ประชาชาติธุรกิจ
ประชาชาติไลฟ์-Entertainment

วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

Sagrada Reset สู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 19 พ.ค. 2560 เวลา 18:46:00 น.

เรื่อง : It’s a bell

หากเมืองที่อาศัยอยู่ ทำให้คุณมีพลังพิเศษได้ 1 อย่าง คุณอยากได้พลังอะไร?

​Sagrada Reset (เมืองมหัศจรรย์ คนเปลี่ยนเวลา) หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Sakurada Reset (ซากุราดะ รีเซ็ต ภารกิจฆ่าเวลา) สร้างจากไลท์โนเวลเขียนโดย Kouno Yutaka วาดภาพประกอบโดย Shiina You ซึ่งสำนักพิมพ์เอ็นเธอร์บุ๊คส์ได้ลิขสิทธิ์นำมาแปลเป็นภาษาไทย หลังจากติดอันดับไลท์โนเวลที่น่าสนใจแล้ว ก็ได้จัดทำเป็นแอนิเมะ และต่อยอดมาจนถึงภาพยนตร์ที่ใช้คนแสดง (Live Action)

​ณ เมืองซากุราดะ เมืองเล็ก ๆ อันสงบแห่งหนึ่ง ผู้คนที่อาศัยในที่นี้จะมีพลังพิเศษ และเมื่อออกจากพื้นที่ความสามารถเหล่านี้จะหายไป เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ อาซาอิ เค (ชูเฮ โนมูระ) ชายหนุ่มผู้มีความสามารถ “เก็บรักษาความทรงจำ” เขาสามารถจำเหตุการณ์ทุกอย่างได้โดยไม่มีวันลืม ได้เริ่มจับคู่ทำงานร่วมกับเด็กสาว ฮารุกิ มิโซระ (ยูอินะ คุโรชิมะ) ซึ่งมีความสามารถ “รีเซ็ต” เธอสามารถย้อนเวลากลับไปได้ไกลมากที่สุด 3 วัน ทั้งสองคนอยู่ชมรมอาสา ซึ่งช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้เดือดร้อนในเมืองนี้ โดยทั้งสองคนมีปมลึก ๆ ในใจร่วมกัน เพราะไม่สามารถช่วยเพื่อนสนิทอีกหนึ่งคน โซมะ สุมิเระ (ยูนะ ไทระ) ให้รอดพ้นจากความตายได้ แต่แล้วระหว่างปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ อาซาอิ เค ก็ค้นพบวิธีฟื้นคืนชีพให้เพื่อนสาว แต่เขาจะทำสำเร็จหรือไม่ คงต้องลุ้นกันต่อไป

​หากใครที่เป็นแฟนไลท์โนเวลเรื่องนี้อยู่แล้วคงไม่พลาดที่จะตีตั๋วเข้าชมภาพยนตร์อย่างแน่นอน แต่หากใครที่ยังไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไร ต้องบอกว่า Sagrada Reset ภาค Live Action ค่อนข้างเดินเรื่องเรียบ ๆ เน้นไปที่บทสนทนาและบทพากษ์เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของตัวละคร ตามแบบฉบับหนังญี่ปุ่นทั่วไป สำหรับคนที่ไม่เคยดูแอนิเมะหรืออ่านไลท์โนเวลมาก่อนอาจจะงงในบางจุด เช่น เรื่องราวความสัมพันธ์ของตัวละครแต่ละตัว เพราะภาพยนตร์เน้นไปที่การเล่าปมหลักของเรื่องมากกว่า โดยตัดสลับไปมาระหว่างอดีตและปัจจุบัน ซึ่งค่อนข้างทำได้ดี เพราะดูแล้วไม่สับสนระหว่างช่วงเวลาต่าง ๆ พร้อมทั้งค่อย ๆ เผยความลับของเรื่องออกมาอย่างน่าสนใจ ทำให้ผู้ชมรู้สึกร่วมลุ้น ติดตาม และรู้สึกเซอร์ไพรส์หลังจากเฉลยปมต่าง ๆ ออกมาทั้งหมด

​แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีจุดที่น่าเสียดายอยู่บ้าง เพราะแม้จะได้นักแสดงวัยรุ่นระดับแม่เหล็กมานำแสดง แต่ตัวละครทุกตัวกลับไม่โดดเด่นหรือน่าดึงดูดเลย โดยเฉพาะตัวนางเอก ฮารุกิ มิโซระ ที่มีความสามารถ “รีเซ็ต” ซึ่งถือเป็นพลังที่สำคัญและมีประโยชน์มากที่สุดในเรื่อง เธอกลับต้องใช้ความสามารถนี้ร่วมกับพระเอกเพื่อจดจำรายละเอียดทุกอย่างหลังการรีเซ็ต ทำให้ ฮารุกิ ดูจะต้องพึ่งพาพระเอกตลอดเวลา ถ้าขาดพระเอกไปพลังของเธอที่มีก็ดูจะไร้ความหมาย ตัวละคร ฮารุกิ ที่น่าจะมีสีสันมากกว่านี้จึงกลายเป็นเพียงไม้ประดับไปโดยปริยาย และบททั้งหมดของเรื่องทุ่มไปอยู่ที่พระเอก อาซาอิ เค เพียงคนเดียว ทำให้ผู้มีพลังคนอื่น ๆ จึงดูด้อยลงไปถนัดตา เหมือนไม่ต้องมีผู้วิเศษคนอื่น ๆ ก็ได้ พระเอกดูเหมือนจะจัดการภารกิจทั้งหมดได้ด้วยตัวคนเดียว

​แต่ถึงอย่างไรก็ตาม คอนเซ็ปต์ในการ "รีเซ็ต" หรือการเริ่มต้นใหม่ โดยที่เราสามารถกลับไปเปลี่ยนแปลงเรื่องที่ผิดพลาดในอดีตได้นั้น ถือเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการ เพราะในความเป็นจริง เราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ เราจึงต้องทำทุกวันนี้ให้ดีที่สุด เพื่อจะไม่ต้องมานั่งเสียใจหรือเสียดายในวันข้างหน้า ภาพยนตร์เรื่องนี้จึงคล้ายกับตอบสนองความต้องการที่อยู่ลึก ๆ ในใจของเราออกมาได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญเรื่องราวยังคงดำเนินต่อไปไม่จบแค่ในภาคนี้ ยังมีเรื่องราวในภาค 2 ที่น่าติดตามอยู่อีก ซึ่งทางค่าย Mono Film จะนำเข้ามาให้ได้ชมกันทั้งสองภาคค่ะ

ซากราดะ รีเซ็ท เมืองมหัศจรรย์ คนเปลี่ยนเวลา (Sagrada Reset) เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์