ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2560

SME Rescue Center ศูนย์ช่วยเหลือการเงินผู้ประกอบการ

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 02 ส.ค. 2559 เวลา 20:30:01 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เมื่อมีการคิกออฟศูนย์ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี หรือ SME Rescue Center โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประกอบการในด้านการรวบรวมปัญหาและหาแนวทางฟื้นฟู ส่งต่อปัญหาไปยังหน่วยงานพันธมิตร เน้นการแก้ปัญหาการเงิน ซึ่งนับเป็นปัญหาหลักของธุรกิจเอสเอ็มอี

ก้าวสู่เอสเอ็มอีดิจิทัล

ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ กล่าวว่า รัฐบาลรู้ดีว่าปัญหาหลักของเอสเอ็มอีคือเรื่องการเงิน ดังนั้น การตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME Rescue Center) สำหรับรับคำร้อง รับความทุกข์ของเขาเพื่อแก้ทุกข์ ต้องผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และส่งต่อกันอย่างเป็นระบบ



ในส่วนเรื่องการใช้หลักทรัพย์ธนาคารจะต้องคิดวิธีการ หานวัตกรรมใหม่ ๆ อาทิ การเข้าไปดูศักยภาพของโรงงาน ธุรกิจ แทนหลักทรัพย์ หรือดูกระแสการเงิน เป็นต้น

"ปัญหาเอสเอ็มอีคือมีหนี้สินเยอะ แต่เงินน้อย เราต้องเข้าไปดูเรื่องศักยภาพ โดยกระทรวงการคลังเองจะเข้ามาช่วยให้ทุนแน่นหนาขึ้นด้วยการเติมเงินผ่านกองทุนของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)บวกกับเงินจากศูนย์มาใช้เพื่อหมุนเวียนธุรกิจ หรือผ่านเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำของธนาคารต่าง ๆ ทั้งเอสเอ็มอีแบงก์ ธนาคารออมสิน และจากสมาคมธนาคารไทยที่กำลังดำเนินการจำนวน 10,000 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ย 4% เช่นกัน ทั้งนี้ ต้องขึ้นอยู่กับศักยภาพของธุรกิจด้วยว่าเป็นธุรกิจที่มีความสามารถในการเติบโตจริง"

รวมทั้งโครงการพี่ช่วยน้อง ที่จะมีบริษัทใหญ่มาช่วยรายเล็ก ทั้งนำรายจ่ายเหล่านั้นนำมาหักภาษีลดหย่อนได้ 2 เท่า ตรงนี้เป็นวิธีการหนึ่งเพื่อช่วยให้เอสเอ็มอีรายเล็กรายน้อยผ่านด่านนี้ไปได้ภายใน 5 ปี

"เพราะหน้าที่ของรัฐไม่ใช่แค่สร้างเอสเอ็มอีธรรมดา แต่ต้องการขับเคลื่อนไปสู่เอสเอ็มอีดิจิทัลเพื่อแข่งขันกับต่างประเทศ โดยผ่านโครงการของกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งเอสเอ็มอี สปริงอัพ และเอสเอ็มอี 4.0"

เปิดศูนย์ช่วยเหลือ 3,800 แห่ง

ขณะที่ "สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์" ในฐานะประธานกรรมการบริหารศูนย์ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs (SME Rescue Center) กล่าวว่าจากนโยบายให้ความสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งแก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเปิดศูนย์โดยใช้การบริหารงานในรูปแบบคณะกรรมการจากหน่วยงานเครือข่าย โดยมีที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน และมีหน่วยงานเครือข่ายต่าง ๆ เข้าร่วม ซึ่งในช่วงแรกจะมีที่ทำการที่ศูนย์บริการธุรกิจอุตสาหกรรม (BSC) อาคารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมเป็นการชั่วคราวก่อน



โดยช่องทางการให้บริการของศูนย์ช่วยเหลือมีจุดให้บริการกว่า3,800แห่งทั่วประเทศ มีหน่วยงานพันธมิตรทั้ง 13 หน่วยงานเพื่อส่งต่อการช่วยเหลือให้ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการที่จะเข้ามา ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม, สสว., กรมบังคับคดี, กระทรวงพาณิชย์, บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.), ศูนย์ดำรงธรรม, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคาร
เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, ธนาคารออมสิน, เอสเอ็มอีแบงก์, สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย, สมาคมธนาคารไทย และบริษัท เครดิต บูโร

ทั้งนี้ มีเอสเอ็มอี 3 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ แต่มีปัญหาด้านการเงิน ภาครัฐจะเข้ามาสนับสนุนเงินทุน รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือด้านการปรับโครงสร้างหนี้ กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่มีศักยภาพแต่มีปัญหาด้านการจัดการ ซึ่งจะส่งต่อไปยังสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เข้ามาช่วยในการวางแผนบริหารจัดการทางด้านการตลาด และกลุ่มที่ 3 คือกลุ่มที่มีศักยภาพในการฟื้นฟูไม่มาก ซึ่งจะมีหน่วยงานเข้าไปช่วยแนะนำการปรับโครงสร้างธุรกิจ และหากจำเป็นต้องเลิกกิจการจะช่วยพัฒนาผู้ประกอบการให้ไปสู่ธุรกิจใหม่ที่มีโอกาสทางการตลาดมากกว่าต่อไป

เปิดทุกช่องทางเข้าถึงบริการ

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขอความช่วยเหลือสามารถเข้าถึงผ่านช่องทางการรับบริการมี8 รูปแบบ ได้แก่ 1.ศูนย์ช่วยเหลือSMEs (SME Rescue Center) อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม 2.ตู้ ปณ. 4 ปณฝ.กรมโรงงานอุตสาหกรรม เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10413 3.Call Center 1358 4.โทรศัพท์ 0-2202-4444 5.อีเมล์ smerescuecenter@gmail.com 6.www.smerescuecenter.com 7.www.facebook.com/smerescuecenter และ 8.Line Official : smerescuecenter

นอกจากนี้ ยังสามารถส่งเรื่องผ่านหน่วยงานเครือข่าย ได้แก่ 1.SME Bank (95 สาขา) 2.สสว. (10 แห่ง) 3.ธนาคารกรุงไทย (1,214 สาขา) 4.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (1,169 สาขา) 5.ธนาคารออมสิน (1,036 สาขา) 6.ศูนย์ดำรงธรรม (76 จังหวัด) 7.สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (76 จังหวัด) 8.กรมบังคับคดี (115 แห่ง) 9.ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค (12 แห่ง)

ส่วนคุณสมบัติผู้รับบริการกำหนดไว้ คือ หนึ่ง เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ประสบปัญหาทางธุรกิจทางด้านการเงิน และด้านต่าง ๆ สอง เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลที่ยังประกอบธุรกิจอยู่ศูนย์ SME Rescue Center จึงเป็นศูนย์บรรเทาทุกข์ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างแท้จริง