ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์-Health

วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

"Renaissance" หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ยกระดับการรักษาคนไข้

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 18 พ.ค. 2560 เวลา 10:30:00 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ยิ่งเทคโนโลยีพัฒนาก้าวหน้ามากขึ้น หุ่นยนต์ก็ยิ่งมีบทบาทในการช่วยเหลือแบ่งเบามนุษย์มากขึ้นในหลาย ๆ ด้าน

ล่าสุดโรงพยาบาลรามาธิบดีประสบความสำเร็จในการนำหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมาช่วยแพทย์ผ่าตัดคนไข้ที่มีเนื้องอกในสมองขนาด 2 เซนติเมตร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในไทยและในเอเชีย

เจ้าหุ่นยนต์ที่เป็นเสมือนฮีโร่ตัวนั้นชื่อ "เรเนสซองซ์ (Renaissance)" เป็นชื่อที่โรงพยาบาลรามาธิบดีตั้งตามชื่อยุคสมัยแห่งการฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ซึ่งเปรียบเหมือนกับการปฏิวัติวงการแพทย์



โรงพยาบาลรามาธิบดีซื้อหุ่นยนต์เครื่องนี้จากบริษัท มาซอ ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ผลิตในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ราคา 40 ล้านบาท ถือเป็นหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดตัวแรกในประเทศไทย และเป็นตัวที่ 2 ในเอเชีย (หลังจากที่เวียดนามนำเข้าเป็นรายแรกแต่ยังไม่มีการใช้ผ่าตัดสมอง) ที่มีความสามารถในการช่วยผ่าตัดสมอง จำลองภาพสมองเสมือนจริง คำนวณวัดระยะและกำหนดเส้นทางการผ่าตัดให้แพทย์อย่างแม่นยำ

ผศ.นท.นพ.สรยุทธ ชำนาญเวช รองหัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลเล่าว่า หุ่นยนต์เรเนสซองซ์ออกแบบมาเพื่อช่วยจัดการความท้าทายในการผ่าตัดเนื้องอกในสมองที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางต่ำกว่า 3 เซนติเมตร ซึ่งมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน นอกจากความสามารถที่ช่วยผ่าตัดสมองแล้ว

หุ่นยนต์ตัวนี้ยังสามารถใช้ในงานช่วยผ่าตัดกระดูกสันหลัง และใช้ติดขั้วไฟฟ้าในสมองเพื่อรักษาคนไข้ที่เกิดภาวะผิดปกติที่ไม่สามารถรักษาด้วยยา เช่น ภาวะลมชักในสมอง ภาวะพาร์กินสัน และโรคจิตบางชนิดที่สบถออกมาแบบควบคุมไม่ได้


การผ่าด้วยหุ่นยนต์เรเนสซองซ์มีอัตราความคลาดเคลื่อนน้อยมาก คือ 0.1 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับระบบการนำร่องแบบเดิมที่มีอัตราความคลาดเคลื่อน 3-5 มิลลิเมตร ซึ่งในการผ่าตัดครั้งแรกนี้คลาดเคลื่อนแค่ 0.04 มิลลิเมตรเท่านั้น คิดเป็นอัตราความผิดพลาดไม่ถึง 1% อีกทั้งบาดแผลที่เกิดจากการผ่าตัดก็มีขนาดเล็กกว่าการผ่าตัดที่ไม่ใช้หุ่นยนต์ช่วย โดยหลังการผ่าตัดมีบาดแผลอยู่บริเวณผิวหนัง 1 เซนติเมตร และบาดแผลที่กะโหลก 3 มิลลิเมตรเท่านั้น

"มนุษย์ยากที่จะทำงานละเอียดมากในลักษณะซ้ำ ๆ เปรียบเทียบการผ่าตัดสมองก็คล้ายกับว่าตู้ปลาหนึ่งตู้มีเจลอยู่เต็มตู้ แต่จะต้องคีบลูกปิงปองออกมา ซึ่งถ้าเป็นคนก็มีโอกาสทำลายเนื้อสมองมากขึ้น แต่หุ่นยนต์มีความแม่นยำสูง ทำให้โอกาสทำลายเนื้อสมองน้อย เป็นการเสริมความแม่นยำให้มากขึ้น" นพ.สรยุทธอธิบาย

ด้วยคุณสมบัติความดีงามของการใช้หุ่นยนต์ผ่าตัด ก็ทำให้ราคาค่าใช้จ่ายสูงไปตามความสามารถของมัน



นพ.สรยุทธยอมรับว่า การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์มีต้นทุนค่อนข้างสูง เนื่องจากเครื่องมือที่ใช้ประกอบการผ่าตัดเป็นแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง หากคำนวณค่าใช้จ่ายต่อรายกรณีผ่าตัดกระดูกสันหลังอยู่ที่ประมาณ 50,000 บาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำหรับผ่าตัดสมองสูงถึงหลักแสนบาท แต่ขณะนี้ทางโรงพยาบาลพยายามต่อรองขอลดราคากับบริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ป่วยให้มากที่สุด หากมีกรณีใดที่แพทย์วินิจฉัยว่าจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยี แต่ผู้ป่วยไม่สามารถจ่ายได้ต้องเข้าสู่การพิจารณาของมูลนิธิโรงพยาบาลในการใช้สิทธิผู้ป่วยยากไร้ของมูลนิธิรามาธิบดีต่อไป

"ตัวเรเนสซองซ์เป็นหุ่นยนต์ตัวแรกของโลกก็ว่าได้ที่กำหนดเป้าได้และแนวทางให้ประสาทศัลยแพทย์ เพราะถ้าดูอย่างหุ่นดาวินชีก็ไม่ได้ทำแบบนั้น ดาวินชีเป็นแขนกลที่เข้าไปทำงานแทนแต่ไม่ได้หาเป้าหรือแนวให้ เพราะฉะนั้น หุ่นยนต์ตัวนี้มันเป็นต้นแบบสำคัญของหุ่นยนต์และหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่จะทำให้เกิดความแม่นยำ อีกหน่อยอาจารย์แพทย์อยู่ที่นี่ผ่าตัดที่อุดรฯหรือที่สกลนครก็ได้ ถ้าเรามีหุ่นยนต์เหมือนกันเป็นระบบเทเลและมีความแม่นยำเหมือนกัน"

แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดสมองอาจจะยังไม่ถูกนำมาใช้ในโรงพยาบาลอย่างแพร่หลายเพราะต้นทุนที่สูง แต่อาจารย์หมอสรยุทธเชื่อมั่นว่าวงการแพทย์ไทยในอีก 5 ปีข้างหน้า ทุกโรงพยาบาลจะสามารถนำเทคโนโลยีนี้มาใช้ เพราะต้นทุนการสร้างหุ่นยนต์น่าจะลดลงตามการพัฒนาของเทคโนโลยี ซึ่งหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดจะเข้ามาช่วยยกระดับคุณภาพด้านการรักษาคนไข้ และการทำงานของแพทย์ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป