ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เงินเฟ้อ 2556 โต 2.18% ชะลอต่ำสุดในรอบ 4 ปี

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 09 ม.ค. 2557 เวลา 13:33:33 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ดัชนี ราคาผู้บริโภคทั่วไปหรือเงินเฟ้อ ประจำเดือนธันวาคม 2556 เท่ากับ 106.01 สูงขึ้น 0.14% จากเดือนพฤศจิกายน 2556 และสูงขึ้น 1.67% เทียบเดือนธันวาคม 2555 ทำให้เงินเฟ้อทั้งปี 2556 สูงขึ้น 2.18% ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นแต่ในอัตราชะลอตัวลง หรือต่ำสุดในรอบ 4 ปีนับจากปี 2552 ที่ติดลบ 0.9% เป็นไปตามกรอบคาดการณ์ 2.10-2.60%

การ ที่ดัชนีราคาเฉลี่ยปี 2556 เทียบกับปี 2555 สูงขึ้น 2.18% เป็นผลจากดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับสูงขึ้น 3.40% ตามการสูงขึ้นของหมวดข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง 1.11% เนื้อสัตว์ เป็ด ไก่ และสัตว์น้ำ 6.59% ไข่และผลิตภัณฑ์นมสูงขึ้น 5.00% ผักและผลไม้ 6.47% เครื่องประกอบอาหาร 0.91% เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 1.13% และอาหารสำเร็จรูป 1.68% สำหรับดัชนีหมวดอื่น ๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์สูงขึ้น 1.50% ตามการสูงขึ้นของดัชนีหมวดเครื่องนุ่งห่มและรองเท้า 0.86% หมวดเคหสถาน 1.89% หมวดการตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล 0.87% หมวดพาหนะ การขนส่ง และการสื่อสาร 1.33% หมวดการบันเทิง การอ่าน การศึกษา และการศาสนา 0.49% หมวดยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ 5.84%

ย้อนไปเมื่อต้นปี 2556 จะพบว่า การชะลอตัวลงของภาวะเงินเฟ้อนั้น เป็นการชะลอตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยลดลงอย่างต่อเนื่อง จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจากการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ ทำให้มูลค่าการส่งออกในรูปเงินบาทลดลง และราคาสินค้าเกษตรสำคัญชะลอตัวลง เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน เนื่องจากความต้องการซื้อจากต่างประเทศลดลง ถึงแม้ว่าจะมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำรอบที่ 2 เมื่อเดือนมกราคม 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งมีผลกระทบต่อระดับราคาไม่มากนัก จากสาเหตุดังกล่าวส่งผลให้แรงกดดันเงินเฟ้อลดลงอย่างต่อเนื่อง

โดย อัตราเงินเฟ้อช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.09% ชะลอตัวจากไตรมาส 4/2555 ที่ขยายตัว 3.23% แม้ว่าภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจเพื่อเป็นการเร่งการใช้จ่ายภายใน ประเทศ โดยมีการกระตุ้นด้านการบริโภค มาตรการคืนภาษีรถยนต์คันแรก และนโยบายการรับจำนำสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกรที่เป็นนโยบายต่อ เนื่อง รวมทั้งนโยบายทางการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการปรับลดอัตรา ดอกเบี้ยนโยบายลง เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายการบริโภคของประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น ต่อมาในช่วงไตรมาส 2 มีการปรับสูงขึ้นของต้นทุนค่ากระแสไฟฟ้าอัตโนมัติ (Ft) ช่วงต้นไตรมาส ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในไตรมาส 2 ขยายตัว 2.32% และค่อยปรับลดลงในไตรมาส 3 ขยายตัว 1.67% ขณะที่ไตรมาส 4 ขยายตัว 1.68%

สำหรับคาด การณ์อัตราเงินเฟ้อปี 2557 อยู่ระหว่าง 2.00-2.80% บนสมมติฐานอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) 3-5% ราคาน้ำมันดิบดูไบระหว่าง 95-115 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล อัตราแลกเปลี่ยนระหว่าง 29-34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ รัฐบาลยังคงมาตรการลดภาระค่าครองชีพ ได้แก่ จัดให้มีรถโดยสารประจำทางและรถไฟชั้น 3 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ค่าเล่าเรียนฟรี สนับสนุนค่าชุดนักเรียนและอุปกรณ์การศึกษา การอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล การอุดหนุนการใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้ามิเตอร์ขนาด 5 แอมแปร์ ไม่เกิน 50 หน่วย

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ให้ความเห็นว่า ถึงแม้ว่ารัฐบาลไม่มีการต่อมาตรการลดภาระค่าครองชีพ ทั้งค่ารถไฟ รถเมล์ ค่าไฟ เลิกอุดหนุนดีเซลและก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ก็จะกระทบต่อเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 1-1.40% หรือคาดการณ์เงินเฟ้อทั้งปี 2557 จะเพิ่มเป็น 3-3.80% โดยเฉพาะเลิกอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งจะมีผลต่อราคาเพิ่มทันที 10 บาท หรือ 33% และมีน้ำหนัก 2.5% ในการคำนวณเงินเฟ้อรวม การเลิกอุดหนุนจะมีผลต่อราคาสินค้าและขนส่งเพิ่มและเงินเฟ้อขึ้น 1% จึงเชื่อว่ารัฐบาลคงต่อมาตรการหรือหามาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ เพิ่มเติม

อย่าง ไรก็ตาม ปัจจัยความเชื่อมั่นของประชาชนมีผลต่อการจับจ่ายใช้สอย ถึงแม้ว่าจะมีการปล่อยลอยตัวทุกรายการ ก็จะกระทบต่อเงินเฟ้อปีนี้สูงขึ้นไม่เกิน 3.90% นั่นเพราะประชาชนยังกังวลต่อบรรยากาศการเมือง ซึ่งการมีเหตุชุมนุมยืดเยื้อและปิดถนนของกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง

ย่อม ทำให้การทำงานและการค้าปกติติดขัดไม่คล่องตัวได้ ซึ่งอาจจะทำให้อัตราเงินเฟ้อในช่วงต้นปียังคงไม่ขยับสูงมากนัก อาจอยู่ในช่วง 2% ส่วนแนวโน้มราคาสินค้าและค่าครองชีพอื่น ๆ จะขยับหลังไตรมาส 1 ซึ่งอาจจะมีผลทำให้เงินเฟ้อขยับสูงเกิน 2-3% ได้ในช่วงตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป