ประชาชาติธุรกิจ
การเมือง

วันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557

คำขาด ′วิทยา′ ถึง ′ยิ่งลักษณ์′ "ถ้ายอมลาออก กปปส.กลับบ้านทันที"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 24 ก.พ. 2557 เวลา 10:58:37 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

การชุมนุมกว่า 100 วันของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เพื่อขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งรักษาการ ทำให้เกิดเหตุความรุนแรงไม่เว้นแต่ละวัน

โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2557 หลังศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ดำเนินมาตรการขอคืนพื้นที่ 5 จุด กระทั่งเกิดการปะทะกันระหว่างฝ่ายผู้ชุมนุม-เจ้าหน้าที่รัฐ

เสียงปืน ลูกระเบิด และควันแก๊สน้ำตาทำให้ผลลัพธ์จากการต่อสู้มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 16 คน และบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 600 คน

อย่างไรก็ตาม กปปส.ยังคงยกระดับการชุมนุมผ่านปฏิบัติการไล่ล่านายกรัฐมนตรี ขณะที่ฟาก ศรส.ก็เฝ้ารอเวลาเพื่อรุกจับแกนนำเช่นเดียวกัน

แนวโน้มการปะทะจึงยังอยู่ในระดับความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงขึ้นได้ทุกวันหลังจากนี้

ก่อนที่ความรุนแรงจะลุกลาม "ประชาชาติธุรกิจ" สนทนากับ "วิทยา แก้วภราดัย" หนึ่งในแกนนำ กปปส. กางจุดยืนของการชุมนุมและหาคำตอบเพื่อยุติปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองอีกครั้ง

 



มองการขอคืนพื้นที่ของ ศรส.อย่างไร

ผมว่าเป็นการใช้มาตรการเกินกว่าที่ศาลแพ่งให้ความคุ้มครองไว้ คือศาลสั่งห้ามใช้ความรุนแรง และห้ามทำลายทรัพย์สิน เครื่องอุปโภคบริโภคของผู้ชุมนุม แต่ปรากฏว่าการกระทำเมื่อวันก่อนของกองกำลังรัฐบาลทำผิดข้อกำหนดของศาลแพ่งหมด ซึ่งถือเป็นการจงใจละเมิดอำนาจศาลโดยตรง

นอกจากนั้นวิธีการเข้าสลายการชุมนุมยังถือเป็นการใช้มาตรการเกินกว่าหลักสากล เพราะตั้งแต่เขาใช้กำลัง ขับไล่ทุบตีผู้ชุมนุม ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่มีอาวุธก็ถือว่าเป็นมาตรการเกินความจำเป็น

นอกจากนั้นยังมีการยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่คนที่ไร้อาวุธ และพวกเขาก็ไม่ได้มีท่าทีที่จะคิดต่อสู้ แถมยังยิงกระสุนยาง เลือกใช้กระสุนจริงยิงซ้ำ นี่ถือเป็นความผิดของพวกคุณทั้งหมด

อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความรุนแรงในการขอคืนพื้นที่

ผมก็ไม่ทราบ อยู่ดี ๆ ก็มาไล่ตีประชาชน ก็เริ่มต้นจากพวกเขาทั้งหมด เห็นมวลชนที่เขาชุมนุมกันอยู่หรือไม่ เขาแค่นั่งสวดมนต์กันอยู่ แล้วพวกคุณมาไล่ตีทำไม ยิงแก๊สน้ำตามาทำไม พวกคุณจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ คุณมาทำอย่างนี้เพราะ ศรส.สั่งการ และก็มีนายกรัฐมนตรี และ ร.ต.อ.เฉลิม (อยู่บำรุง) เป็นหัวหน้า และคนที่คุมตำรวจทั้งหมดก็คือ พล.ต.อ.อดุลย์ (แสงสิงแก้ว)ถ้ากฎหมายยังศักดิ์สิทธิ์ คนพวกนี้ต้องติดคุกกันหมด

