ประชาชาติธุรกิจ
การเมือง

วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2560

"ชัยเกษม" ชง "นิรโทษกรรม" ขอโอกาสให้ "ทักษิณ" ปรองดอง

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 19 เม.ย 2560 เวลา 21:30:10 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

สัมภาษณ์

ในนาทียึดอำนาจ 22 พ.ค. 2557 เขาเป็นคนบอกกับ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" ผู้บัญชาการทหารบก ในเวลานั้นว่า พรรคเพื่อไทยไม่ออกจากรัฐบาลรักษาการ

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จึงยึดอำนาจตั้งแต่นาทีนั้น และ พล.อ.ประยุทธ์ ก็เป็นนายกรัฐมนตรี10 ปีที่แล้ว ในรัฐบาลคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เขาได้รับแต่งตั้งเป็น "อัยการสูงสุด" เป็นผู้สั่งฟ้องคดีของ "ทักษิณ ชินวัตร" ขึ้นสู้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หนึ่งในนั้นคือคดียึดทรัพย์ 6.4 หมื่นล้าน

แต่บัดนี้ "ชัยเกษม นิติสิริ" อยู่ใต้ชายคาพรรคเพื่อไทย ที่มีทักษิณเป็นผู้มีอำนาจตัวจริง

"ประชาชาติธุรกิจ" สัมภาษณ์เขา ในจังหวะที่ผู้มีอำนาจเรียกร้องให้ "ทักษิณ" กลับมาต่อสู้คดีหากจะเริ่มต้นปรองดอง ส่วนทักษิณบอกให้ลบชื่อตัวเองออกจากสมการ

"ชัยเกษม" ในฐานะที่สัมผัสความจริงทั้งสองด้าน เห็นอย่างไรต่อการปรองดองโดย คสช. อ่านบรรทัดถัดไป

- ส่วนตัวคิดว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เริ่มต้นจากตรงไหน

เกิดจากการที่ต่อสู้กันทางการเมืองต่างคนต่างมีวิธีการ จุดยืนของตัวเอง ผิดบ้าง ถูกบ้าง โดยเฉพาะสองพรรคใหญ่ พรรคหนึ่งเสนออะไร อีกพรรคหนึ่งบอกว่าไม่ดี ไม่ถูกต้อง ฝ่ายหนึ่งชนะเลือกตั้ง จนอีกฝ่ายชักไปไม่ไหว เป็นฝ่ายค้านตลอดเริ่มเอามวลชนเข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความขัดแย้งรุนแรง และไปตกกับคนที่ถูกปลุกระดมเข้ามาเชียร์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงหนีการปะทะกันไม่พ้น

ส่วนข้ออ้างอื่นของความขัดแย้ง และเป็นข้ออ้างของคนที่ปฏิวัติว่าเข้ามาเพื่อทำให้บ้านเมืองเรียบร้อย แก้ไขเรื่องการทุจริต ทำให้สังคมดีขึ้น แต่ถามว่าสองสามรอบที่ผ่านมามีคณะปฏิวัติคณะไหนประสบความสำเร็จไหม... ไม่มี การปฏิวัติไม่ได้ช่วยให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองต่อไปได้ เพราะไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมโลก และยิ่งสร้างความขัดแย้งในสังคมมากขึ้นด้วยซ้ำ



- แล้วปรองดองที่เกิดขึ้นจากคณะปฏิวัติจะสำเร็จหรือไม่

ปรองดองทำให้สังคมเข้ามาพูดคุยกันมีความสงบเรียบร้อยมีความเข้าใจกัน ถ้าทำให้ถูกวิธี ความปรองดองก็จะเกิดขึ้นได้ อย่างน้อยชั่วระยะหนึ่ง แต่การปรองดองที่ทำโดยฝ่ายที่ปฏิวัติ พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้ต่อจากนี้ทำโดยคณะกรรมการที่เป็นอิสระ เพราะเราเชื่อว่าการทำโดยคณะกรรมการที่ไม่เป็นอิสระ จะไม่ได้การปรองดองที่อยากจะได้

- ปรองดองที่พรรคเพื่อไทยอยากได้คืออะไร

ที่อยากได้คือ ต้องมีความจริงใจที่อยากให้ความปรองดองเกิดขึ้นในบ้านเมืองจริง ซึ่งผมไม่มั่นใจว่า ทำเพียงเป็นพิธี หรือตั้งใจปรองดอง เพราะในระหว่างปรองดองมีเรื่องราวเกิดขึ้นหลายเรื่องที่ไม่ช่วยบรรยากาศปรองดองเลย

เช่น เรื่องของท่านทักษิณ ชินวัตร (ประเมินภาษีขายหุ้นชินคอร์ป 1.7 หมื่นล้านบาท) แทนที่จะไปดูเรื่องเก่า ไปแก้ไข มีการเยียวยากันหรือไม่ จะตกลงกันอย่างไร ถ้าเรื่องเล็กเรื่องน้อยก็ขอโทษว่าผิดพลาดไปแล้ว แต่ถ้าเรื่องใหญ่ ผัวตาย เมียตาย ลูกตาย ก็ต้องมีวิธีการปรองดองที่จะเยียวยาให้ถูกต้อง

สิ่งที่ต้องการตอนนี้หลังจากคณะอนุกรรมการรวบรวมความคิดเห็นของกระทรวงกลาโหมรวบรวมข้อเสนอจบแล้ว คณะกรรมการชุดต่อไปที่จะมาสรุปข้อเท็จจริง จะสรุปตามที่พรรคการเมืองมาชี้แจงหรือไม่ หรือสรุปตามที่ คสช.ต้องการ จึงสงสัยว่า เอ๊ะ..ถ้าไม่ใช่กรรมการที่เป็นอิสระแล้วจะได้กรรมการที่ถูกต้องไหม เพราะถ้าผลสรุปไม่ถูกต้องการเดินต่อก็ไม่ถูกต้อง

ถ้าทำโดยฝ่ายที่ดูแลเรื่องปรองดองอยู่ในเวลานี้ พรรคเพื่อไทยเห็นว่าไม่เป็นอิสระแน่นอนเพราะมีโรดแมป 1 2 3 และลงนามสัญญาประชาคม ก็ได้กระดาษมาใบหนึ่ง ปรองดองก็เป็นไปตามที่วางไว้ ไม่เป็นไปตามหลักสากล ผลสรุปจะเป็นอย่างที่ท่านต้องการ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเป็น

- พรรคเพื่อไทยมักพูดเสมอว่า ต้นเหตุความขัดแย้งเกิดขึ้นตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 คิดเช่นนั้นไหม

แน่นอนปี"49 พอปฏิวัติก็ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ถามว่า คตส.ตั้งโดยใคร ตั้งโดยคณะปฏิวัติ การตั้งมาแบบนี้ เป็นกฎหมายกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ปกติ เวลานี้ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่คุมอำนาจอยู่อ้างเสมอว่าทำตามกฎหมาย กลับมาสู้คดีสิ

แต่ถ้าคิดถึงเวลาปี49 เบื้องต้นของกระบวนการยุติธรรมมาไม่ถูกต้อง พอตั้ง คตส.ก็ต้องตั้งคนที่สั่งได้มา เรื่องนี้เอาอย่างนั้น เรื่องนั้นตรวจสอบอย่างนี้ ผลให้เป็นอย่างนี้ แม้จะส่งต่อให้ ป.ป.ช.พิจารณา แต่เมื่ออยู่ในอำนาจปฏิวัติถามว่าใครไม่กลัวอำนาจปฏิวัติบ้าง อย่างคณะปฏิวัติชุดนี้ ใช้มาตรา 44 ย้ายนู่นย้ายนี่ ถามว่าข้าราชการกลัวอำนาจท่านไหม..ทุกคนก็ต้องกลัว แล้วจะบอกว่าให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย แต่กฎหมายไม่ปกติ ถ้ากระบวนการยุติธรรมปกติไม่จำเป็นต้องใช้ปาฏิหาริย์ทางกฎหมายหรอก

มีการเรียกร้องว่าท่านทักษิณให้มาต่อสู้คดีสิถามว่าแล้วท่านที่โดนคดีทั้งหลายมาจากไหน มาจาก คตส.แล้ว คตส.มาจากไหน..ก็มาจากปฏิวัติ แล้วที่ คตส.ทำ กฎหมายของ คตส.กับกฎหมายที่เราเข้าใจเหมือนกันหรือเปล่า การพิจารณาเหมือนกันไหม ดังนั้น ท่านทักษิณก็ไม่ยอมมา เพราะต่อสู้แล้วมันไม่มีความเป็นธรรมตั้งแต่ต้น

ของพวกนี้ถ้าไม่ได้มาจัดการให้เข้าท่าเข้าทางให้ดูดีขึ้น..มันก็ยากก็ต้องเป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ผมโดน คตส.สอบเจอกับตัวเองรู้เลยว่าไม่แฟร์ทุกอย่าง จนกระทั่งมาส่งต่อให้ ป.ป.ช.ก็ดีขึ้น สำหรับผมคดี CTX9000 ที่โดนอยู่ 7-8 ปี

