ประชาชาติธุรกิจ
การตลาด

วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2560

แฟชั่นแข่งเดือด"เกรฮาวด์" ตัดใจปิดสาขา

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 15 มิ.ย. 2560 เวลา 22:03:45 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ตลาดแฟชั่นแข่งเดือด "มัดแมน" ทยอยปิดร้านแฟชั่นเกรฮาวด์ มุ่งโฟกัสธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม ดัน "เกรฮาวด์ คาเฟ่" หัวหอกบุกโกลบอลเดินหน้าเปิดสาขาลอนดอนปลายปีนี้ ขณะที่ตลาดซีแอลเอ็มวีเตรียมเปิดซับแฟรนไชส์โอ บอง แปงเพิ่มรายได้ ปรับกลยุทธ์การตลาดปลุกตลาดถี่ พร้อมปรับการบริหารจัดการต้นทุนรับมือเศรษฐกิจซึมยาว

นายนาดิม ซาเวียร์ ซาลฮานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มัดแมน จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านอาหาร "เกรฮาวด์ คาเฟ่"Ž, "ดังกิ้น โดนัท"Ž ฯลฯ และแฟชั่นแบรนด์ "เกรฮาวด์ ออริจินัล"Ž กล่าวว่า ภาพรวมรายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของมัดแมนยังเติบโตได้ต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจไลฟ์สไตล์มีรายได้ลดลงจากปัจจัยด้านสภาพเศรษฐกิจ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งการแข่งขันที่สูงขึ้นในธุรกิจฟาสต์แฟชั่น ดังนั้น จึงมีแผนทยอยปิดสาขาแบรนด์แฟชั่น "เกรฮาวด์ ออริจินัลŽ" ทั้ง 12 สาขาภายในปี 2562 และเปลี่ยนโมเดลธุรกิจมาเป็นดีไซเนอร์เฮาส์ รับออกแบบงานให้กับร้านค้า-สินค้าต่าง ๆ ด้วยทีมดีไซเนอร์เดิม คาดว่าปีนี้จะสามารถเซ็นสัญญาลูกค้าได้ 2 ราย



และต่อจากนี้จะมุ่งสร้างการเติบโตในธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่มเต็มสูบ โดยเฉพาะร้านอาหาร "เกรฮาวด์ คาเฟ่Ž" ที่มีศักยภาพการเติบโตที่ดี จะเป็นหัวหอกในการบุกต่างประเทศในรูปแบบแฟรนไชส์ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้มัดแมนต่อเนื่อง เนื่องจากกำหนดให้แฟรนไชซีต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ 2.5 แสนเหรียญสหรัฐ และจ่ายอีก 2.5 หมื่นเหรียญสหรัฐต่อการเปิดสาขาใหม่ รวมทั้งระบุให้ต้องเปิดร้านให้ได้ 5 สาขาภายใน 5 ปี ซึ่งมีแผนขยายแฟรนไชส์ไปในประเทศใหม่ ๆ เพิ่มปีละ 2 ประเทศ จากปัจจุบันมีที่ฮ่องกง จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ และกำลังจะเปิดสาขาแรกที่อินโดนีเซียปีหน้า

ส่วนความคืบหน้าของสาขาต้นแบบที่ลอนดอน สาขาเดียวในต่างประเทศที่บริษัทลงทุนเองเพื่อเป็นสปริงบอร์ดในการขายแฟรนไชส์บุกยุโรป-อเมริกา ตามแผนที่จะเป็นโกลบอลแบรนด์ใน 5-10 ปี ล่าสุดเตรียมทำประชาสัมพันธ์สร้างกระแสก่อนจะเปิดสาขาในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งร้านจะสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งที่เน้นอาหารไทยแบบดั้งเดิม ด้วยโมเดลร้านแบบไทยสตรีตฟู้ดที่จะมีอาหารไทย 70% และเมนูฟิวชั่นกับอาหารท้องถิ่นอีก 30% บนขนาดพื้นที่ 350 ตร.ม. 120 ที่นั่ง

