ประชาชาติธุรกิจ
เรื่องราวกับความคิด - วิรัตน์ แสงทองคำ

วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2560

เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (2)

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 11 มิ.ย. 2560 เวลา 09:00:00 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

คอลัมน์เรื่องราวกับความคิด โดย วิรัตน์ แสงทองคำ http//:viratts.wordpress.com


เรื่องราวบริษัทศตวรรษที่เหลืออยู่ไม่กี่แห่ง ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวแห่งวิวัฒนาการสังคมไทย

ยุคอาณานิคม


"จากอดีตแห่งความภาคภูมิกว่า 120 ปี ในประเทศไทย บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ในวันนี้ เป็นหนึ่งในบรรดาบริษัทชั้นนำของไทย ในการประกอบธุรกิจพาณิชยกรรมนำเข้า-ส่งออก การผลิต และการให้บริการ จุดเริ่มต้นของบีเจซี มาจากหุ้นส่วนทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ระหว่างตระกูลเบอร์ลี่และตระกูลยุคเกอร์ ที่ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ อันเป็นหนึ่งในบริษัททางการค้ายุคแรก ๆ ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งในราชอาณาจักรสยาม" ประวัติอันภาคภูมิ เขียนขึ้นโดยเจ้าของรายล่าสุด-กลุ่มทีซีซี (อ้างมาจาก http://www.bjc.co.th)

เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ หรือ BJC มีความสำคัญ เป็นหนึ่งในฐานะแกนของกลุ่มธุรกิจหลัก ภายใต้เครือข่ายทีซีซี ซึ่งมีเจริญ-วรรณา สิริวัฒนภักดี รั้งตำแหน่งประธานและรองประธานไว้



ผมเองเคยนำเสนอเรื่องราวเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ไว้บ้าง มีบางตอนให้ภาพเพิ่มเติมอย่างสอดคล้อง "ตำนานเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ เกิดขึ้นในแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง เป็นห้างฝรั่งที่นำสินค้าสมัยใหม่มาขายให้ราชสำนัก และซื้อสินค้าขั้นปฐมจากเมืองไทยส่งออกไป" (จากเรื่อง วอลเตอร์ ไมเยอร์ หนังสือ "อำนาจธุรกิจใหม่" โดย วิรัตน์ แสงทองคำ ปี 2541) 

"ย้อนอดีตกลับไปในปี 2425 อัลเบอร์ต ยุคเกอร์ ชาวสวิตเซอร์แลนด์ ได้ร่วมกับชาวสวิสอีกคนหนึ่งชื่อ เฮนรี่ ซิกก์ ก่อตั้งห้างยุคเกอร์แอนด์ซิกก์แอนด์ โก ขึ้น เพื่อทำธุรกิจค้าขายสินค้าเบ็ดเตล็ด เป็นผู้สั่งสินค้าประเภทเครื่องใช้ในครัวเรือนเข้ามาจำหน่าย ส่งไม้สักออกไปขายต่างประเทศ และดำเนินธุรกิจทางด้านการค้าข้าว (โดยเป็นเจ้าของโรงสีข้าวสามเสน ซึ่งเป็นโรงสีที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ในขณะนั้น" เรื่องราวข้างต้นควรเสริมขึ้นให้เห็นภาพชัดเจน ในยุคก่อตั้ง (อ้างจาก ประวัติ 100 ปี แห่งบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด รวบรวมโดย วอลเตอร์ ไมเยอร์)

