ปลูกมากที่สุดคือ บึงกาฬ 626,819 ไร่ ภาคกลางและตะวันออก 2,209,644 ไร่ พื้นที่ปลูกมากที่สุดคือ ระยอง 746,070 ไร่ และภาคใต้ 11,906,882 ไร่ พื้นที่ปลูกมากที่สุดคือ สุราษฎร์ธานี 1,921,698 ไร่

โฟกัสเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะนี้ได้กลายเป็นแหล่งปลูกยางพาราแห่งใหม่ที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศ รองจากภาคใต้และภาคกลาง (ตะวันออก) เกษตรกรในหลายจังหวัดได้หันมาปลูกยางพาราแทนการปลูกข้าวและพืชไร่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "บึงกาฬ" จังหวัดน้องใหม่ลำดับที่ 77 ของไทย ในช่วงกว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ยางพาราได้กลายมาเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของจังหวัด คิดเป็นสัดส่วนถึง 90% ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมดของจังหวัด ที่เหลืออีก 10% เป็นพื้นที่ปลูกข้าวและพืชอื่น ๆ

"ชโลธร ผาโคตร" ผู้ว่าราชการจังหวัดบึงกาฬ เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาของจังหวัดมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้จังหวัดบึงกาฬเป็นศูนย์กลางการค้ายางพาราของเอเชียในอีก 3 ปีข้างหน้า สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปคือ การลงทุนสร้างโรงงานแปรรูปยางพาราเพิ่มเติมอย่างน้อย 2-3 แห่ง มูลค่าลงทุนรวม 12,000 ล้านบาท หรือประมาณ 4,000 ล้านบาท/แห่ง ทั้งในรูปแบบเอกชนเข้ามาลงทุนเอง หรือการตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์ เพื่อรองรับผลผลิตน้ำยางพาราที่จะเปิดกรีดได้ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า ประมาณ 6 แสนไร่ จากปัจจุบันกรีดได้4 แสนไร่ ผลิตน้ำยางได้ 1 หมื่นตัน/ปี สร้างรายได้เข้าจังหวัดทั้งการขายน้ำยางสด และแปรรูปยางรวม 1.2 หมื่นล้านบาท/ปี



"จังหวัดได้เสนอเรื่องต่อกระทรวงเกษตรฯให้ตั้งสหกรณ์ยางพาราจังหวัดบึงกาฬ ภายใต้งบประมาณ 400 ล้านบาท คาดว่าจะได้ข้อสรุปต้นปี 2557 จะเริ่มเปิดทำการได้ปี 2558 โดยสหกรณ์จะเป็นผู้กำหนดราคาเอง และจังหวัดจะผลักดันให้เกิดการซื้อขายโดยตรงกับคู่ค้า ล่าสุดเตรียมทำเอ็มโอยูกับเมืองชิงเต่าของจีน เพื่อรับซื้อน้ำยางสดและยางแปรรูปโดยไม่จำกัดปริมาณ"

นอกจากนั้นเพื่อให้การค้ายางพาราทั้งไทยและเพื่อนบ้านมีความคล่องตัวมากขึ้น จะต้องมีการลงทุนโครงข่ายคมนาคมควบคู่กันไป โดยฝ่ายไทยมีแผนที่จะสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 ข้ามไปยังแขวง

บริคำไชย สปป.ลาว และทาง สปป.ลาวจะสร้างถนนใหม่เชื่อมไปยังเมืองกวางบินห์ เวียดนาม และขออนุมัติงบฯ30 ล้านบาท ศึกษาโครงการก่อสร้างสนามบิน โดยมีที่ดินราชพัสดุรองรับไว้แล้ว 200 ไร่เศษ

"สมศักดิ์ กังธีระวัฒน์" รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่ามีโครงการสินเชื่อให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพาราใน 21 จังหวัด แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ สินเชื่อระยะสั้น ต้องชำระภายใน 12 เดือน และสินเชื่อระยะยาว เพื่อการลงทุน วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท

ฉะนั้นจากนี้ไปอีก 3 ปีข้างหน้า จังหวัดบึงกาฬจะเป็นผู้ผลิตและแปรรูปยางพารารายใหญ่ของภาคอีสาน พลิกโฉมเศรษฐกิจเมืองชายแดนแห่งนี้แน่นอน