"นอกจากการเดินหน้าบุกยุโรป ในตลาดซีแอลเอ็มวีเราเพิ่งได้สิทธิ์ขยายร้านโอ บอง แปงในกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม เพิ่มมาโดยมีแผนให้สิทธิ์ซับแฟรนไชส์ต่อ ซึ่งน่าจะได้เห็นความชัดเจนของการขยายสาขาในกัมพูชาช่วงสิ้นปีนี้Ž"

ขณะที่ทิศทางในประเทศ คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะมีปัญหาต่อเนื่องตลอดปี เห็นได้จากจำนวนลูกค้าในศูนย์การค้าและดิสเคานต์สโตร์ที่ลดลง ซึ่งส่งผลกับแบรนด์ของมัดแมนด้วย โดยเฉพาะดังกิ้น โดนัทที่มีจำนวนลูกค้าต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปี ดังนั้น จึงเร่งปรับตัวด้วยการลดค่าใช้จ่ายเพื่อเพิ่มสัดส่วนกำไร และใช้กลยุทธ์การตลาดที่เน้นความคุ้มค่าตอบโจทย์ลูกค้าช่วงเศรษฐกิจมีปัญหา พร้อมจัดกิจกรรมต่อเนื่องเพื่อดึงลูกค้าเข้าร้านด้วยงบฯการตลาด 200 ล้านบาทเท่ากับปีที่แล้ว

โดยดังกิ้นฯได้ปรับกลยุทธ์จัดโปรโมชั่นลดราคาหมุนเวียนทุกวัน กระตุ้นการซื้อยกชุด และเพิ่มความถี่ของกิจกรรม รวมถึงการทำโปรโมชั่นแตกต่างกันไปตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ พร้อมให้ความสำคัญกับกลุ่มเครื่องดื่มมากขึ้น อาทิ ชาไข่มุก หรือกาแฟที่จะชูเรื่องคุณภาพในราคาเข้าถึงได้ ซึ่งจะทำแคมเปญใหญ่เดือน ก.ค.นี้ ก่อนเปิดโมเดลไดรฟ์ทรูในปีหน้า

ขณะเดียวกัน ยังเดินหน้าแผนลดต้นทุนด้วยการใช้โดนัทแช่แข็งจากครัวกลาง ซึ่งปีหน้าจะทยอยปิดครัวใน กทม.เหลือ 2 แห่ง จาก 4 แห่ง ปิดในต่างจังหวัดเหลือ 9 แห่ง จากเดิม 18 แห่ง โดยอาจเปิดครัวผลิตโดนัทแช่แข็งโดยเฉพาะอีก 1 แห่ง ส่วนร้านไอศกรีมบาสกิ้น รอบบินส์ เตรียมนำเข้าไอศกรีมจากเกาหลีใต้แทนสหรัฐอเมริกา เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีที่จะช่วยลดต้นทุนลงได้ 10-12% ทำให้สามารถปรับราคาขายลงมาอยู่ที่สกู๊ปละ 69-89 บาท จากเดิม 89-119 บาท ไม่ต้องรอเฉพาะช่วงโปรโมชั่น เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังซื้อของผู้บริโภค และช่วยขยายฐานลูกค้าให้มากขึ้น คาดว่าจะเริ่มนำเข้าในปีหน้า ซึ่งจะช่วยให้บาสกิ้นฯทำกำไรได้หลังจากที่คืนทุนในปีนี้

"ตอนนี้กำลังพิจารณาโอกาสรวมบัตรสมาชิกของทุกแบรนด์ที่มีรวมกันกว่า2.7แสนใบเข้าด้วยกันภายใต้บัตร มัดแมน การ์ดŽ เพื่อจูงใจและกระตุ้นการใช้งานได้มากขึ้นด้วยŽ"

ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้