ฝ่ายเจ้าหน้าที่เองก็เสียชีวิต แสดงว่าผู้ชุมนุมมีอาวุธเหมือนกัน

(สวนทันที) ผมยืนยันได้ครับ ไม่ได้เกิดจากผู้ชุมนุม ส่วนใครทำก็ไปตามหาเอาเอง นั่นหน้าที่รัฐบาล เพราะตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ เราไม่เคยเห็นเขาตามหาคนกระทำผิดได้ เราจะเห็นว่า ทั้งประชาชน ทั้งตำรวจ ยังคงถูกฆ่าทุกวัน ก็ยังตามใครไม่ได้เลย จะมากล่าวหาว่าประชาชนเป็นคนยิงได้อย่างไร ยืนยันว่าประชาชนชุมนุมไม่มีอาวุธ ส่วนใครจะเป็นคนทำ มือที่สาม มือที่สี่ มือที่ห้า รัฐบาลก็ไปตามเอา

 

หน้าที่เขา ไม่ใช่หน้าที่เรา เพราะต้องดูแลความสงบเรียบร้อย ถ้าทำไม่ได้ก็ออกจากรัฐบาลเสีย

ก่อนหน้านี้มีกระแสว่ามีการตั้งโต๊ะเจรจาเพื่อยุติปัญหาระหว่าง กปปส.กับรัฐบาล แต่สุดท้ายก็มีความรุนแรงเกิดขึ้น หมายความว่าวงเจรจานั้นไม่สัมฤทธิผล

ผมไม่รู้ว่ามีการเจรจา เพียงแต่คุณสุเทพ (เทือกสุบรรณ) ยังปราศรัยให้ฟังว่า มีการส่งคนมาเจรจา มีข้อเสนอจะหานายกรัฐมนตรีคนกลาง แต่ผมไม่รู้รายละเอียดว่าใครเจรจากับใคร ผมก็ไม่รู้

แต่ก็มีการเชิญแกนนำ กปปส.อย่างคุณถาวร เสนเนียม เข้าร่วมวงเจรจาด้วย

นั่นเป็นข่าว และคุณถาวรก็ไม่เคยแจ้งผม ผมว่าเขาไม่ได้ไปหรอก เพราะเขาก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย ผมเองก็ไม่ได้ไปร่วมด้วย รู้แต่สิ่งที่คุณสุเทพพูดบนเวทีเท่านั้น

การดึงดันที่จะต่อสู้อาจทำให้มีผู้ชุมนุมบาดเจ็บหรือเสียชีวิตเพิ่มขึ้น

คนที่ทำให้พวกเขาตายต้องรับผิดชอบ ใครก็ไม่มีอำนาจจากพระเจ้าให้มาฆ่าคน อำนาจโดยกฎหมายไม่ได้สั่งให้ใครฆ่าคนที่บริสุทธิ์ พวกคุณแค่อย่าทำตัวเหนือกฎหมายเท่านั้นเอง

มันมีกฎหมายที่ไหนให้อำนาจคุณยิงประชาชน แต่ระบอบทักษิณทำให้คุณเคยชินกับสิ่งพวกนี้ คนมีอำนาจมีสิทธิ์ที่จะไม่ติดคุกหรือ มีสิทธิ์ที่จะไม่ถูกดำเนินคดีหรือ

ในฐานะแกนนำก็จะถูกกล่าวหาว่าพาคนไปตายมากขึ้น

ถ้าเขาไม่ฆ่าเรา เราก็ไม่ตาย ผมไม่ได้ฆ่าคน หรือพาคนไปตาย เราไปด้วยมือเปล่า แต่พวกคุณเป็นพระเจ้ามาจากไหน ใช้อำนาจมาฆ่าพวกผม คุณไม่ใช่พระเจ้า คุณเป็นแค่หุ่นเชิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ (ชินวัตร) อย่ามากำหนดความเป็นความตายของประชาชน กฎหมายไม่ใช่มีไว้ละเมิด

