ประชาชาติธุรกิจ
หุ้น-การเงิน

วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

สรรพากรอัด 3 มาตรการภาษี หนุนภาคเอกชนเร่งสปีด "ลงทุน"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 29 ก.พ. 2559 เวลา 10:10:10 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

จากที่เมื่อ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่กฎหมายใหม่ของกรมสรรพากรรวดเดียว 5 ฉบับประกอบด้วย 1) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 41) พ.ศ. 2559, 2) พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 597) พ.ศ. 2559, 3) พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 598) พ.ศ. 2559, 4) พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 599) พ.ศ. 2559 และ 5) พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 600) พ.ศ. 2559

"ประชาชาติธุรกิจ" สรุปเนื้อหาสาระกฎหมายแต่ละฉบับไว้ เพราะ 3 ใน 5 ฉบับนี้เป็นมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน ทั้งการลงทุนผ่านเวนเจอร์แคปิตอล, การส่งเสริมการลงทุนผ่านกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (กองรีท) และการยกเว้นภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นจากการวิจัยและพัฒนา



เข็น "เวนเจอร์แคปิตอล" 10 อุตฯเป้าหมาย

เริ่มตั้งแต่ "พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 597) พ.ศ. 2559" เป็นมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนกิจการเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) มากยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาตลาดการลงทุนในประเทศไทย และส่งเสริมให้มีการลงทุนในกิจการเป้าหมาย 10 อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีหลักเป็นฐานในการประกอบกิจการ ตามที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กำหนด ซึ่งประกอบด้วย 1) อุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร 2) อุตสาหกรรมประหยัดพลังงาน ผลิตพลังงานทดแทน และพลังงานสะอาด 3) อุตสาหกรรมฐานเทคโนโลยีชีวภาพ 4) อุตสาหกรรมการแพทย์และสาธารณสุข 5) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว บริการ และอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์

6) อุตสาหกรรมวัสดุก้าวหน้า 7) อุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องประดับ 8) อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน 9) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และบริการสารสนเทศ และ 10) อุตสาหกรรมฐานการวิจัย พัฒนาและนวัตกรรม หรืออุตสาหกรรมใหม่

มาตรการนี้จะให้สิทธิประโยชน์แก่ "ผู้ลงทุน" ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินปันผลที่จ่ายโดยบริษัท ซึ่งประกอบกิจการเงินร่วมลงทุนหรือทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมทุน

ผู้ลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับรายได้จากการ "โอนหุ้น" ในบริษัทซึ่งประกอบกิจการเงินร่วมลงทุน หรือรายได้จากการโอนหน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อกิจการเงินร่วมลงทุน เฉพาะการโอนหุ้นที่ตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุนเป็นระยะเวลารวม 10 รอบบัญชี

หนุนเอกชนเร่งลงทุน "R&D-นวัตกรรม"

ส่วน "พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 598) พ.ศ. 2559" ให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ในส่วนที่จ่ายไปเพื่อทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นจำนวน 3 เท่าของรายจ่ายจริง สำหรับเงินได้ที่จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558 ถึง 31 ธ.ค. 2562 ทั้งนี้ เมื่อรวมสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามกำหนดฉบับนี้แล้ว ต้องไม่เกินอัตราส่วนของรายได้กิจการที่ต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิในรอบบัญชีเดียวกัน ดังนี้

1) ยอดรายได้ไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกิน 60% ของรายได้ 2) ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 200 ล้านบาท ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกิน 9% ของรายได้ 3) เฉพาะส่วนที่เกิน 200 ล้านบาท ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ไม่เกิน 6% ของรายได้

ยกเว้นภาษีลงทุนอสังหาฯผ่าน "กองรีท"

นอกจากนี้ ยังมี "พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 599) พ.ศ. 2559" เป็นมาตรการภาษีส่งเสริมการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ผ่านกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (กองรีท) แทนการลงทุนผ่านกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์

นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นการยกเว้นภาษีเงินได้ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ และยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ให้แก่กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กรณีที่มีการแปลงสภาพไปเป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์

"มาตรการนี้เพื่อส่งเสริมให้เกิดการโอนจากพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ไปเป็นกองรีทเพราะไม่อย่างนั้นกองรีทก็ไม่เกิด"

เพิ่มโทษโกงแวต-ขอคืนภาษีเป็นเท็จ

ขณะที่ "พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 41) พ.ศ. 2559" สาระสำคัญคือการเพิ่มโทษอาญาสำหรับผู้ประกอบการที่มีเจตนาหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) รวมถึงผู้ที่ร่วมกระทำผิดดังกล่าว ซึ่งเดิมบทลงโทษยังไม่ครอบคลุมถึงกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่หลีกเลี่ยงแวต และโทษที่มีอยู่ไม่ได้ระบุชัดเจนถึงกรณีแวต รวมถึงอัตราโทษที่ผ่านมาไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

รวมถึงกำหนดบทลงโทษการ "ขอคืนภาษีเป็นเท็จ" โดยกำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000-200,000 บาท และบทลงโทษจากการหลีกเลี่ยงภาษีอากรที่ปรับให้เหมาะสมมากขึ้นเป็นจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

"ก่อนหน้านี้มีคดีความเกี่ยวกับการขอคืนภาษีเป็นเท็จ ทำให้รัฐเสียหายกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งการเพิ่มบทลงโทษก็เพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต จากเดิมไม่มีบทลงโทษระบุไว้ อย่างไรก็ตาม กฎหมายจะไม่มีผลบังคับใช้ย้อนหลัง" อธิบดีกรมสรรพากรกล่าว

ต่ออายุโครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดา 1 ปี

ส่วนฉบับสุดท้าย "พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 600) พ.ศ. 2559" เป็นการต่ออายุโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่บังคับใช้อยู่ในปี 2558 ออกไปอีก 1 ปี คือในปี 2559 โครงสร้างภาษีจะจัดเก็บภาษี 7 ขั้นอัตราตั้งแต่ 5-35% ซึ่งปรับจากเดิมที่ก่อนหน้านั้น เคยจัดเก็บ 5 ขั้นอัตรา ตั้งแต่ 10-37%

นายประสงค์ระบุว่า เนื่องจากโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ใช้อยู่ในปี 2558 เป็น พ.ร.ฎ.ที่บังคับใช้ชั่วคราว หรือบังคับใช้ปีต่อปี เมื่อยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องขยายเวลาออกไป

อย่างไรก็ดี กรมสรรพากรอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาใหม่ ซึ่งยืนยันได้ว่าผู้เสียภาษีทุกคนจะได้ประโยชน์

"ปี 2559 จะยังใช้โครงสร้างภาษีเหมือนกับปี 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งจะไปยื่นภาษีช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. 2560 ส่วนโครงสร้างภาษีใหม่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งจะได้ข้อสรุปเร็ว ๆ นี้" อธิบดีกรมสรรพากรกล่าวทิ้งท้าย