ประชาชาติธุรกิจ
เด่นประชาชาติ

วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2560

Technology for Life By SAMART
บนถนนที่ “ไร้คนขับ”

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 19 มิ.ย. 2560 เวลา 08:00:00 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์


คุณมักได้เห็นนวัตกรรมเหนือจินตนาการหรือเทคโนโลยีสุดล้ำอยู่บ่อยๆ ในภาพยนตร์ไซ-ไฟ บางอย่างดูเหลือเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้จริง แต่วันนี้ สิ่งที่เห็นในภาพยนตร์เหล่านั้น ค่อยๆ ปรากฏตัวกันให้เห็นแล้ว


ในประเทศไทยอีกไม่นานเมื่อเราเดินเข้าสู่ คอมมูนิตี้ มอลล์ ทุกพื้นที่อาจเต็มไปด้วยหน้าจอดิจิทัลฝังเซ็นเซอร์ ล่วงรู้ความต้องการของคุณได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทุกวันนี้ในญี่ปุ่น ร้านค้ามีพนักงานหลักเป็นหุ่นยนต์เดินรับออเดอร์ เสิร์ฟอาหาร พูดคุยกับลูกค้าอย่างเป็นกันเองแล้ว หรือตามโรงพยาบาลในต่างประเทศ มีหุ่นยนต์ผู้ช่วยพยาบาล คอยมอนิเตอร์ผู้ป่วย และเตือนเมื่อถึงเวลากินยา รวมถึงเป็นเพื่อนคุยเล่นแก้เหงาให้กับบรรดาผู้สูงวัย


ไม่นานเกินรอ เราอาจเดินทางอยู่บนท้องถนนที่ไม่จำเป็นต้องมีใครขับรถอีกต่อไป มีระบบอัจฉริยะที่บังคับพวงมาลัยไปยังจุดหมายปลายทางที่เราต้องการ ถ้าเป็นรถโดยสารสาธารณะ เพียงแค่คุณก้าวขึ้นรถ ระบบภายในรถจะประมวลผล คิดค่าโดยสาร หักผ่านบัญชีธนาคารออนไลน์ของคุณให้อย่างเสร็จสรรพ

 

ยานยนต์อัจฉริยะ หรือ Autonomous car หรือจะเรียกว่า self-driving car หรือ driverless cars กลายเป็นนวัตกรรมอันดับต้นๆ ของโลกที่กำลังเกิดขึ้นจริง และถูกจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะค่ายรถยักษ์ใหญ่ของโลก ทั้ง Tesla Motors ที่มี อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นบุคคลที่โลกจับตามอง ด้วยวิสัยทัศน์ในแนว “อัจฉริยะ” ยานยนต์อัจฉริยะเป็นหนึ่งในเป้าหมายของเขา  นอกจากนี้ ยังมี BMW, Ford Mercedes-Benz, Audi และค่ายรถชั้นนำของโลกที่ยากจะปฏิเสธเทคโนโลยีนี้ รวมทั้งบริษัท กูเกิล และแอ๊ปเปิ้ลกำลังแข่งกันพัฒนาเพื่อให้มั่นใจว่าการเดินทางจะสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งกว่าการขับเอง


หลายสำนักวิจัยทางเทคโนโลยี คาดการณ์ว่า ไม่เกิน 3-4 ปี ข้างหน้า เราจะเริ่มเห็นรถยนต์ไร้คนขับเต็มรูปแบบออกสู่ตลาดจริงๆ หรือในราวปี 2563 ขณะที่ ปัจจุบันไลน์การผลิตรถยนต์ค่ายชั้นนำ เตรียมเลิกผลิตรถยนต์ที่ไม่มีระบบอัตโนมัติ แต่เพิ่มไลน์การผลิตรถยนต์แบบไร้คนขับขึ้นมาแทน ว่ากันว่า จะเกิดโลกที่ไร้คนขับรถภายในปี 2593 (2050)


