ประชาชาติธุรกิจ
ไอซีที

วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

จัดเต็ม! ไปรษณีย์ไทยขนทัพบริการใหม่โชว์"e-Biz Expo Asia 2017" รองรับอีคอมเมิร์ซเต็มตัว

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 19 พ.ค. 2560 เวลา 21:00:34 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

กระแสการซื้อขายออนไลน์ หรืออี คอมเมิร์ซ เปิดกว้างและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะนอกจากจะสะดวกสบาย และรวดเร็วแล้ว ยังตอบสนองความต้องการไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันด้วย

ปัจจัยสำคัญให้การขับเคลื่อน อี คอมเมิร์ซ เติบโตและเป็นไปอย่างคล่องตัวหนีไม่พ้นระบบบริการการขนส่ง และแน่นอนผู้เล่นหลักภาครัฐอย่าง "ไปรษณีย์ไทย" ก็ปรับโหมดสวมหมวกเข้าสู่วงจรนี้อย่างหลีกเลี่ยงกระแสนี้ไม่ได้

แล้วไปรษณีย์ไทยวางบทบาทของตัวเองในสมรภูมิอี คอมเมิร์ซ ไว้อย่างไร?

เรามาฟังแนวคิดของกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) "สมร เทิดธรรมพิบูล" ซึ่งใช้จังหวะของงานอีเวนต์ใหญ่ e-Biz Expo Asia 2017 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 มิถุนายนนี้ นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆและรูปแบบที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขายสินค้ารองรับไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างไร

โดยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย กล่าวว่าในงาน e-Biz Expo Asia ไปรษณีย์ไทยจะมีบริการใหม่ๆ มาแนะนำสำหรับผู้ใช้บริการไม่ว่าจะเป็นบริการ พร้อมโพสต์ (PromptPost) ,บริการ D-Packet หรือกล่องพร้อมส่ง ซึ่งจะตอบสนองต่อกลุ่มลูกค้าได้อย่างครอบคลุม



โดยกลุ่มลูกค้าแบบB2C จะนำเสนอบริการแบบ "ดี-แพ็กเกจ" สำหรับผู้ใช้บริการที่ส่งของ 100 ชิ้นต่อครั้งขึ้นไป ซึ่งอาจจะมีบริการเสริมในเรื่องของการเก็บเงินปลายทาง โดยจะต้องมาติดต่อร่วมทำธุรกิจกับไปรษณีย์ไทยโดยตรง เหมาะกับกลุ่มขายของจำนวนมาก ซึ่งกลุ่มผู้ใช้บริการจะเป็นกลุ่มบริษัทขายตรง และสินค้าโฮมช็อปปิ้ง ที่ในปัจจุบันมียอดใช้งานประมาณ 320,000 ชิ้นต่อเดือน

ส่วนกลุ่มลูกค้าแบบ C2C นั้นจะเป็นบริการ"พร้อมโพสต์" แอปพลิเคชั่นเตรียมข้อมูลสินค้าให้พร้อมส่งล่วงหน้า ที่เหมาะกับการขายของออนไลน์ในยุคปัจจุบัน ซึ่งทำให้รวดเร็วมากขึ้นโดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่บันทึกสแกนบาร์โค้ดทีละกล่อง ระบบจะมีการบันทึกข้อมูลไว้เรียบร้อยหมดแล้ว

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย อธิบายต่อว่า บริการพร้อมโพสต์นั้นใช้บริการคู่กับกล่อง"พร้อมส่ง"ที่เป็นกล่องพัสดุแบบเหมาจ่ายตามขนาดไม่ต้องชั่งน้ำหนักสำหรับการใช้บริการทั้งสองรูปแบบนี้ในส่วนของระยะเวลาในการจัดส่งนั้นจะช้ากว่าการจัดส่งไปรษณีย์แบบอีเอ็มเอส2-3 วัน

สำหรับการให้บริการพร้อมส่งนั้นมีอยู่ 47 สาขา ซึ่งมียอดหมุนเวียนการใช้ระบบในช่วงทดลองนั้นหลายหมื่นชิ้น โดยในสิ้นปีจะขยายให้ได้ 243 แห่ง ทั่วกรุงเทพและปริมณฑล รวมถึงไปรษณีย์จังหวัดทุกจังหวัด ส่วนเคาน์เตอร์ไปรษณีย์อัตโนมัติ หรือ CA Post ว่า จะเปิดให้บริการครบ 250 แห่ง ในวันที่ 9 มิ.ย.นี้ ส่วนที่เหลือนั้นจะเสร็จภายในปีนี้

แล้วในแง่มุมธุุรกิจที่ในด้านคู่แข่งจากฝั่งเอกชนที่เริ่มมีเข้ามาในตลาดบริการขนส่งนั้นได้รับคำตอบว่า