- ท่านชัยเกษมเป็นอัยการสูงสุดที่ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา คดีเอื้อประโยชน์ชินคอร์ปจนนำมาสู่การยึดทรัพย์คุณทักษิณ ตอนนั้นท่านกลัวอำนาจคณะปฏิวัติหรือเป็นเพราะสำนวน คตส.ถูกต้อง

อัยการเป็นกระบวนการยุติธรรมที่ไม่ใช่ตัวเริ่มต้น เขาเริ่มต้นมาแล้ว มีเอกสารมาแล้ว ข้อเท็จจริงที่มาถูกหรือผิดเราไม่มีทางจะรู้ อาจจะสั่งสอบเพิ่ม หรือตั้งคณะกรรมการเพิ่มได้บ้าง แต่หลักฐานพอก็ฟ้องไป ผมฟ้องคดีท่านทักษิณก็หลายเรื่อง ไม่ฟ้องก็หลายเรื่อง แต่ผมไม่จำ เพราะผมทำงานเฉพาะหน้า อะไรที่ถูกที่ควรก็ดำเนินการ

แต่มีเหมือนกันที่ผมสั่งไม่ถูกใจคณะที่ปกครองประเทศอยู่ในเวลานั้น หรือ คตส. พอไม่ถูกใจเข้าก็มีเรื่องโถมมาสู่ตัวผม ซึ่งผมเห็นว่าไม่เป็นธรรม และผมก็มีหน้าที่สู้คดี CTX9000 เพราะมีความพยายามจะบีบผมในบางเรื่องให้ดำเนินการ ซึ่งไม่ถูกต้อง ก็ไม่ยอม เลยมีความรู้สึกไม่ดีกับคณะกรรมการที่คณะปฏิวัติตั้งขึ้นมา

เช่นเดียวกัน ทหารอยากให้ท่านออกมาต่อสู้คดี แต่ท่านก็ต้องบอกว่ากระบวนการไม่เป็นธรรม ถ้ามาสู้ตอนนี้ก็เป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ อย่างนี้จะแก้กันอย่างไร ถ้าปล่อยอย่างนี้ก็เป็นอย่างนี้ความรู้สึกไม่หาย แม้ผมจะพ้นคดีขึ้นมา แต่ก็รู้สึกตลอดเวลาว่าไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม

- ตอนยื่นสำนวนยึดทรัพย์ต่อศาล คิดว่าคุณทักษิณได้รับความเป็นธรรมหรือไม่

ผมยังจำไม่ได้เลยว่าผมคนยื่นหรือเปล่า เพราะช่วงเวลาต่อเนื่องกันระหว่างผมกับท่านจุลสิงห์ (วสันตสิงห์) แต่เรียนว่าตัดสินใจไปตามหลักฐาน ตามเหตุผลขณะนั้น

- ปรองดองของพรรคเพื่อไทยต้องล้างคดี คตส.ด้วยหรือไม่

พล.อ.ประวิตร พล.อ.ประยุทธ์พูดตัดบท ไม่ต้องพูดเรื่องนิรโทษกรรม ยังไม่ดูผลเลยว่าอะไรเกิดขึ้น และจะแก้ด้วยวิธีไหน อย่าเพิ่งด่วนว่าไม่ต้องพูดถึงนิรโทษกรรม เพราะจะทำให้เกิดผลแห่งการปรองดอง มันอาจไม่เต็มที่อย่างที่ฝ่ายหนึ่งต้องการ แต่อาจจะต้องมีบ้าง ซึ่งเป็นรายละเอียด ถ้ามีกรรมการอิสระจะต้องคิดต่อไป เพราะต้องศึกษาว่าประเทศอื่นทำกันอย่างไร

- ส่วนตัวท่านชัยเกษมคิดว่าคุณทักษิณควรจะได้รับความเป็นธรรมแค่ไหน

ต้องดูว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรมจริงหรือเปล่าในฐานะที่ผมเคยถูก คตส.ตรวจสอบ มองว่า คตส.ไม่ได้ให้ความเป็นธรรม ผมถูกสอบตั้งแต่ 10 โมงเช้า ยัน 4 ทุ่ม ท่านก็บอกว่ายังไงผมก็ต้องรับผิดชอบ ผมอยู่ในทีม ผมบอกว่าคนที่ทำผิดกติกาก็เล่นงานไปสิ แต่มา บอกว่าผมอยู่ในทีมเฉย ๆ แล้วผิดด้วย..ไม่ใช่มั้ง

ตอนนี้..จริงอยู่ ถ้ากลับมาสู้คดีในกระบวนการยุติธรรมปกติ แต่คิดดูสิมันผลไม้พิษ ท่านชง ท่านปลูกไว้จนออกเป็นอย่างนี้แล้ว อย่างน้อยมาถึงศาลยุติธรรม ศาลต้องเห็นอย่างที่ผมเห็นว่า บางเรื่องผมฟ้องไปที่ดูจากสิ่งที่ชงกันมาแล้ว ไม่มีโอกาสล้วงลงไปถึงสำนวน แต่ท่านทักษิณบอกว่าไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกับท่าน ให้ลืมท่านไปเลยไม่อยู่ในสมการ ก็ดี ถ้าท่านไม่ยุ่งเลยก็อย่าไปรื้อขึ้นมา แต่ไม่ต้องไปเรียกร้องว่าท่านอย่ามาสู้คดี เพราะถ้าให้ท่าน กลับมาสู้คดีก็ต้องนับหนึ่งใหม่

- คิดว่าคำพูดคุณทักษิณมีน้ำหนักหรือไม่

ผมว่าท่านทำใจแล้ว จะไปขอรื้อฟื้นอะไรคงไม่มีทางเป็นไปได้อย่างที่ท่านขอ เช่นเรื่อง คตส.มาสอบท่านใหม่สิ และท่านก็ไม่มีความมั่นใจ สมมุติว่า คสช.ใช้มาตรา 44 ให้สอบสวนคดีใหม่ แต่พอท่านมอบตัวก็ขังท่านก่อนอย่างนี้ก็เสร็จแล้ว ท่านจึงบอกว่าไม่ต้องมายุ่งกับท่าน ผมก็เชื่อว่าท่านทำใจแล้วกลับไม่ได้ก็กลับไม่ได้ ยิ่งอยู่ในยุคที่ปกครองโดยคณะปฏิวัติมันยิ่งไม่มีโอกาส ก็ดีแล้วที่ท่านคิดอย่างนั้นจะได้ตัดปัญหาไปได้เรื่องหนึ่ง และผู้บริหารประเทศจะได้ไม่ระแวง

- การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ เกี่ยวโยงกับเรื่องเก็บภาษีขายหุ้นชินคอร์ปหรือไม่

อันนี้ต้องถามท่านแล้วผมไม่รู้คิดอย่างไร แต่อย่างที่ท่านบอกคงมองแล้วว่าคงไม่มีความเป็นธรรมเกิดขึ้น เพราะกฎหมายที่รัฐใช้มันไม่มี Miracle หรอกครับ

- สุดท้ายคุณทักษิณยังเป็นตัวแปรในเกมปรองดองนี้หรือไม่

ถ้าดูจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแน่นอน อยู่ดี ๆ เรื่องคดีขายหุ้นควรจะเงียบไปแล้ว เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องกระทบปรองดอง

- ถ้าไม่นิรโทษกรรม คืนความเป็นธรรมก็ยังไม่ได้ จะทำอย่างไรกับตัวแปรตัวทักษิณ

ตั้งกรรมการที่เป็นอิสระกว่าเดิมมาดูแล ถูกตามหลักของสากล อย่างน้อยถ้าทำอย่างนั้นก็แสดงให้เห็นความจริงใจว่าอยากจะได้ปรองดองในแบบที่คนยอมรับ ไม่ใช่ได้กระดาษใบหนึ่ง แล้วบอกว่านี่ไงหลักฐานว่าปรองดองสำเร็จแล้ว... ถ้าไม่เข้าท่าเพื่อไทยอาจไม่ลงนามในสัญญาประชาคม และถ้าไม่ลงนามก็จะบอกว่า นี่..ดูซิทำมาแล้วไม่ให้ความร่วมมือ ถ้าแค่นั้นคือการปรองดองก็แค่กระดาษปรองดอง

- มองเห็นแสงสว่างปรองดองในอนาคตบ้างหรือไม่

ก็เอาใจช่วยแล้วกัน ถ้าการปรองดองเกิดขึ้นได้ ประเทศชาติก็ดีขึ้น แต่ถ้ามองเห็นแสงสว่างหรือไม่ ตราบใดที่ท่านทำปรองดองในแบบของท่าน ไม่มองว่าคนอื่นเขาทำกันอย่างไร ก็เหมือนกับหนูทดลอง ถ้าสำเร็จก็ดีใจกับประเทศด้วย จะสังเกตว่าถ้าทดลองทำอะไรใหม่ ๆ ดีก็ดีไปเลย แต่ส่วนใหญ่ก็จะ Fail ถ้าไม่มีองค์ความรู้เพียงพอ

แต่ก็ต้องดูต่อไปว่าจะเดินเกมกันอย่างไร จะเบี่ยงไปจากทฤษฎีหรือหลักการบ้าง ถ้าตั้งใจทำจริงมีความจริงใจก็อาจจะได้ผลระดับหนึ่ง


ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้