ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์-Sport

วันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เนวิน ชิดชอบ" กับโปรเจ็กต์กีฬาพันล้านที่ "บุรีรัมย์"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 12 ก.พ. 2557 เวลา 17:50:51 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

วามสำเร็จของ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่กวาด 4 แชมป์ฟุตบอลไทย รวมถึงทะลุไปได้ไกลถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมานั้น นับเป็นความสำเร็จที่ยากจะหาทีมใดจะลบรอยประวัติศาสตร์นี้ได้ง่ายๆ และในขณะเดียวกันก็ทำให้จังหวัดบุรีรัมย์มีชื่อเสียงและเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่แฟนบอลระดับนานาชาติ รวมถึงนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น



เนวิน ชิดชอบ
ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวถึงความสำเร็จของทีมว่า แม้บุรีรัมย์จะคว้าแชมป์ไปแล้วมากมายตั้งแต่ตัวเองเข้ามาทำทีม แต่ก็ยังไม่ได้รู้สึกอิ่มตัวกับความสำเร็จนี้ โดยพยายามกระตุ้นนักเตะทุกคนให้มองไปข้างหน้า เพราะตอนที่ตัดสินใจเข้ามาทำทีมฟุตบอลซึ่งเป็นสิ่งที่ตัวเองรัก ได้ตั้งเป้าสูงสุดเอาไว้ว่า จะนำบุรีรัมย์ก้าวขึ้นสู่อันดับท็อป 5 ของเอเชียให้ได้ และมุ่งมั่นคว้าแชมป์เอเชียเพื่อได้สิทธิไปแข่งฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก

นอกจากนี้ ในอนาคตยังตั้งใจว่าจะพยายามใช้นักเตะไทยลงเล่นเป็นตัวจริงให้ได้ทั้ง 11 ตำแหน่งจนก้าวไปติดท็อป 5 เอเชียต่อไปด้วย

"ถ้าบุรีรัมย์ใช้นักเตะ 11 คนเป็นคนไทยทั้งหมด และประสบความสำเร็จในระดับเอเชียได้ ถึงเวลานั้นผมถามว่าทำไมทีมชาติไทยเราจะสู้ประเทศญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ และประเทศอื่นๆ ไม่ได้ ทั้งหมดนี้เป็นความตั้งใจของผมที่จะพยายามสร้างโมเดลนักเตะไทยในทีมบุรีรัมย์ เพื่อช่วยยกระดับให้กับฟุตบอลไทย"

นอกเหนือจากความสำเร็จในแง่ผลงานแล้ว บุรีรัมย์ยังตอกย้ำความยิ่งใหญ่ด้วยการสร้างสนามเหย้าให้กลายเป็นสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานระดับสากล และมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร โดยหลังจากปรับปรุงต่อเติมอัฒจันทร์ที่นั่งเพิ่มเติมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไอโมบาย สเตเดียม ก็สามารถจุผู้ชมได้กว่า 34,000 ที่นั่งเลยทีเดียว

ประธานสโมสรบุรีรัมย์บอกต่อว่า ไอโมบาย สเตเดียม ใช้งบประมาณลงทุนสร้างไปทั้งหมดกว่า 1,000 ล้านบาท หลังจากต่อเติมอัฒจันทร์แล้วจะทำให้สนามแห่งนี้กลายเป็น "ฟุตบอล สเตเดียม" ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย โดยขยายความต่อว่า สนามฟุตบอลหลายแห่งไม่ได้ใช้แข่งฟุตบอลอย่างเดียว เพราะมีทั้งสนามกรีฑาและลู่วิ่ง แต่ไอโมบาย สเตเดียม จะเป็นฟุตบอล สเตเดียม อย่างแท้จริง และถือว่าใหญ่ที่สุดในเอเชีย เป็นความภาคภูมิใจของชาวบุรีรัมย์ทุกคน โดยตนตั้งใจจะสร้างสนามแห่งนี้ให้ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมเหมือนกับทีมในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่าง "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นการต่อยอดในการพัฒนาเศรษฐกิจในจังหวัดบุรีรัมย์ที่เริ่มต้นมาจากฟุตบอล


(บน) ด้านหน้าไอโมบาย สเตเดียม รังเหย้าของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (ล่าง) ปลุกใจลูกทีมธันเดอร์คาสเซิ่ลก่อนลงสนามด้วยสไตล์ เนวิน ชิดชอบ แบบนี้ทุกนัด

นอกจากตัวสนามฟุตบอล บริเวณด้านข้างสนามยังมี โรงแรมอมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่สร้างไว้เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชมสนามโดยเฉพาะ เป็นโรงแรม 2 ชั้น รวมห้องพักทั้งหมด 60 ห้อง และยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้องอาหาร ห้องฟิตเนส และสระว่ายน้ำ ขณะที่ห้องพักถูกตกแต่งด้วยภาพของไอโมบาย สเตเดียม และภาพเหล่านักเตะที่พร้อมต้อนรับแขกผู้มาเยือนให้ได้ซึมซับความเป็นนักรบปราสาทสายฟ้า อีกทั้งบุรีรัมย์ยังได้วางแผนสร้างสวนสนุกต่อไปเพื่อให้ความสนุกสนานกับบรรดาเด็กๆ อีกด้วย