สถานการณ์วันนี้เริ่มมีความคล้ายคลึงกับการต่อสู้ในอดีตบ้างหรือไม่

คนละอย่างกัน โดยเฉพาะการชุมนุมของคนเสื้อแดงในปี 2553 ยิ่งแตกต่าง เพราะเรามามือเปล่า แต่ตอนนั้นแกนนำประกาศใช้กำลัง ประกาศจะเผาเลย จะตอบโต้ด้วยความรุนแรงเลย แต่นี่เรายังยึดหลักสันติอหิงสา ปราศจากอาวุธ

และถ้าเปรียบเทียบกับสมัย 14 ตุลาคม 2516 ที่มีเผด็จการทหารเป็นรัฐบาล ก็ลักษณะคล้าย ๆ กัน คือมีคนออกมาขับไล่กันทั้งประเทศ แต่รัฐบาลก็ยังดื้อด้านไม่ลาออก แต่ยุคนี้เป็นเผด็จการทุนนิยมสามานย์ ใช้เงินซื้อปืน ใช้เงินซื้ออำนาจ แถมยังมีความชั่วร้ายกว่าเผด็จการทหารอยู่มาก

ในอดีตผมโดนมาแล้วกับเผด็จการทหาร มันไม่ชั่วขนาดนี้ ยกตัวอย่าง ถ้าเราเสียเขาพระวิหาร จอมพลสฤษดิ์ (ธนะรัชต์)ยังร้องไห้ แต่ยุคนี้พอทำท่าจะเสียดินแดน คุณรีบหนีไปเจรจาเลย แต่เจรจาเรื่องน้ำมันนะ

นี่คือความชั่วร้าย ที่ยุคนี้ยอมได้แม้กระทั่งการขายชาติ

ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เงื่อนไขการต่อสู้ของ กปปส.เปลี่ยนแปลงหรือไม่

ไม่ครับ เรายังต่อสู้โดยสันติ ปราศจากอาวุธ และต้องการให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ลาออกจากรักษาการเท่านั้น

มีข้อเสนอในลักษณะที่ กปปส.จะยอมความได้น้อยกว่านี้หรือไม่

ไม่มี เพราะเขาฆ่าประชาชนไปแล้วคุณไม่ลาออกไม่ได้ และคุณก็ต้องติดคุกเพราะไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย เว้นแต่คุณไม่เคารพกฎหมาย เพราะประเทศนี้เป็นนิติรัฐ คือรัฐที่ถูกปกครองด้วยกฎหมาย

ต้องยอมรับว่า พวกคุณมันตัวปัญหา ผมเริ่มต้นมาชุมนุมก็เพราะคุณ เราไม่ได้มีข้อเรียกร้องใหม่ มวลมหาประชาชนที่ออกมาเป็นล้าน ๆ คนก็เพราะคุณ คุณเคยได้ยินที่เขาด่าคุณไหม เคยเห็นประชาชนที่เขาขับไล่คุณไหม เห็นชาวนาที่ฆ่าตัวตายไหม หรือคนชุมนุมที่บาดเจ็บไป 600 กว่าคนหรือไม่ เขาเป็นอย่างนี้เพราะพวกคุณทั้งนั้น จะแกล้งโง่หรือโยนความผิดให้พวกผมไปถึงไหน

อะไรคือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม หากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ลาออกจากตำแหน่งรักษาการ

ช่องทางที่ถูกต้องคือ เมื่อไม่มี ส.ส.แต่เราก็ยังมีวุฒิสภาทำหน้าที่ในรัฐสภา เมื่อไม่มี ส.ส.ก็ไม่สามารถแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่มาจากตำแหน่ง ส.ส. ก็ต้องอาศัยขนบธรรมเนียมประเพณีก็สรรหาคนที่ดีเข้ามาทำหน้าที่ โดยเสนอผ่านประธานวุฒิสภา กราบบังคมทูล เพื่อตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลาง และตั้งรัฐบาล

