ประชาชาติธุรกิจ
หุ้น-การเงิน

วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557

โบรกฯชี้จังหวะช็อปหุ้นต่ำบุ๊กแวลู ตลท.ลุ้นผลประกอบการบจ.Q4/56-ปันผลแจ่ม

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 16 ม.ค. 2557 เวลา 20:46:47 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

โบรกฯบัวหลวง ชี้ช่องลงทุน "หุ้นต่ำบุ๊กแวลู-ปันผลเด่น" เผยหุ้นบางตัวราคาถูกเหมือนช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ระบุ "BBL-KTB" แจ่มสุด หลังราคาหุ้นร่วงกดบุ๊กแวลูยืนระดับ 1 เท่า ด้านตลาดหลักทรัพย์ฯ ลุ้นผลประกอบการไตรมาส 4/56 โชว์สวย เชื่อแรงขายในตลาดหุ้นไม่รุนแรงจนกระทบจำนวนหุ้นไทยต่ำกว่าบุ๊กแวลูพุ่งเท่า ยุควิกฤตเลห์แมนฯ


นายวิกิจ ถิรวรรณรัตน์

นายวิกิจ ถิรวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการสายงานวิจัยลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบว่าในตลาดหุ้นไทยมีหุ้นหลายตัวที่มีการซื้อขาย (เทรด) ต่ำกว่าหรือเทียบเท่ามูลค่าทางบัญชี (บุ๊กแวลูหรือ B/V) ถือเป็นโอกาสดีสำหรับนักลงทุนที่กำลังจะเข้าซื้อหุ้นเหล่านี้ โดยเฉพาะหุ้นที่ราคาเทรดต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีและยังจ่ายเงินปันผลที่ดี ถือเป็นหุ้นทางเลือกที่ดีกว่าการลงทุนพันธบัตร ซึ่งมีแนวโน้มผลตอบแทนลดลงตามทิศทางของดอกเบี้ยในระยะข้างหน้า "ตอนนี้ราคาหุ้นบางตัวลดลงมาต่ำมากเหมือนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ"

นายวิกิจยังมีความเห็นส่วนตัวว่า หุ้นที่มีความโดดเด่นมากที่สุด คือ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) ซึ่งข้อมูล ณ วันที่ 13 ม.ค. 57 มีบุ๊กแวลูที่ประมาณ 1 เท่า อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) 13.5% และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 4.8% ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ โดยประเมินราคาเป้าหมาย 214 บาท ส่วนธนาคารกรุงไทย (KTB) บุ๊กแวลู 1.1 เท่า ROE 15.7% อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 5.9%

สำหรับภาวะเงินลงทุนต่างชาติในช่วงที่ผ่านมานั้น นายวิกิจกล่าวว่า เงินร้อนที่เคยไหลเข้ามาลงทุน น่าจะถอนออกไปหมดแล้ว ส่วนที่เหลืออยู่เป็นเพียงกองทุนระยะยาว (Long Term Fund) ซึ่งจะถอนออกก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์รุนแรง เช่น การปฏิวัติ ที่คาดว่ามีโอกาสกดดันให้ดัชนีปรับตัวลดลงประมาณ 7-10% แต่แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นนั้นเป็นไปได้ยาก

"ช่วงที่ผ่านมา เงินลงทุนต่างชาติออกจากตลาดหุ้นไทยไปเยอะแล้ว ทำให้ปัจจุบันเหลือสัดส่วนเพียง 33% จากที่เคยเข้ามาถือครองสูงสุดเป็นสัดส่วนประมาณ 36% แต่ในแง่ของเงินปันผลของหุ้นไทยยังอยู่ในระดับสูงถึง 4% ขณะที่ตลาดหุ้นเพื่อนบ้านเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3% ช่วงนี้จึงถือเป็นจังหวะที่เหมาะจะทำ Asset Allocation เข้ามาในหุ้นมาก" นายวิกิจกล่าว

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า แม้ในช่วงนี้ตลาดหุ้นยังปรับตัวลดลง แต่ปัจจัยพื้นฐานของตัวหุ้นทั้งในด้านผลประกอบการและการจ่ายเงินปันผลยังอยู่ในระดับที่ดี ดังนั้น จึงเชื่อมั่นว่าหุ้นที่เทรดต่ำกว่าบุ๊กแวลู ไม่น่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเกินกว่า 260 บริษัท ซึ่งเป็นระดับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงินสหรัฐ (เลห์แมนฯ)ในช่วงปี 2551 แน่นอน

"ภาพรวมผลประกอบการ และความสามารถในการจ่ายเงินปันผลของ บจ. (บริษัทจดทะเบียน) ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงในทางลบได้ในระยะเวลาอันสั้น จนจะทำให้เกิดแรงเทขายกดดันไปมากกว่านี้ ซึ่งเรากำลังรองบการเงินงวดไตรมาส 4/56 อยู่ว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งจะทำให้รู้ยอดอัพเดตล่าสุดว่ามี บจ.กี่รายที่เทรดต่ำบุ๊กฯ" นายชนิตรกล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก ตลท.พบว่า ในช่วงปี 2555 มีจำนวนหุ้นที่ราคาหุ้นต่ำกว่าบุ๊กแวลู 1 เท่า ประมาณ 119 บริษัท แต่ในช่วงประมาณกลางปี 2556 สถานการณ์ตลาดดีขึ้น มีจำนวนหุ้นที่ต่ำกว่าบุ๊กแวลูเหลือประมาณกว่า 70 บริษัท และสิ้นปีที่แล้ว จำนวนหุ้นต่ำบุ๊กแวลู ก็ได้เพิ่มขึ้นเป็น 153 บริษัท เนื่องจากแรงกดดันจากสถานการณ์ทางการเมือง กดดันให้เกิดแรงเทขายขึ้น