"พระเจ้าไม่ได้ตั้งใจสร้างสถานที่ท่องเที่ยวมาให้กับจังหวัดบุรีรัมย์มากนัก ไม่เหมือนกับจังหวัดอื่นๆ ที่มีทั้งทะเล ภูเขา และธรรมชาติสวยงามที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ ทำให้เราจำเป็นต้องสร้างสิ่งที่ช่วยให้บุรีรัมย์ไม่เป็นแค่จังหวัดบายพาสเพื่อผ่านไปถึงจังหวัดอื่น ผมจึงสร้างไอโมบาย สเตเดียมขึ้นมาให้ยิ่งใหญ่ และด้านข้างก็มีโรงแรมที่พักให้ ตัวผมเองเป็นคนที่ชอบขับมอเตอร์ไซค์อยู่แล้ว เลยอยากที่จะให้มีสนามมอเตอร์สปอร์ตขึ้นในบุรีรัมย์ด้วย ตอนนี้ก็กำลังก่อสร้างอยู่ใกล้ๆ กับไอโมบาย สเตเดียมด้วยงบประมาณทั้งหมดกว่า 2,000 ล้านบาท"

บนพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ ติดกับสนามฟุตบอลนั้นกำลังทำการก่อสร้างสนามแข่งรถ บุรีรัมย์ อินเตอร์แนชั่นแนล เซอร์กิต ที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 50,000 คน ออกแบบโดย เฮอร์มานน์ ทิลเก้ นักออกแบบชาวเยอรมันที่เคยดีไซน์สนามแข่งรถฟอร์มูลาร์วันและโมโตจีพีมาแล้วกว่า 60 สนามทั่วโลก สนามบุรีรัมย์ อินเตอร์แนชั่นแนล เซอร์กิต จึงจะสร้างขึ้นตามมาตรฐานของสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (เอฟไอเอ) และสมาพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (เอฟไอเอ็ม) ด้วย


(บน) พื้นที่ก่อสร้างสนามบุรีรัมย์ อินเตอร์แนชั่นแนล เซอร์กิต (ล่าง) โรงแรมอมารี บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

เนวินเล่าถึงสนามแข่งรถบุรีรัมย์ อินเตอร์แนชั่นแนล เซอร์กิตว่า จะก่อสร้างเสร็จสิ้นในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยเตรียมที่จะจัดแข่งขันรถยนต์ "ซุปเปอร์ จีที เวิลด์ซีรีส์เป็นครั้งแรกของประเทศไทยในวันที่ 4 ตุลาคม พร้อมกันนั้นตนได้ยื่นต่อฝ่ายจัดการแข่งขันขอไวด์การ์ด 1 ที่นั่งให้สำหรับนักแข่งรถของไทยโดยเฉพาะ ทั้งนี้เชื่อว่าสนามแข่งรถแห่งนี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยในอนาคตต่อไป

"ผมวางแผนว่าในอนาคตอีก 5 ปีหลังจากนี้บุรีรัมย์จะเป็นฮับ (ศูนย์กลาง) ของทั้งกีฬาฟุตบอล และมอเตอร์สปอร์ตในระดับเอเชีย ซึ่งถึงตอนนั้นจะทำให้บุรีรัมย์เป็นจังหวัดที่มีคนรู้จักมากขึ้น ปัจจุบันประเทศไทยมีทั้งหมด 77 จังหวัด แต่จะมีเพียงไม่กี่แห่งที่นักท่องเที่ยวรู้จัก เช่น ภูเก็ต, เชียงใหม่, พัทยา, หัวหิน และอื่นๆ โดยอนาคตคงจะเหลือไม่กี่จังหวัดเท่านั้นที่จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมา ดังนั้น บุรีรัมย์จะต้องสร้างจุดเด่นให้เป็นที่น่าสนใจ ซึ่งทั้งฟุตบอลและมอเตอร์สปอร์ตเป็นสิ่งที่ผมรัก และทั้งสองอย่างนี้จะช่วยทำให้คนรู้จักจังหวัดบุรีรัมย์ และเดินทางมาเที่ยวที่บุรีรัมย์ได้"

บุรีรัมย์ได้วางรากฐานในการนำกีฬาเข้าไปช่วยยกระดับพัฒนา และกระตุ้นเศรษฐกิจภายในจังหวัดของตัวเองได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการสร้างกระแส "ฟีเวอร์" ให้กับแฟนบอลท้องถิ่นเป็นอย่างมาก ซึ่งหากใครเคยเดินทางมาที่บุรีรัมย์แล้วจะสังเกตเห็นว่าผู้คนที่นี่มักจะสวมเสื้อของทีมปราสาทสายฟ้าให้เห็นทั่วทุกบริเวณเลยทีเดียว ในอนาคตหากมีสนามมอเตอร์สปอร์ตเกิดขึ้นอีก คราวนี้ชาวบุรีรัมย์คงจะคลั่งการแข่งรถไปโดยปริยาย...

เมื่อมีแรงสนับสนุนจากคนท้องถิ่น การพัฒนาย่อมดำเนินต่อเนื่องจนถึงจุดมุ่งหมายได้ไม่ยาก


ที่มา นสพ.มติชน