ประชาชาติธุรกิจ
การเมือง

วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2560

แผนมัดมือ 5 รัฐบาล 20 ปี มาตรการเข้ม คสช.-ละเว้นติดคุก

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 19 มี.ค. 2560 เวลา 08:01:37 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

หนึ่งในเป้าหมายของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องทำให้เสร็จก่อนผลัดอำนาจให้รัฐบาลเลือกตั้งคือการปักหมุดปฏิรูปเพื่อทำตามโจทย์ที่ขอเข้ามา "ควบคุมอำนาจ" เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 

ทุกโครงสร้างอำนาจรัฐนาวา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังผลักดันวาระปฏิรูปกันอย่างจริงจัง

ฝ่ายบริหารตั้งคณะกรรมการสารพัดชุด ระดมนักวิชาการ ข้าราชการ นักปฏิรูปร่วมเกือบ 200 ชีวิต เข้ามารับงานขึ้นโครงประเทศช่วงโค้งสุดท้ายอำนาจ

แม่น้ำสายกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ผลิตรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป บรรจุกลไกปฏิรูปในหมวด 16 และให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ วางเป้าหมายประเทศ 20 ปี 

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ก็ชงสารพัดแผนปฏิรูปไปยังทำเนียบรัฐบาล เช่นเดียวกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็เปิดทางรับลูกกฎหมายมาพิจารณาอย่างขะมักเขม้น

ล่าสุดการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 14 มีนาคมมีมติที่ผ่านมาจึงอนุมัติร่างกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ 

หนึ่ง คือร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. ...

สอง คือร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ... 

ตามท้องเรื่องกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ เป็นกฎหมายที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติ กำหนดให้รัฐบาลต้องตรากฎหมายดังกล่าวขึ้นมาเพื่อ "คิกออฟ" ปฏิรูป

ผ่าโครงสร้างคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ 

โดยสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ กำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายในการพัฒนาประเทศต้องมีไม่น้อยกว่า 20 ปี เท่ากับ 5 รัฐบาลปกติ

มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และรองประธานวุฒิสภาเป็นรองประธานคนที่ 1 และ 2 มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ อาทิ ด้านความมั่นคง การเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน การศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไม่เกิน 14 คน และ ครม.ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อจัดทำยุทธศาสตร์ชาติก่อนเสนอ ครม.อนุมัติ และให้มีคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 1 คณะ หรือหลายคณะ โดยคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่าง ๆ คณะละไม่เกิน 15 คน เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติภายใน 120 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง

สิ่งที่ยุทธศาสตร์ชาติอย่างน้อยต้องมี คือ วิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศ เป้าหมายการพัฒนาประเทศในระยะยาว กำหนดกรอบเวลาที่ต้องดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย ตัวชี้วัดการบรรลุเป้าหมายและยุทธศาสตร์ด้านต่าง ๆ 

หลังจากคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติจัดทำ "แผนยุทธศาสตร์ชาติ" จะส่งต่อให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่มีนายกฯเป็นประธานพิจารณา และส่งต่อให้ ครม.อนุมัติในขั้นตอนสุดท้ายก่อนจะส่งให้รัฐสภาให้ความเห็นชอบ และนำขึ้นทูลเกล้าฯให้เป็นยุทธศาสตร์ชาติพร้อมประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา




เมื่อยุทธศาสตร์ชาติบังคับใช้แล้ว คณะกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติต้องทำ "แผนแม่บท" คือแผนที่จะนำไปสู่เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ ก่อนจะเสนอให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และส่ง ครม.ให้ความเห็นชอบก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ซึ่ง "แผนแม่บท" มีผลผูกพันหน่วยงานของรัฐ โดยให้ ครม.วางระเบียบหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจการและการประเมินผลการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์ชาติ 

ถ้าไม่ทำถูกถอดถอนจากตำแหน่ง


ขณะที่บทลงโทษ หากเกิดไม่ทำตามยุทธศาสตร์ชาติเมื่อสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภาแล้วแต่กรณีเห็นว่าหน่วยงานของรัฐไม่ดำเนินการโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ให้สภานั้นส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการใน 1 ปี หากข้อกล่าวหามีมูลให้ผู้บังคับบัญชาของผู้กล่าวหาสั่งพักราชการหรือพักงาน หรือให้ออกจากราชการเอาไว้ก่อน หรือสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง 

หรือเมื่อปรากฏต่อคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ ว่ามีการดำเนินการต่อหน่วยงานของรัฐไม่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติหรือแผนแม่บท ให้แจ้งหน่วยงานของรัฐทราบถึงความไม่สอดคล้องและข้อเสนอในการแก้ไขปรับปรุง และให้แจ้งผลการปรับปรุงภายใน 60 วัน 

หากไม่ดำเนินการให้ "คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์" แจ้งต่อ "คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ" เพื่อเสนอ ครม.สั่งการให้หน่วยงานรัฐปฏิบัติตาม หากไม่ปฏิบัติตามถือว่า "จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย และให้คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติส่งให้ ป.ป.ช.ลงดาบฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ต่อไป 

