ประชาชาติธุรกิจ
ในประเทศ

วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2560

เตรียมรื้อสำนวนคดีครู "แพะ" ระบุรอศาลชั้นต้นสั่ง ยันตร.ทำตามหน้าที่สอบสวนบนหลักฐาน

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 12 ม.ค. 2560 เวลา 16:45:48 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

วันที่ 12 มกราคม 2560 พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีข้าราชการครูตกเป็นแพะในคดีอุบัติเหตุขับรถชนคนตาย คือ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี ข้าราชการครูชาว จ.สกลนคร เหตุเกิดตั้งแต่ปี 2548 ในท้องที่ของ สภ.นาโดน อ.เรณูนคร จ.นครพนม จนกระทั่งมีการพิจารณาตัดสินของศาลฎีกา ให้จำเลยติดคุก เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2556 เป็นเวลา 3 ปี 2 เดือน ซึ่งศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำคุก 3 ปี 2 เดือน และมีการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรมถึง 3 ศาล โดยศาลอุทธรณ์ ยกฟ้อง และศาลฎีกา มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

พล.ต.ต.สุวิชาญกล่าวว่า ภายหลังศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีคำสั่งเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 ให้ศาลชั้นต้น คือ ศาลจังหวัดนครพนม ดำเนินการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ เนื่องจากจำเลยมีการร้องทุกข์ผ่านกระทรวงยุติธรรมว่า เป็นผู้เสียหายในคดีแพะ แต่ถูกดำเนินคดี และได้รับการอภัยโทษออกมาเมื่อปี 2558 รวมจำคุก 1 ปี 6 เดือน ในส่วนของตำรวจภูธรนครพนม เบื้องต้นจะต้องรอคำสั่งของศาลชั้นต้น ในการพิจารณารื้อคดีใหม่ตามกระบวนการยุติธรรม เนื่องจากเป็นคดีที่ขึ้นสู่ศาล และสิ้นสุดกระบวนการยุติธรรมแล้ว ทางตำรวจต้องรอคำสั่งศาล ในการสอบสวนดำเนินคดีใหม่

"แต่ได้มีการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน รวมถึงสำนวนการสอบสวน พบว่ามีการกระทำการสอบสวน พยาน ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน ตามขั้นตอนถูกต้อง แต่ส่วนของความผิดพลาด หรือเป็นเหตุให้จำเลยติดคุกนั้น ถือว่าเป็นกระบวนการต่อสู้ทางกฎหมาย ที่จะต้องไปดูในรายละเอียดอีกครั้ง ในส่วนของเรื่องระเบียบหรือความผิดของพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี หากมีความผิดพลาด จะต้องรอการตรวจสอบตามขั้นตอนอีกครั้ง แต่จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน ถือว่าตำรวจทำตามหน้าที่ และกระบวนการของการสอบสวนทุกขั้นตอน นอกจากนี้ ในส่วนของการดำเนินคดีต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่กระทำความผิดจริง ยังไม่สามารถไปดำเนินคดีได้ จะต้องรอกระบวนการของศาลชั้นต้น เพื่อจะได้สอบสวนดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป" พล.ต.ต.สุวิชาญกล่าว

สำหรับในส่วนของตำรวจพนักงานสอบสวน เจ้าของคดีคือ พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ โพธิโหน่ง เดิมเป็นพนักงานสอบสวนของ สภ.นาโดน ท้องที่เกิดเหตุ ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง เป็นรอง ผกก.สอบสวน สภ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ส่วนรายละเอียดของคดีในขณะนั้นระบุว่า เกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2548 ช่วงเวลาประมาณ 20.30 น. บริเวณเขตบ้านสร้างเม็ก หมู่ 7 ต.ท่าลาด อ.เรณูนคร จ.นครพนม ซึ่งตามข้อเท็จจริงที่มีการตรวจสอบของศูนย์ช่วยเหลือลูกหนี้และประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม กระทรวงยุติธรรม พบว่าผู้เสียชีวิตคือ นายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75  ปี บ้านเลขที่ 19 หมู่ 1 ต.พระซอง อ.นาแก จ.นครพนม ถูกเฉี่ยวชนขณะปั่นจักรยาน ส่วนรถยนต์คันที่ชนกับรถจักรยานของผู้เสียชีวิต เป็นรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นเก่า เคบีแซด สีเขียว ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร คนขับคือ นายสับ วาปี อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 6 ต.กุดเข้ อ.เมืองมุกดาหาร แต่บังเอิญใกล้เคียงกับทะเบียนรถยนต์ของผู้เสียหาย ที่ตกเป็นแพะในคดี คือ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร  คือ รถยนต์โตโยต้า ทะเบียน บค 56 สกลนคร สีบรอนซ์ทอง โดยหลังเกิดเหตุ เจ้าของรถยนต์ที่ขับรถยนต์ชนจักรยานเสียชีวิต ได้หลบหนี และนำรถไปซ่อนไว้ในสวนไร่อ้อย ประมาณ 3 เดือน ต่อมาได้มีการขายต่อให้คนอื่น และยังไม่สามารถตรวจสอบติดตามหารถยนต์คันดังกล่าวได้




ที่มา : มติชนออนไลน์