ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์-lifestyle

วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2560

เกาะเทรนด์โหยหาอดีต Levi"s Remaster ทำรุ่นเก่าขายใหม่

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 15 พ.ค. 2560 เวลา 21:46:00 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

คนเราโหยคิดถึงอดีตกันแทบทุกวัน สินค้าย้อนยุค คอนเสิร์ตย้อนยุค ละครย้อนยุค หรืออะไรที่เอาเรื่องราวในอดีตมาขาย จึงขายได้เสมอ แม้แต่สินค้าที่ขึ้นชื่อว่าคลาสสิกเหนือกาลเวลาเข้าได้กับทุกยุคสมัยอย่างยีนส์ก็ยังเอา "อดีต" มาขายใหม่



เมื่อเร็ว ๆ นี้ "ลีวายส์ (Levi"s)" ยีนส์แบรนด์ดังได้ออกแคมเปญ "ลีวายส์ รีมาสเตอร์ (Levi"s Remaster)" นำยีนส์รุ่นฮอตฮิตในอดีตมาปรับโฉมผลิตวางตลาดอีกครั้ง หลัก ๆ ของการรีมาสเตอร์ครั้งนี้คือ การนำ "ลีวายส์ ออเร้นจ์แท็บ (Levi"s Orange Tab)" หรือ "ลีวายส์ป้ายส้ม" มาผลิตใหม่เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่กำเนิดในปี 1969 และสองคือ การนำยีนส์รุ่น "501" ซึ่งเป็นรุ่นไอคอนของลีวายส์มาปรับโฉมใหม่เป็น "501 สกินนี่ (501 Skinny)" ให้เข้ากับแฟชั่นและความนิยมของคนยุคนี้

แถบป้ายยี่ห้อเล็ก ๆ ที่ติดอยู่ริมกระเป๋ากางเกงหรือกระเป๋าเสื้อของยีนส์ "ลีวายส์" นั้นมีหลายสี แต่ส่วนใหญ่ที่เห็นกันทั่วไปคือสีแดง

ลีวายส์บอกว่า มีกระแสเรียกร้องอย่างต่อเนื่องว่า อยากให้ลีวายส์ผลิตยีนส์ป้ายส้มออกมาขายอีกครั้ง ในปีนี้ลีวายส์จึงจัดให้ตามคำขอ โดยรุ่นที่นำมาผลิตใหม่ในรูปแบบป้ายส้ม ได้แก่ 510, 505 c, 721 และแจ็กเกตปี 1969

ลีวายส์ป้ายส้มนั้นสำคัญอย่างไร?



ป้ายส้มของลีวายส์กำเนิดในยุคฮิปปี้บุปผาชน ยุคแห่งความอิสรเสรี ยุคแห่งการปฏิวัติวัฒนธรรม ในปี 1969 เป็นปีที่มีเหตุการณ์สำคัญ ๆ ทางวัฒนธรรมหลายเหตุการณ์ หนึ่งเหตุการณ์ที่ยังเป็นที่พูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้ก็คือไลฟ์สไตล์สุดเหวี่ยงของวัยรุ่นในเทศกาลดนตรีวูดสต๊อก (Woodstock) และยีนส์ป้ายส้มก็เกิดขึ้นมาในปีเดียวกันนั้น ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นวัยรุ่นผู้รักอิสรเสรี

ด้วยดีไซน์ทันสมัย ราคาเหมาะสม ตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของกลุ่มนักปฏิบัติ กลุ่มวัยรุ่นฮิปปี้ผู้รักอิสระ ชื่นชอบการฟังเพลงแนวไซคีเดลิกร็อกและต่อต้านสงคราม ในปีนั้นลีวายส์ป้ายส้มจึงกลายเป็นต้นแบบสตรีตแฟชั่นที่มีอิทธิพลต่อการแต่งกายของกระแสหลัก จนมีคำกล่าวว่า "90 เปอร์เซ็นต์ของคนยุคนั้นใส่กางเกงลีวายส์ ถ้าไม่ใส่ลีวายส์ก็ไม่ใส่เสื้อผ้าเลย"



"เทรซีย์ แพเน็ก (Tracey Panek)" นักประวัติศาสตร์ของลีวายส์ กล่าวว่า "กางเกงยีนส์ของเราเป็นผลมาจากเวลาของเรา และสถานที่ตั้งของเรา กางเกงยีนส์เป็นหัวใจของวัฒนธรรมแหกคอก (Counter Culture) ส่งผลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นกับลีวายส์และสินค้าของเราในช่วงยุค 60s เราพยายามเชื่อมต่อกับกลุ่มคนรุ่นใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ลีวายส์เริ่มใช้วิธีการใหม่ในการโฆษณา อย่างเช่น การใช้เพลงไซคีเดลิกร็อกที่ทำร่วมกับ Jefferson Airplane ที่โรงละคร Fillmore"

การปลุกตำนานลีวายส์ป้ายส้มครั้งนี้ เป็นการผลิตใหม่ด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิม ทั้งเนื้อผ้า รูปทรง รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จุดเด่นที่เห็นได้ชัดคือ แท็บลีวายส์สีส้ม ซิปยี่ห้อ Talon ใช้การเย็บย้ำบาร์แท็กแทนการตอกหมุด มีวิธีการตัดเย็บแบบเรียบง่าย "Line Eight Construction" ใช้ด้ายโทนสีเดียวทั้งตัว มีหูร้อยเข็มขัด 7 หู มากกว่าแบบมาตรฐาน

กระดุมทำจากทองแดง กระเป๋าหลังใหญ่กว่าปกติ การเดินตะเข็บแบบคู่ที่ใช้โทนสีตัดกัน และป้ายหนังที่ตีพิมพ์ด้วยหมึกสีดำเป็นครั้งแรก

สำหรับเรื่องที่ต้องมีคนสงสัยแน่ ๆ ว่า ลีวายส์ป้ายส้มเป็นรุ่นหายาก จะราคาแพงกว่ารุ่นปกติหรือไม่ กลับไม่ได้เป็นดังคาด เพราะลีวายส์ป้ายส้ม ตามจุดประสงค์ดั้งเดิมคือเน้นราคาเหมาะสมที่วัยรุ่นจับต้องได้ การกลับมาครั้งนี้จึงยังยึดตามเดิมคือราคาลีวายส์ป้ายส้มต่ำกว่าลีวายส์รุ่นทั่ว ๆ ไป

ส่วนลีวายส์ "501" รุ่นตำนานของตำนานที่ถูกปรับโฉมมาแล้วกว่า 40 ครั้ง ในระยะเวลา 144 ปี ครั้งนี้ถูกนำมาปรับรูปทรงให้เข้ารูป เป็น "501 สกินนี่" การออกแบบปรับโฉม 501 สกินนี่ ใช้เวลาออกแบบกว่า 18 เดือน มีการรับฟังความคิดเห็นแฟน ๆ ลีวายส์ทั่วโลก และผู้เชี่ยวชาญที่โรงทอผ้ายีนส์โคนมิลล์ เป็นการปรับโฉมรูปทรงใหม่ออกมาหลายแบบหลายสี แต่ยังคงเอกลักษณ์ของผ้ายีนส์ 501 และยังคงกระดุม Button Fly อันเป็นเอกลักษณ์ของ 501 เอาไว้ด้วย

รู้จักเอาจุดเด่นในอดีตมาปรับให้ถูกใจคนรุ่นใหม่อย่างนี้ นอกจากขายคนรุ่นเก่าได้แล้วก็น่าจะถูกใจคนรุ่นใหม่ได้ไม่ยาก