ตั้ง 14 อรหันต์ปฏิรูปมีวาระ 5 ปี


ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.การดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. ... มีสาระสำคัญ โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศแต่ละด้าน 11 ด้าน 11 คณะประกอบด้วย ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศ และกรรมการ คณะละไม่เกิน 14 คน ซึ่ง ครม.คัดเลือกจากผู้แทนองค์กรภาคเอกชนหรือประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง ผู้เชี่ยวชาญหรือมีประสบการณ์ นักวิชาการ มีวาระ 5 ปี 

มีอำนาจในการทำแผนปฏิรูปประเทศ ทั้งนี้ต้องประกอบด้วย แผนและขั้นตอนดำเนินการปฏิรูป ระยะเวลา วงเงินที่ใช้ และผลสัมฤทธิ์ โดยต้องทำให้เสร็จภายใน 6 เดือน ก่อนเสนอให้ที่ประชุมร่วมของประธานกรรมการปฏิรูปทุกคณะเห็นชอบก่อนส่งให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพิจารณาว่าสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติหรือไม่ก่อนส่งให้ครม.เห็นชอบต่อไป

"บิ๊กตู่" มีอำนาจตั้ง คกก.เบ็ดเสร็จทุกคณะ


อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติกำหนดไว้ว่า หลังจากรัฐธรรมนูญฉบับประชามติมีผลบังคับใช้ จะต้องมีร่าง พ.ร.บ.การดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. ... และร่าง พ.ร.บ.จัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ... ภายใน 120 วัน

ดังนั้น ผู้ที่จะรักษาการตามกฎหมาย 2 ฉบับก็คือ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติก็คือ "พล.อ.ประยุทธ์" รองประธานก็คือ "พรเพชร วิชิตชลชัย" ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะทำหน้าที่ประธานรัฐสภา และ ครม.พล.อ.ประยุทธ์ มีอำนาจแต่งตั้งทั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ และอนุมัติแผนปฏิรูปและแผนยุทธศาสตร์ชาติทั้งกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ 

ผูกพันนโยบายรัฐบาลเลือกตั้ง 20 ปี


เมื่อนำไปประกอบกับ "บทบังคับ" ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับผ่านประชามติที่เกี่ยวข้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปจะพบว่า ต่อจากนี้ไปในการเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ต้องแสดงแหล่งที่มาและประมาณการรายได้ ผลสัมฤทธิ์หรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการจ่ายเงิน และความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ตามมาตรา 142

รัฐบาลที่จะเข้าบริหารราชการแผ่นดินต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติ ตามมาตรา 162 

ขณะที่ในบทเฉพาะกาลกำหนดให้ ส.ว. 250 คน ที่มาจากการแต่งตั้งโดย คสช.ติดตามการปฏิรูปและดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ และให้ ครม.ในอนาคตแจ้งความคืบหน้าต่อรัฐสภาเพื่อทราบทุก 3 เดือน

"กอบศักดิ์ ภูตระกูล" ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฉายภาพแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีว่า ปัญหาของเมืองไทยเริ่มจากรัฐบาลที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ทำงานไม่ต่อเนื่อง ประชาชนมีปัญหาอยู่ในอกคือปัญหาฝันค้าง เพราะรัฐบาลขายฝันไว้เยอะ แต่พอเปลี่ยนนโยบาย ก็ยกเลิกนโยบาย พาประชาชนไปเที่ยวดอยสุเทพ เตรียมข้าวของไหว้พระธาตุ พอเดินทางถึงพิษณุโลกเปลี่ยนรัฐบาลแผนก็ล่ม รัฐบาลต่อมาขอไปภูเก็ตซื้อเครื่องประดาน้ำแต่ไป ถึงสุราษฎร์ธานีก็เปลี่ยนรัฐบาล บอกว่าจะไปภูกระดึงพอไปถึงนครราชสีมาเตรียมเครื่องปีนเขา แต่สุดท้ายยังไปไม่ถึงก็เปลี่ยนรัฐบาลอีก เปลี่ยนมา 3 รัฐบาล ถามว่าประชาชนได้อะไร

"ถ้าเป็นอย่างนี้รัฐบาลชุดนี้จึงต้องวางกรอบใหม่ เพื่อวางทิศทางพัฒนาประเทศชัดเจนต่อเนื่อง ไม่สะเปะสะปะ ต้องดำเนินการในสิ่งที่ตั้งใจว่าจะได้เกิดขึ้น เช่น บอกว่ามีแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางหลวง บางปะอิน-โคราช ไม่ว่ารัฐบาลที่หนึ่ง สอง สาม ต้องดำเนินการต่อเนื่องผ่านไป 5 ปีโครงการเสร็จ" 

จะเห็นได้ว่าโครงสร้างของร่าง พ.ร.บ.การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ และร่าง พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. ... เมื่อผนึกกับบทบัญญัติในร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ จะมัดรัฐบาลหลังเลือกตั้งแน่นยิ่งกว่าแน่น