ซึ่งในขณะนี้ บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกอย่าง กูเกิล ทดลองเปิดตัว“กูเกิล คาร์”ยานยนต์ไร้คนขับที่ผลิตและออกแบบโดยกูเกิล และออกมาโลดแล่นบนท้องถนนในแคลิฟอร์เนีย เมื่อไม่นานมานี้ ด้วยสไตล์ซิตี้คาร์ไร้พวงมาลัย รถใช้พลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก 2 ที่นั่ง พร้อมระบบเซ็นเซอร์ฝังใน ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์อัจฉริยะทำให้ตัวรถสามารถขับเคลื่อนด้วยตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ด้วยระบบเซ็นเซอร์ มองเห็นสิ่งที่อยู่รอบตัวได้แบบเรียลไทม์มีกล้องด้านหน้าและด้านข้างรถเพื่อทัศนวิสัยในการมองเห็นเครื่องหมายและสัญญาณจราจรและป้องกันจุดบอดต่างๆที่เกิดขึ้นรอบตัวรถว่ากันว่ากูเกิลเลือกให้เป็นแบบ 2 ที่นั่งเพราะด้วยความสะดวกรวดเร็วในการชาร์จพลังงาน และด้วยขนาดที่เล็กกระทัดรัด เรื่องของที่จอดรถก็จะหาได้ง่ายมากขึ้น   


และ ค่ายรถยุโรปอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู เป็นหนึ่งในค่ายที่เอาจริงกับยานยนต์ไร้คนขับ บีเอ็มฯ ร่วมมือกับอินเทล ผู้ผลิตชิพรายใหญ่ของโลก และโมบิลอาย ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์เทคโนโลยีออโตไพล็อตในรถยนต์ รุ่นไอเน็กซ์ (iNext) ที่บีเอ็มฯ เตรียมนำออกวางตลาดเป็นรุ่นแฟล็กชิพ โดยจะเริ่มผลิตได้ภายในปี 2564


เพื่อนบ้านใกล้ๆ เราอย่าง ‘สิงคโปร์’ เมื่อปีที่แล้ว ออกสตาร์ทก่อนใครเพื่อน ทดสอบการให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับ แท็กซี่นี้พัฒนาโดยบริษัท nuTonomy (นูโนโตมี) บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์รถยนต์ไร้คนขับ ผู้โดยสารต้องดาวน์โหลดแอพเพื่อใช้บริการ การทดสอบครั้งนั้นให้บริการในพื้นจำกัดแค่ 4 กิโลเมตรในย่านหนึ่งของสิงคโปร์ เป็นรถพลังงานไฟฟ้า คาดว่าจะให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ก็ราวๆ ปี 2561


และต่อไปในอนาคต อุปกรณ์เซ็นเซอร์เป็นส่วนประกอบสำคัญในรถยนต์ไร้คนขับ จะเป็นตลาดที่ใหญ่มากๆ ภายในปี 2568 (2025) ตลาดจะมีมูลค่ามหาศาลถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์  และเมื่อถึงปี 2573 (2030) ตลาดจะใหญ่ขึ้นไปถึง 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์เลยทีเดียว



อีกหลายๆ คุณสมบัติของยานยนต์อัจฉริยะ แบบไร้คนขับที่เราจะได้เห็น ไม่ว่าจะเป็น  เทคโนโลยีระบุตำแหน่งของรถว่า ตอนนี้เราอยู่ที่ไหนบนโลก ทราบแม้กระทั่งอยู่บนถนนอะไรควรอยู่เลนไหนมีอะไรอยู่รอบรถบ้างด้วยการทำงานของระบบเซ็นเซอร์ รวมถึงคาดเดาให้เราได้อัตโนมัติว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับเราในเสี้ยววินาที บางคุณสมบัติทุกวันนี้เราสัมผัสกันแล้วจากระบบจีพีเอส กูเกิล แมพ แต่ต่อไประบบเหล่านี้จะฉลาดขึ้นมาก ประมวลผลในเชิงลึกขึ้น ถึงขั้นวิเคราะห์เป็นเรื่องเป็นราว เป็นสตอรี่ เลยทีเดียว หรือแม้แต่กุญแจรถ ที่กำลังถูกพัฒนาให้เป็น ดีไวซ์อัจฉริยะชิ้นหนึ่ง สามารถควบคุมทุกอย่างภายในรถ พวงมาลัยหน้ารถที่ปรับเปลี่ยนรูปร่างเป็นแทบเล็ต เบาะที่นั่งที่ไม่ใช่แค่นั่งแต่สามารถตรวจจับความวิตกกังวล ความเครียดของคนภายในรถได้อย่างอเมซซิ่ง เรื่องราวแบบนี้ ไม่ได้มีแค่ในภาพยนตร์ไซ-ไฟ อีกต่อไป


สนับสนุนทุกความคิดสร้างสรรค์ โดย กลุ่มบริษัทสามารถ

 ภาพจาก กูเกิล คาร์ :  WSJ และ Mercedes benz