ภาพนั้นอยู่ในยุคอาณานิคม ท่ามกลางการครอบงำทั่วทั้งภูมิภาคโดยระบบอาณานิคมใหญ่ โดยเฉพาะอังกฤษ ฝรั่งและดัตช์ เปิดตัว อย่างไรก็ตาม ได้ช่องว่างสำหรับปัจเจกชาวยุโรปอื่น ๆ ด้วย พวกเขาสามารถสร้างโอกาสใหม่ ๆ ขึ้นได้ กรณีการก่อตั้งเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ เป็นเพียงหนึ่งในอีกหลายกรณี รวมทั้งกรณีอีสต์ เอเชียติก เริ่มต้นจากการก่อตั้งบริษัทการค้า (Trading Company หรือ Merchant House) ในประเทศไทยยุคเดียวกัน (บริษัทแอนเดอร์เซ่นแอนด์โก ปี 2427) ช่างบังเอิญกลุ่มทีซีซี ภายใต้การนำของเจริญ-วรรณา สิริวัฒนภักดี มีชิ้นส่วนประวัติเชื่อมโยงถึง ในฐานะเจ้าของท่าเรือบริษัท อีสท์ เอเชียติก (ซื้อมาในช่วงปี 2530) ซึ่งในปัจจุบันแปลงโฉมเป็น ASIATIQUE the Riverfront โครงการไลฟ์สไตล์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยอ้างอิงประวัติศาสต์ช่วงนั้นไว้ด้วย

"ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 ซึ่ตรงกับยุคสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ประเทศในแถบทวีปเอเชียถูกรุกรานโดยชาติมหาอำนาจจากยุโรป และด้วยสายพระเนตรอันยาวไกล พระองค์ทรงมีพระราชดำริที่จะพัฒนาประเทศให้เจริญรุดหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศ จึงทรงตัดสินพระทัยเจริญสัมพันธไมตรีกับราชอาณาจักรเดนมาร์ก พร้อมกับการก่อกำเนิดท่าเรือของบริษัท อีสท์ เอเชียติก ซึ่งมีนายฮันส์นิลล์ แอนเดอร์เซ่น ชาวเดนมาร์กเป็นเจ้าของ เพื่อการค้าไม้สักไปต่างประเทศ จึงสร้างท่าเรือขนถ่ายสินค้าขึ้น ณ ท่าเรือแห่งนี้" (อ้างจาก http://www.thaiasiatique.com)

จากนั้นห้างเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ในธุรกิจครอบครัวชาวสวิสในประเทศไทย มีการเปลี่ยนแปลงบ้าง โดยเฉพาะหุ้นส่วนจากตระกูลยุคเกอร์ กับซิกก์ มาเป็นตระกูลยุคเกอร์ กับเบอร์ลี่ แล้วเปลี่ยนชื่อมาเป็นชื่อซึ่งใช้จนถึงปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นเกิดขึ้นก่อนยุคการเปลี่ยนแปลงการปกครองไทย


ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2
-สงครามเวียดนาม


วอลเตอร์ ไมเยอร์ คือบุคคลสำคัญของเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ในช่วงตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา เข้าไปร่วมงานตั้งแต่ปี 2489 ในฐานะผู้มีประสบการณ์ในโลกตะวันออก เคยทำงานที่อินเดีย และเซี่ยงไฮ้มาก่อน เขามีบทบาทสำคัญในฐานะมืออาชีพ เป็นต้นแบบพัฒนา Trading Company ในสังคมไทยไปอีกก้าว เชื่อมโยงการค้าเข้ากับอุตสาหกรรมในช่วงปี 2494

หนึ่ง-ผลิตสินค้าบริโภค โรงงานผลิตสินค้าในครัวเรือนชนิดหนึ่ง (Toiletries) โดยเฉพาะผลิตสบู่ตรานกแก้ว ตำนานสบู่ไทยที่ยืนยงจนทุกวันนี้ (บริษัทรูเบียอุตสาหกรรม ยังอยู่ในเครือเบอร์ลี่ ยุคเกอร์) สอง-ผลิตสินค้าสนับสนุน ก่อตั้งโรงงานเครื่องแก้วซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์สำคัญของสินค้าผู้บริโภคในขณะนั้น (บริษัทอุตสาหกรรมทำเครื่องแก้วไทย หรือ ไทยกลาส อยู่ในเครือเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ปัจจุบันเช่นกัน) 

