ประชาชาติธุรกิจ
เศรษฐกิจในประเทศ

วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

"ไทย-รัสเซีย" ตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการลงทุนในอุตฯที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 21 เม.ย 2560 เวลา 17:15:28 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ไทย-รัสเซีย เห็นร่วมตั้งคณะทำงานร่วมเพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง และลงทุนด้านการวิจัยพัฒนาร่วมกันไทย พร้อมเดินหน้าขยายการค้าและการลงทุน ผลักดันมูลค่าการค้าเพิ่ม 5 เท่าภายในปี 2563

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมาธิการด้านการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Sub-Commission on Trade and Economic Cooperation) ระดับรัฐมนตรี ระหว่างไทยกับสหพันธรัฐรัสเซีย ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา ว่าในการประชุมครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นร่วมในการตกลงที่จะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อหารือพัฒนาความร่วมมือด้านการลงทุนในระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(Eastern Economic Corridor : EEC) หรือ EEC ในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และการลงทุนด้านการวิจัยพัฒนาร่วมกันด้วย อีกทั้ง เร่งขยายการค้าและการลงทุน และลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้า ให้ได้ 5 เท่า หรือ10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2563

นอกจากนี้ ยังต้องการจึงเชิญชวนรัสเซียเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะในสาขาที่รัสเซียมีความเชี่ยวชาญ อาทิ อุตสาหกรรมดิจิทัลด้านซอฟแวร์ อากาศยาน เครื่องจักร เทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์ขั้นสูง และเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของไทยที่จะพัฒนา ซึ่งไทยมีจุดแข็งด้านจุดยุทธศาสตร์ของภูมิภาคอาเซียน และเป็นประตูไปสู่ประเทศในอาเซียนและเอเชีย ซึ่งรัสเซียสามารถใช้ไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าและเป็นแหล่งวัตถุดิบได้ นอกจากนี้  นักธุรกิจรัสเซีย ยังสามารถเข้ามาลงทุนในโครงการ Rubber City ได้อีกด้วย

อีกทั้งไทยยังได้เสนอที่จะสนับสนุนนโยบายความมั่นคงทางอาหารของรัสเซีย โดยไทยพร้อมที่จะส่งออกสินค้าอาหารและเกษตร เช่น ข้าว น้ำตาล อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์จากปศุสัตว์ ผักและผลไม้แปรรูป  ให้รัสเซีย รวมไปถึง ชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ เครื่องประดับยนต์ ยางรถยนต์และยางธรรมชาติ เพื่อสนับสนุนรัสเซียในการเป็นผู้นำอุตสาหกรรมรถยนต์ของกลุ่มประเทศ CIS (Commonwealth of Independent State : CIS)

สำหรับการเร่งรัด แก้ไข ปัญหาและอุปสรรคเพื่อให้มูลค่าการค้าขยายตัวได้ตามเป้าภายใน 5 ปี 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ  เช่น เร่งรัดกระบวนการตรวจสอบรับรองโรงงานผลิตสินค้าปศุสัตว์และประมงของไทยที่จะส่งออกไปรัสเซียให้เป็นไปอย่างรวดเร็วไม่ชักช้าเพิ่มการจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจของทั้งสองฝ่าย โดยไทยมีแผนจะจัดคณะธุรกิจเยือนกรุงมอสโก ในเดือนมิถุนายน 2560 และเมืองวลาดิวอสต็อก ในเดือนกันยายน 2560 และเพิ่มความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ระหว่างท่าเรือวลาดิวอสต็อกซึ่งเป็นท่าเรือสำคัญและมีศักยภาพของรัสเซียกับท่าเรือแหลมฉบังของไทยตลอดจนเพิ่มช่องทางที่จะอำนวยความสะดวกการทำธุรกรรมทางการเงินในการนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างสองประเทศเป็นต้น

อย่างไรก็ดี ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงแนวทางในการพัฒนาความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว พลังงาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และโลจิสติกส์ ซึ่งรวมถึงการเริ่มกระบวนการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะเริ่มการเจรจา FTA ระหว่างไทยกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Eurasian Economic Union :EAEU ) ซึ่ง ประกอบด้วยสมาชิก 5 ประเทศ คือ สหพันธรัฐรัสเซีย สาธารณรัฐคาซัคสถาน สาธารณรัฐเบลารุส สาธารณอาร์เมเนียและสาธารณรัฐคีร์กีซ  มีประชากรกว่า 180 ล้านคน มูลค่า GDP ถึง 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ รัสเซียเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 33 ของไทยแต่เป็นคู่ค้าอันดับแรกในกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS) โดยรัสเซียเป็นตลาดขนาดใหญ่ของภูมิภาคด้วยประชากรกว่า 142 ล้านคน มั่งคั่งด้วยแหล่งพลังงาน (น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ) และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ในปี 2559 การค้าไทย-รัสเซียมีมูลค่า 1,964 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปรัสเซีย ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ ผลไม้กระป๋อง เป็นต้น ในขณะที่สินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้า ได้แก่ น้ำมันดิบ ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง เหล็กและผลิตภัณฑ์ ถ่านหิน เป็นต้น