ประชาชาติธุรกิจ
มอเตอร์ริ่ง

วันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2560

"ไฮบริด" ไม่ใช่คำตอบ สำหรับ "มิตซูบิชิ"

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 20 เม.ย 2560 เวลา 08:30:00 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา กระแสของรถยนต์พลังงานทางเลือกไม่ว่าจะเป็น ไฮบริด, ปลั๊ก-อิน ไฮบริด, รถอีวี ที่รัฐบาลไทยประกาศให้การสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนร้อนแรงและมีความเข้มข้นมาก ทั้งฝั่งผู้เห็นด้วย หรือเห็นต่าง ไม่ว่าจะเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์, บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่างแสดงความเห็นในพื้นที่โล่งแจ้ง และแบบไม่แสดงตัว

ขณะที่ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ซึ่งถือเป็นผู้นำเทคโนโลยีรถอีวี และปลั๊ก-อิน ไฮบริดอันดับต้น ๆ ของโลก อย่างมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่วันก่อนบอสใหญ่ "โมริคาซุ ชกกิ" ได้สะท้อนมุมมองและแนวคิดไว้อย่างน่าสนใจ

- มองสเต็ปของอุตฯยานยนต์ไทย

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ถือเป็นค่ายรถยนต์แรก ๆ ที่พัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมทั้งรถยนต์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ออกสู่ตลาด ซึ่งรถพลังงานทั้ง 2 แบบของเราได้รับการตอบรับและความนิยมจากลูกค้าผู้ใช้งานทั้งในประเทศญี่ปุ่น และกลุ่มประเทศยุโรป ส่วนประเทศไทยได้ประกาศนโยบายสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไปยังพลังงานทางเลือก ทั้งรถอีวี ปลั๊กอิน ไฮบริด และไฮบริด นี้ถือเป็นเรื่องที่ดี ส่วนมิตซูบิชิ สนใจเข้าร่วมหรือไม่นั้นในระยะเวลาอันสั้นนี้น่าจะได้คำตอบ

สิ่งสำคัญสำหรับมิตซูบิชิและค่ายรถยนต์ต่าง ๆ นั้น คือ การเร่งศึกษา "จุดคุ้มทุน" ในการลงทุนก่อน ส่วนแผนงานระยะยาว คือ ทำอย่างไรให้รถเหล่านี้ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าผู้ใช้งาน ประกอบกับลำพังเพียงเรื่องสถานีชาร์จไฟฟ้า และระบบพื้นฐานต่าง ๆ เพื่อรองรับรถยนต์เหล่านี้จะเป็นไปในทิศทางใดยังเป็นคำถามที่รอคำตอบ เพราะขณะนี้เราเองก็ยังไม่เห็นแนวทางที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร

ส่วนมิตซูบิชิ เรามีการพัฒนารถยนต์ของเราอย่างต่อเนื่องในทุกปี อย่างรถ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ของเราสามารถวิ่งได้ถึง 600 กิโลเมตร

- ให้น้ำหนักกลุ่มไหนเป็นพิเศษ

จากปัญหาและผลกระทบเรื่องโลกร้อน เราคิดว่ารถยนต์ไฮบริดยังไม่ใช่คำตอบ การที่จะเดินไปในอนาคต มิตซูบิชิมองว่า รถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด มีความน่าสนใจ

และเหมาะสมมากกว่าและรัฐบาลให้เวลาถึง 2 ปี ในการตัดสินใจเข้าร่วมรับการส่งเสริมการลงทุน นั้นหมายความว่า ภายในปี พ.ศ. 2561 จะมีความชัดเจนจากมิตซูบิชิ ประเทศไทย อย่างแน่นอนว่าเราจะเลือกลงทุนในรถตัวใด ไฟฟ้า หรือ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด

- ความสำเร็จปีที่แล้วและเป้าปีนี้

สำหรับปี 2559 ถือเป็นปีตลาดรถยนต์ไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว มียอดขายรวม 760,000 คัน มิตซูบิชิเองมีสวนแบ่งทางการตลาดที่ระดับ 7.7% ขณะที่เป้าของปีงบประมาณ 2559 จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 8%

ปีนี้หากเป็นไปตามที่หลายฝ่ายรวมทั้งมิตซูบิชิได้ประเมินไว้ คือ ตลาดน่าจะมีการเติบโต 3-5% และมิตซูบิชิตั้งเป้าว่าจะต้องมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 8% ขณะที่ตลาดรถยนต์ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น จาก 52,000 คันในปีก่อน เป็น 55,000 คัน ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดี และมิตซูบิชิเชื่อว่า ภาพรวมของตลาดรถยนต์ปีนี้จะดีกว่าปีที่แล้วอย่างแน่นอน

ส่วนการส่งออกรถยนต์มิตซูบิชิ ทั้งสำเร็จรูป (ซีบียู) และชิ้นส่วนรถยนต์เพื่อนำไปประกอบ (ซีเคดี) เราต้องพยายามหาตลาดใหม่เข้ามาชดเชย เพราะตลาดตะวันออกกลางมีปัญหา โดยมิตซูบิชิวางเป้าตลาดส่งออกปีนี้ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ระดับ 326,000 คัน อยากบอกว่าไม่เฉพาะแต่มิตซูบิชิเท่านั้นที่ประสบปัญหา แต่ค่ายรถยนต์หลาย ๆ ยี่ห้อก็คล้าย ๆ กัน คือ ตลาดหลักตะวันออกกลางมีความต้องการลดลง

แต่มิตซูบิชิถือว่าโชคดีเนื่องจากมีการวางกลยุทธ์ของบริษัทแม่ที่ให้ ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญเพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลก ทำให้สามารถชดเชยบางตลาดที่หายไปได้