ในปี 2500 วอลเตอร์ ไมเยอร์ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ อย่างแท้จริง "วอลเตอร์ ไมเยอร์ ขึ้นควบคุมการบริหารห้างเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ในปีที่เมืองไทยฉลองกึ่งพุทธกาลพอดี เป็นช่วงเวลาที่สินค้าต่างประเทศกำลังขยายตัวไปยังข้าราชบริพารและสังคมชั้นสูงมากขึ้น ๆ" (หนังสือ "อำนาจธุรกิจใหม่") ถือเป็นช่วงรุ่งโรจน์ของเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ในฐานะกิจการที่มีการบริหารสมัยใหม่ เป็น 1 ใน 7 บริษัทแรกเข้าเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2517)

ในช่วงเข้าตลาดหุ้นนั่นเอง มีการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นสำคัญ เชื่อว่าไม่มีใครรู้มากนัก เป็นเรื่องราวเกี่ยวข้องกับรากเหง้าในยุคก่อตั้งเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ อย่างไม่น่าทึ่ง นั่นคือการเข้ามาถือหุ้น 20% ของ Hagemeyer ในปี 2514 (อ้างจากหนังสือ "Take your jacket off : The chronicle of a merchant house as seen 75 years of world history" by Leonhard Huizings, Published by Hagemeyer N.V. 1900-1975 แปลจากต้นฉบับภาษาดัตช์ ซึ่งผมได้รับอภินันทนาการมามากกว่า 20 ปี ยังเก็บไว้ห้องสมุดส่วนตัว-มีภาพประกอบ)

Hagemeyer N.V. เคยทำงานอยู่บริษัทการค้ายักษ์ใหญ่ของเนเธอร์แลนด์ ก่อกำเนิดในยุคอาณานิคมดัตช์ยึดครองอินโดนีเซีย ผู้ก่อตั้ง Hagemeyer ทำงานให้บริษัทการค้าแห่งอาณานิคมดัตช์-Dutch East Indies เขาเดินทางมาถึงตะวันออกไกล และก่อตั้ง Hagemeyer  ขึ้นในปี 2443 ที่ Surabaya (ปัจจุบันคือเมืองท่าสำคัญในเกาะชวาของอินโดนีเซีย)

ในช่วงเวลานั้น (ช่วงเข้าถือหุ้นเบอร์ลี่ ยุคเกอร์) Hagemeyer ได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมา 5-6 ทศวรรษแล้ว ได้มาถึงช่วงเวลาพลิกกลับ จากการค้าโฟกัสเอเชียในยุคอาณานิคม กลายเป็นการค้าหลักในภาคพื้นยุโรป ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สองมาระยะหนึ่ง และแล้วได้กลับมาฟื้นเครือข่ายการค้าในเอเชียอีกครั้ง ในฐานะนำสินค้ายุโรปเข้ามาเปิดตลาดใหม่ซึ่งกำลังเติบโต รวมทั้งดำเนินแผนการเชื่อมโยงการค้ากับอุตสาหกรรมทดแทนการผลิตสินค้านำเข้า ในประเทศผู้บริโภคเอง

แผนการเข้าถือหุ้นในเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ดูเป็นสูตรที่ลงตัว เอื้อประโยชน์ทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะในด้านเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาพอสมควรในช่วงปลายสงครามเวียดนาม "บริษัทต่างชาติในประเทศไม่มั่นใจในสถานการณ์ ชะลอการดำเนินงาน หรือถ่ายเททุนออกไปประเทศอื่น เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ ภายใต้การนำของวอลเตอร์ ไมเยอร์ รู้สึกเช่นนั้นบ้างเหมือนกัน เพื่อความมั่นคงของกิจการ จึงตัดสินใจขายหุ้นส่วนหนึ่งออกไป" (จากหนังสือ "อำนาจธุรกิจใหม่" อ้างแล้ว)

นั่นคือเหตุปัจจัย ว่าด้วยการเข้ามาถึงมาเกี่ยวข้องกับเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ของ Hagemeyer คงไม่มีใครคาดเดามาก่อนว่า จากนั้นไม่นาน ภาวะความไม่แน่นอนในเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จึงบังเกิดขึ้น




คลิกอ่าน >>> เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (1)