"การค้าเป็นเรื่องเสรีไม่ได้ผูกขาดซึ่งคู่แข่งมองเห็นถึงศักษภาพของตลาดอี-คอมเมิร์ซในปัจจุบันที่โตอย่างรวดเร็ว การส่งของก็ต้องมีมากขึ้น โดยไปรษณีย์ไทยเองมีจุดเด่นด้านเครือข่ายที่มีครอบคลุมทั่วประเทศ ทั้งการขยายเส้นทาง และเพิ่มจำนวนรถขนส่งที่จะต้องบริการให้ได้มาตรฐานที่กำหนดไว้ ยอดการใช้บริการจัดส่งกล่องในรูปแบบอีเอ็มเอสนั้นมีจำนวนล้านชิ้นต่อวัน ส่วนยอดการจัดส่งแบบลงทะเบียนในปัจจุบันก็เพิ่มเช่นเดียวกัน"


กล่องพร้อมส่ง

สำหรับด้านระยะเวลาการเปิดให้บริการนั้นไปรษณีย์ไทยได้มีการขยายเวลาให้บริการจำนวน215แห่งเพื่อรองรับการใช้บริการที่มากขึ้น

ส่วนด้านผลประกอบการไตรมาสแรกของปีนี้ไปรษณีย์ไทยมีกำไร1 พันกว่าล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าบริษัทคู่แข่งก็โตเช่นเดียวกัน เนื่องจากตลาดบริการขนส่งขยายตัวมากขึ้น จึงคาดว่าตลาดการขนส่งแบบอีเอ็มเอสในปีนี้จะโตประมาณ 8-9 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่การขนส่งโลจิสติกส์ไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน และทั่วโลกนั้น ไปรษณีย์ไทยมีเครือข่ายกับการไปรษณีย์ระหว่างประเทศซึ่งครอบคลุมกว่า 97 ประเทศทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียนและทั่วโลก ทำให้พร้อมรองรับ และตอบสนองทุกความต้องการในการจัดส่งสิ่งของระหว่างประเทศ

ด้านการขับเคลื่อนอี-คอมเมิร์ซตามนโยบายของรัฐบาลไทยแลนด์ 4.0 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขายสินค้า โดยอาศัยศักยภาพของไปรษณีย์ไทยนั้น

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยมีโปรเจ็กต์ที่เรียกว่า อี-คอมเมิร์ซชุมชน โดยมุ่งเป้าหมายที่ประชาชนที่อยู่ต่างจังหวัด ส่งเสริมกับโครงการดิจิทัลชุมชนของรัฐบาล ใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตชุมชน หรือเน็ตประชารัฐจำนวน 2.47 หมื่นหมู่บ้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยไปรษณีย์ไทยจะลงพื้นที่ไปพูดคุยกับชาวบ้านและชุมชน เพื่อชักชวนให้มาทำธุรกิจผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งจะทำให้ขยายตลาดของสินค้า และสามารถเพิ่มรายได้ รวมถึงกระจายสินค้าไปยังผู้ซื้อทั่วประเทศได้มากขึ้น

"สำหรับผลิตภัณฑ์บางอย่างที่ยังไม่ได้มาตรฐานนั้นไปรษณีย์ไทยจะช่วยประสานกับกลุ่มภาคีเครือข่ายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่นรัฐวิสาหกิจชุมชนมาให้ความรู้และเพิ่มทักษะกับชุมชนเพื่อให้ผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้นรวมถึงด้านการตลาดและแพ็กเกจจิ้งด้วย"นางสมรกล่าวและว่าไปรษณีย์บางสาขาจะมีโพสต์ช็อปที่จะมีสินค้าชุมชนมาวางขายตามที่ทำการไปรษณีย์ในส่วนของอี คอมเมิร์ซนี้จะไม่ได้เน้นให้นำสินค้ามาวางขายบน แต่จะเน้นขายออนไลน์ขายบนเว็บไซต์มากขึ้น โดยในอนาคตจะมีการรับชำระเงินแบบ อีเพย์เมนต์ที่ลูกค้าสามารถรับเงินผ่านพร้อมเพย์ของธนาคารกรุงไทย หรืออาจจะเป็นระบบของไปรษณีย์เองได้

ถือเป็นภาพกว้างที่ทำให้เห็นรูปแบบและบริการใหม่ๆในอนาคตของ"ไปรษณีย์ไทย"ที่ขยับเข้าสู่ยุคอี คอมเมิร์ซอย่างเต็มตัวท่ามกลางกระดานที่มี "ผู้เล่น" หน้าเก่าหน้าใหม่นำเสนอบริการมาดึงดูดกันอย่างคึกคัก