ประชาชาติธุรกิจ
หุ้น-การเงิน

วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560

"กสิกร"รุกนายหน้า"ขาย/เช่า"ที่ดิน ลุ้นธปท.ไฟเขียว-รับลูกค้าเศรษฐี

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 16 มี.ค. 2560 เวลา 08:00:16 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

"เคแบงก์" นำร่องยื่น ธปท.ขออนุญาตเป็นผู้บริหารจัดการอสังหาฯ รวมถึงนายหน้า "ซื้อ-ขาย" ที่ดินให้ลูกค้ากลุ่มเวลท์ แจงเศรษฐีตบเท้าปรึกษาแบงก์ช่วยจัดการทรัพย์สิน รับมือกฎหมายภาษีที่ดินใหม่ ลุ้น ธปท.ปลดล็อกให้ครึ่งปีหลัง SCB ไม่น้อยหน้าเตรียมยื่นแบงก์ชาติ

กสิกรฯขอเป็นตัวกลาง "ซื้อขาย"

นายจิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ธนาคารได้ส่งเรื่องไปธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. เพื่อขออนุญาตให้แบงก์ทำธุรกิจนอกเหนือจากการทำธุรกรรมปกติของธนาคาร คือ การทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพย์สินของลูกค้าธนาคาร ในส่วนของอสังหาริมทรัพย์และที่ดินให้กับลูกค้ากลุ่มมั่งคั่ง (Wealth) ที่มีสินทรัพย์หรือเงินฝากกับธนาคารเกิน 50 ล้านบาท

"รายละเอียดเบื้องต้นที่แบงก์ได้ยื่นให้กับ ธปท. คือ ให้แบงก์สามารถเป็นผู้บริหารจัดการที่ดินให้ลูกค้าได้ ทั้งในส่วนการเป็นตัวกลางในการขายที่ดินให้กับลูกค้าของธนาคารกับภาคธุรกิจที่ต้องการซื้อที่ดิน หรือเข้าไปเป็นตัวกลางในการบริหารสินทรัพย์เหล่านี้ให้ลูกค้า หากลูกค้าต้องการให้เช่าที่ดิน เพื่อทำคอมมิวนิตี้มอลล์หรืออื่น ๆ โดยที่แบงก์ก็จะได้ค่าธรรมเนียมจากการเป็นผู้บริหารจัดการ"

เศรษฐีตั้งรับ กม.ภาษีที่ดินใหม่

นายจิรวัฒน์กล่าวว่า จุดมุ่งหมายของธนาคาร หวังเพียงเพื่อเข้าไปบริหารสินทรัพย์ให้ลูกค้าของธนาคารที่ต้องการบริหารที่ดินหรืออสังหาฯ ให้สอดรับกับกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ รวมทั้งต้องการทำให้ทรัพย์สินมีมูลค่าหรืองอกเงยขึ้น ธนาคารไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะเข้าไปซื้อขายที่ดินในตลาดเพื่อหวังเก็งกำไร เพราะหากไปทำเช่นนั้นจะเป็นการถือครองความเสี่ยงเพิ่ม ซึ่งเรื่องนี้เป็นความกังวลของ ธปท.เช่นกัน ดังนั้น ธปท.จึงต้องใช้ระยะเวลาและการพิจารณาอย่างรอบคอบมากที่สุด

"ก่อนหน้านี้ ธปท.ก็ถามกลับมาที่แบงก์ว่าเป็นเจตนาของลูกค้าจริงหรือไม่ ที่ต้องการให้แบงก์เข้าไปบริหาร พอรับฟังข้อมูลจากแบงก์แล้ว ธปท.ก็เข้าใจว่า เป็นความต้องการของลูกค้าจริง ๆ ไม่ใช่แบงก์อยากทำเอง เพียงแต่อยากแก้ไขปัญหาให้ลูกค้า อีกอย่าง คือ ไม่ได้ออกไปเร่ขายหรือโฆษณาว่าแบงก์มีบริการนี้ เพราะจุดประสงค์ของแบงก์ คือ ต้องการดูแลเฉพาะลูกค้าของแบงก์ ไม่ใช่ใครก็ได้ที่มีที่ดินแล้วเดินเข้ามาหาเรา อันนี้เราไม่ทำ"

นายจิรวัฒน์กล่าวว่า เบื้องต้นมีลูกค้าเข้ามาขอคำปรึกษาและให้ช่วยบริหารจัดการอสังหาฯกว่า 10 ราย ซึ่งแต่ละรายมีการถือครองที่ดินไม่ต่ำกว่า 50 ไร่ และทั้งในเขตกรุงเทพฯและต่างจังหวัด คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งลูกค้าแต่ละรายก็มีความต้องการที่หลากหลายแตกต่าง ทั้งต้องการขายที่ดิน ต้องการให้แบงก์หาพันธมิตรในการเข้ามาทำธุรกิจร่วมกันภายใต้สินทรัพย์ดังกล่าว เป็นต้น

