ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2560

“พ.ร.บ.สรรพสามิต”ฉบับใหม่ลงราชกิจจาฯ มีผลบังคับใช้ใน180วัน-เตรียมออกกม.ลูก80ฉบับรองรับ

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 20 มี.ค. 2560 เวลา 21:24:38 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2560 ราชกิจจานุเษกษาประกาศ ออกประกาศพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 โดยหลังกฎหมายประกาศจะมีผลบังคับใช้ใน 180 วัน ซึ่งหลังจากนี้กรมต้องออกกฎหมายลูก 80 ฉบับ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายแม่ โดยเฉพาะอัตราการจัดเก็บภาษีสินค้าต่างๆ เนื่องจากกฎหมายแม่ออกมานั้น เป็นเพดาน แต่อัตราการจัดเก็บจริงลดลงมาเพดานเนื่องจากเพดานในกฎหมายนั้นสูงเพราะมองถึงอนาคต20ปี


“ในการกำหนดอัตราจัดเก็บจริงนั้น อิงการจัดเก็บภาษีในปัจจุบัน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการกรมเป็นห่วงว่า หลังกฏหมายประกาศในราชกิจจาฯ จะมีการนำเพดานภาษีไปคูณราคาขายปลีก นำไปเผยแพร่ในโลกออนไลน์จนทำให้เข้าใจกฏหมายแบบผิดๆ อยากให้รอฟังอัตราจริง ประกาศจากกรมจะดีกว่า”นายสมชายกล่าว


นายสมชาย กล่าวว่า นอกจากนี้ กรมมีแนวทางประชุมชี้แจงกับภาคเอกชนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) รวมถึงหอการค้าต่างประเทศในไทย และจะพิมพ์พ.ร.บ.แจก ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และจะมีคำอธิบายเกี่ยวกับภาษีให้เอกชน และผู้สนใจนำไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย


นายสมชายกล่าวว่า ภาษีดังกล่าว เป็นการรวมกฎหมายสรรพสามิต 7 ฉบับ ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต กฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต กฎหมายว่าด้วยสุรา กฎหมายว่าด้วยยาสูบ กฎหมายว่าด้วยไพ่ กฎหมายว่าด้วยการจัดสรรเงินภาษีสรรพสามิต และกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรเงินภาษีสุรา กฎหมายทั้ง 7 ฉบับใช้บังคับมาเป็นเวลานาน ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน


ทั้งนี้สาระสำคัญของร่างกฎหมาย ประกอบด้วย เพิ่มเติมบทนิยามที่สำคัญ เช่น คำว่า “ราคาขายปลีกแนะนำ” “ผลิต” “สุรา” “ยาสูบ” และ”ไพ่” , ปรับปรุงวิธีการจัดเก็บภาษีจาก จัดเก็บในอัตราตามมูลค่าหรือตามปริมาณ แล้วแต่อัตราใด จะคิดเป็นเงินสูงกว่า เป็น จัดเก็บทั้งตามมูลค่าและตามปริมาณ, เปลี่ยนฐานในการคำนวณภาษีตามมูลค่า จากเดิม “สินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักร ใช้ราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม และสินค้านำเข้า ใช้ราคา ซี.ไอ.เอฟ. รวมทั้งสินค้าสุรา ใช้ราคาขายส่งช่วงสุดท้าย เป็น ราคาขายปลีกแนะนำ , ปรับปรุงอายุความประเมินภาษีจาก 2 ปี ขยายได้อีก 3 ปี รวมเป็น 5 ปี, ปรับปรุงขั้นตอนการโต้แย้งการประเมินภาษี , ปรับปรุงระบบการควบคุมสินค้าสุรา ยาสูบ และไพ่, ปรับปรุงบทกำหนดโทษ ให้เหมาะสมกับปัจจุบัน และปรับปรุงเพดานอัตราค่าธรรมเนียมต่างๆ และเพดานอัตราภาษี ให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน รวมถึงให้มีผลบังคับใช้ไปในอนาคตอย่างน้อย 20 ปีข้างหน้า





ที่มา มติชนออนไลน์