ประชาชาติธุรกิจ
ไอซีที

วันที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2560

7 บริษัทยื่นซองประกวดราคา โครงการพัฒนาดาวเทียมธีออส-2 วงเงิน 7,800 ล้านบาท

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 18 พ.ค. 2560 เวลา 22:01:37 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

7 บริษัทยื่นซองประกวดราคา โครงการพัฒนาดาวเทียมธีออส-2 วงเงิน 7,800 ล้านบาท ประกอบด้วย ดาวเทียมหลัก-รอง พร้อมระบบ อาคารประกอบดาวเทียม เทคโนโลยีสารสนเทศ วางเงื่อนไขต้องใช้ชิ้นส่วนในประเทศ 80-90% หนุนอุตสาหกรรมอวกาศ New S-Curve ในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก

ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิศาสตร์สารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงโครงการดาวเทียมสำรวจเพื่อการพัฒนา หรือโครงการธีออส-2 (THEOS-2) ว่า ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินกระบวนการจัดประกวดราคาแล้ว โดยเริ่มเปิดจำหน่ายซองตั้งแต่เดือนมีนาคม ผ่านมา 1 เดือนปรากฏมีบริษัทที่เข้ามาซื้อซองทั้งหมด 16 ราย และยื่นประกวดราคา 7 ราย เบื้องต้นทั้งหมดเป็นบริษัทที่ไม่ใช่บริษัทไทยถือหุ้น 100% แต่เป็นบริษัทไทยที่ร่วมทุนกับบริษัทต่างชาติ

"คณะกรรมการประกวดราคากับคณะทำงานที่ปรึกษาเทคนิคจะวิเคราะห์รายละเอียดทางเทคนิคของทั้ง7บริษัท มีเกณฑ์การให้คะแนนรอบแรกต้องได้รับ 80 คะแนนขึ้นไปจึงจะเข้ารอบ 2 สามารถยื่นซองเสนอราคาได้ โดยราคากลางที่ ครม.อนุมัติโครงการนี้กำหนดให้งบประมาณทั้งโครงการอยู่ที่ 7,800 ล้านบาท แบ่งเป็นดาวเทียมและระบบ 7,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 800 ล้านบาทจะเป็นการจัดหาระบบ การสร้างตึกอาคารประกอบดาวเทียม ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ" ดร.อานนท์กล่าว

ทั้งนี้หลักเกณฑ์การกำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะร่วมประกวดราคามุ่งเน้นบริษัทที่มีความสามารถในการพัฒนาดาวเทียมและระบบต่างๆ5 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ดาวเทียม จะมีดาวเทียมดวงหลักและดาวเทียมดวงเล็ก โดยดาวเทียมดวงหลักผู้รับจ้างต้องออกแบบโดยใช้ระยะเวลา 1 ปี และจัดทำเอ็นจิเนียริ่งโมเดลรวม 2 ขั้นตอน จะใช้เวลาประมาณ 1 ปีเศษ จากนั้นจะดำเนินการก่อสร้างและเริ่มทดสอบปีที่ 3 และนำส่งในปีที่ 4

ส่วนดาวเทียมดวงเล็กจะก่อสร้างภายในประเทศ โดยใช้อาคารประกอบดาวเทียมของ GISTDA ที่ อ.ศรีราชา ซึ่งดำเนินการก่อสร้างไว้ก่อนหน้านี้คืบหน้า 70% คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายนนี้ และจะมีการก่อสร้างอาคารประกอบดาวเทียมขนาด 1,000 กิโลกรัมขึ้นอีก 1 อาคารด้วย

2) กำหนดให้บริษัทผู้ชนะการประมูลจะต้องจัดหาดาวเทียมจากต่างประเทศอีก 28 ดวง รวมกับดาวเทียมดวงหลักและดาวเทียมดวงเล็กรวมเป็น 30 ดวง และรวมกับดาวเทียมที่ปัจจุบันมีตั้งสถานีไว้แล้วของ GISTDA ได้อีก 12 ดวง 3) ผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องวางระบบภาคพื้นเพื่อ Integrate ข้อมูลของดาวเทียมทั้งหมด ซึ่งจะช่วยให้บุคลากรที่มีอยู่ในปัจจุบัน สามารถบริหารจัดการดาวเทียมทั้งหมดได้ โดยส่วนนี้คาดว่าจะเริ่มทันทีหลังจากเซ็นสัญญา และจะใช้เวลา 1 ปีในการ Integrate ข้อมูลโดยไม่ต้องรอดาวเทียมหลักและดาวเทียมดวงเล็ก

4) การพัฒนา Application/Solution ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 6 ด้านคือ ด้านทรัพยากรน้ำ-การเกษตร-ป่าไม้-ทรัพยากรธรรมชาติ-การพัฒนาเมือง-ความมั่นคง ซึ่งหลังจากคัดเลือกผู้ชนะจะต้องหารือกับหน่วยงานหลักที่เป็นเจ้าภาพ 5-6 กระทรวงทันที เพื่อปรับปรุงรายละเอียดให้สามารถออกแบบแอปพลิเคชั่นและโซลูชั่นสอดรับกับความต้องการของผู้ใช้งานกลุ่มนี้ภายใน6เดือน จากนั้น 1 ปีจะเริ่มดำเนินการพัฒนา และจะแล้วเสร็จพร้อมใช้ภายในระยะเวลา 1 ปีเศษ และ 5) การวางระบบการเชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานต่าง ๆ โดยใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

"เราไม่ได้มุ่งที่จะซื้อดาวเทียมอย่างเดียว แต่เป็นการพัฒนาระบบดาวเทียมและการใช้งานภาคพื้นดิน รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง" ดร.อานนท์กล่าว

อย่างไรก็ตาม โครงการดาวเทียม THEOS-2 ถือเป็นโครงการหลักในการผลักดันอุตสาหกรรมอวกาศของประเทศไทย ซึ่งจัดเป็น 1 ในอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้นโยบายการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย New S-Curve ของรัฐบาล เนื่องจากในโครงการ THEOS-2 มีเงื่อนไขให้ส่วนประกอบ (Component) ต้องใช้วัตถุดิบภายในประเทศมากถึง 80-90% ในส่วนดาวเทียมดวงเล็กและอาคารประกอบ

"หลังจากโครงการนี้แล้ว GISTDA ได้หารือร่วมกับสภาพัฒน์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการตั้ง Space City ที่จังหวัดฉะเชิงเทราต่อไป" ดร.อานนท์กล่าว

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้