จากนั้นก็ขอใช้อำนาจนายกรัฐมนตรีประกาศสภานิติบัญญัติชั่วคราว เพื่อปฏิรูปการเมือง เส้นทางมันไปได้ นักวิชาการก็พูดกันเยอะ เพียงแต่คุณยิ่งลักษณ์เอง แกท่องคาถาอย่างเดียวคือลาออกไม่ได้ และผมว่าแกคงตายไม่ได้ด้วย ถ้าตายถือว่าผิดกฎหมาย เพราะนั่นคือการทิ้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเหมือนกัน

การมีนายกรัฐมนตรีคนกลางจะทำให้จุดยืนของ กปปส.จะอยู่ตรงไหน

พวกผมก็กลับไปเป็นประชาชน ก็มีอำนาจตรวจสอบโดยธรรมชาติเรา ผมก็กลับบ้านเลย เบื่อเต็มที่แล้วเหมือนกัน รบกับคนบ้าอย่างนี้ พูดไม่รู้เรื่อง

ถ้าสุดท้ายคนกลางปฏิรูปประเทศ

ไม่ได้ตามใจ กปปส.ก็จะทำให้ต้องออกมาชุมนุมอีก อย่าใช้คำว่าตามใจเรา ถ้าเราทำลายระบอบทักษิณสำเร็จ และที่เหลือเคารพกฎหมาย สร้างสภาที่ประชาชนมีส่วนร่วมจริง ๆ อย่าเอาระบอบทักษิณมาหุ้นกับพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่ทำเพื่อต้มตุ๋นประชาชน แค่นี้เราก็รับได้

ส่วนอะไรปฏิรูปได้ก็ทำกันไป ว่ากันไปทีละเรื่อง ก็ถามประชาชนว่า จะทำอะไรก่อนหรือหลัง เช่น ทำให้รัฐเป็นนิติรัฐมากขึ้น ทำให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ เรื่องไหนที่คนทำผิดก็ไปตามจับมาให้ได้

หลายฝ่ายเสนอว่า กปปส.ไม่ต้องยกระดับการชุมนุม แต่ให้รอดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากองค์กรอิสระ

ไม่รอแล้ว เดี๋ยวคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก็ยืดเยื้อ เล่นเกมติ๊ดชึ่งอยู่ คุณหมดเวลาแล้ว ป.ป.ช.ต้องรู้ตัวด้วยว่า ไม่ว่าคนอื่นจะนับถืออย่างไร แต่ผมไม่เชื่อถือคุณอีกแล้ว เพราะข้อเท็จจริงเรื่องทุจริตจำนำข้าว ประจักษ์สายตาทั้งประเทศแล้ว แต่คุณยังติ๊ดชึ่งกันอยู่ ยังไม่รู้จะจบอย่างไร สุดท้ายผมคิดว่าดีไม่ดี ป.ป.ช.จะถูกไล่ไปด้วยนะ องค์กรอิสระที่เขาข้างทักษิณเคยติดคุกมาแล้ว

ข้อเสนอทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และให้พรรคประชาธิปัตย์กลับเข้าสู่ระบบเลือกตั้งจะยุติปัญหาได้หรือไม่

อยากทำก็ทำไป แต่ไม่เกี่ยวกับเรา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับรัฐบาลก็ทำกันไป แต่สิ่งที่เราต้องการ น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องลาออก เพราะคุณหมดความชอบธรรมนานมากแล้ว

ถ้าคุณยิ่งลักษณ์ลาออก กปปส.ก็พับเวทีกลับบ้านทันที ถือเป็นคำมั่นสัญญา

ก็ทำทันที ที่เหลือเป็นกระบวนการที่เราจะนั่งดู แต่ถ้าใครยังคิดหักหลังประชาชนและกระทำแบบเดิม เราก็พร้อมจะกลับมา