"เราเชื่อว่าเศรษฐีเมืองไทยไม่มีใครไม่มีที่ดิน ลูกค้าเวลท์ของแบงก์มีเป็นหมื่นคน ไม่ใช่มีแค่เงินฝากหรือพอร์ตลงทุน ที่เข้ามาคุยตอนนี้ก็เป็นการนำที่ดินมาปรึกษาแล้วกว่า 10 แปลง เป็นหลักหลายร้อยไร่ ตอนนี้เรายังทำอะไรไม่ได้ต้องขออนุญาต ธปท.ก่อน และเท่าที่ทราบจาก ธปท.ก็มีหลายแบงก์ที่สนใจบริหารทรัพย์สินให้ลูกค้าเช่นเดียวกัน แต่อาจจะมีแนวทางที่ต่างกับที่กสิกรฯเสนอไป ดังนั้น การขออนุญาต ธปท.ครั้งนี้ ก็เชื่อว่าแบงก์อื่น ๆ จับตาว่า ธปท.จะอนุญาตอะไรบ้าง เพื่อเข้ามาทำเช่นเดียวกัน" นายจิรวัฒน์กล่าว

ลุ้น ธปท.ปลดล็อกครึ่งปีหลัง

นายจิรวัฒน์กล่าวว่า ธนาคารได้ยื่นรายละเอียดขอบเขตของการบริหารจัดการที่ดิน หรืออสังหาริมทรัพย์ให้กับ ธปท.รับทราบแล้ว ส่วน ธปท.จะอนุญาตให้แบงก์ทำได้แค่ไหน ก็ต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ธปท. อย่างไรก็ตาม คาดว่าในครึ่งปีหลังน่าจะได้รับคำตอบชัดเจนจาก ธปท. และแบงก์จะสามารถเข้าไปบริหารจัดการทรัพย์สินให้กับลูกค้าได้ภายในสิ้นปีนี้

"ระหว่างที่รอ ธปท.อนุญาตอย่างเป็นทางการ ธนาคารก็ได้เตรียมการวางแนวทางต่าง ๆ เพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารจัดการ รวมทั้งแก้ไขปัญหาทรัพย์สินให้กับลูกค้าไว้ ซึ่งหาก ธปท.อนุญาต แบงก์ก็สามารถทำตามแนวทางที่วางไว้ได้ทันที"

ทั้งนี้ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทยมีลูกค้ากลุ่มเวลท์ที่มีสินทรัพย์เกิน 50 ล้านบาท อยู่ที่ราว 10,000 ราย และมีมูลค่าทรัพย์สินภายใต้การบริหารเกือบ 8 แสนล้านบาท

SCB เตรียมยื่นเรื่องแบงก์ชาติ

ขณะที่นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ยังไม่ได้ทำเรื่องขออนุญาตไปที่ ธปท. แต่ก็อยู่ในขบวนการที่จะทำเช่นเดียวกัน เพราะเชื่อว่าการให้แบงก์มีอำนาจในการเข้าไปบริหารสินทรัพย์ให้ลูกค้า ด้านหนึ่ง คือ การสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมให้แบงก์เพิ่มเติมมากกว่า ธุรกรรมที่แบงก์ทำอยู่ปกติ ซึ่งก็เป็นประโยชน์ต่อแบงก์และลูกค้าแบงก์ โดยแบงก์ในต่างประเทศก็สามารถทำลักษณะนี้ได้ จึงไม่แปลกที่แบงก์ไทยจะขยายไปสู่จุดนั้น

นางสาวลลิตภัทร ธรณวิกรัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายลูกค้าธนบดีธนกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็เป็นแนวทางที่ธนาคารวางไว้เช่นกัน เนื่องจากปัจจุบันมีนักลงทุนกลุ่มไพรเวตแบงกิ้งที่มีสินทรัพย์เกิน 50 ล้านบาท เข้ามาหารือกับธนาคารเพื่อขอคำแนะนำการบริหารที่ดินและอสังหาฯแล้วหลายราย ซึ่งขณะนี้แบงก์อยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลรายละเอียดเพื่อนำส่งให้ ธปท.อย่างเป็นทางการต่อไป

"ที่ผ่านมาแบงก์ไม่มีอำนาจในการเข้าไปบริหารจัดการที่ดิน ทั้งซื้อและขายให้ลูกค้า แต่เราก็ได้จับมือกับพาร์ตเนอร์ที่เป็นผู้ประกอบการอสังหาฯรายใหญ่ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าธนาคารที่ต้องการขายหรือซื้อที่ดินอยู่เป็นระยะ ๆ เช่น 1-2 ปีที่ผ่านมา เราก็พาลูกค้าไปดูอสังหาฯในอังกฤษ เป็นต้น แต่ต้องทำผ่านคนที่ได้ไลเซนส์ แต่อนาคตเราก็คาดหวังว่าเราจะสามารถทำได้เอง" นางสาวลลิตภัทรกล่าว

ด้านนายลือชัย ชัยปริญญา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า สำหรับธนาคารกรุงไทยยังไม่ได้ยื่นขออนุญาต ธปท. เนื่องจากต้องรอดูแนวทางจากแบงก์อื่น ๆ ด้วยว่าเป็นอย่างไร อีกทั้งปัจจุบันลูกค้าของธนาคารยังไม่ได้เข้ามาหารือในด้านนี้มากนัก

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้