ประชาชาติธุรกิจ
การเมือง

วันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2560

"จิรชัย" เป่านกหวีดปิดคดีข้าว เช็กบิล "ยิ่งลักษณ์" ตอบแทนบ้านเมือง

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 19 มิ.ย. 2560 เวลา 11:35:28 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เพียงชั่วข้ามคืน ชื่อ "จิรชัย มูลทองโร่ย" ก็ติดลมบนจากผู้ตรวจสำนักนายกรัฐมนตรีบินสูงเหนือเก้าอี้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เขาไม่ได้เป็นม้ามืด ไม่ได้เป็นตัวเต็ง ไม่ได้ร่วมขบวน กปปส. และไม่ได้เป็นเครือข่ายรัฐบาลนายพล-คสช.มีเพียงผลงานอันลือลั่น สรรพนามต่อท้ายว่า "มือปิดคดีจำนำข้าว" รัฐบาลยิ่งลักษณ์ "จิรชัย" เปลือยความคิดที่ถูกเก็บกดกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ทุกคำถาม-คำตอบ



Q : จับพลัดจับผลูมาเป็นประธานสอบโครงการรับจำนำข้าวได้อย่างไร

เข้ามาตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวได้เพราะขณะดำรงตำแหน่งผู้ตรวจสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นหนึ่งในคณะทำงานตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือ100ชุด หลังจากนั้นรัฐบาลได้ออกคำสั่ง 3 ฉบับ ได้แก่ หนึ่ง แต่งตั้งให้เป็นประธานสอบข้อเท็จจริงการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ สอง เป็นประธานคณะกรรมการสอบการระบายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ สาม เป็นประธานคณะกรรมการการระบายข้าวย้อนหลัง 10 ปี ไม่ทราบว่าทำไมถึงแต่งตั้งให้ตรวจสอบโครงการจำนำข้าวแต่เท่าที่ทราบรัฐบาลต้องการคนกลางให้มาเป็นประธานตรวจสอบนอกจากนี้ยังได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการประปาส่วนภูมิภาค(กปภ.) ภารกิจหน้าที่ในขณะนั้นจึงมีถึง 5 ตำแหน่งในช่วงเวลาเดียวกัน

Q : ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลงานที่สร้างชื่อให้กับท่าน คือผลงานการปิดบัญชีเรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว

เมื่องานสำเร็จไม่ได้คิดว่าทำแล้วมันจะได้อะไร ขอทำงานให้สำเร็จตามเป้าหมาย ส่วนจะได้เป็นอะไรไม่ใช่หน้าที่ที่จะไปคิด ผมมาเป็นผู้ตรวจสำนักนายกฯปีหนึ่ง รุ่งขึ้นก็มาเป็นหัวหน้าผู้ตรวจสำนักนายกฯ รุ่งขึ้นถัดไปมาเป็นรองปลัดสำนักนายกฯ แล้วก็มาเป็นปลัดสำนักนายกฯ

Q : ตำแหน่งเหล่านี้ได้มาภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็นประธาน 3 คณะที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว

ก็ไม่รู้ แต่เป็นไปตามลำดับ ถามว่า อาวุโสไหม...ผมเป็นผู้ตรวจสำนักนายกรัฐมนตรี ผมก็อาวุโส เพราะว่าก่อนหน้านี้เป็นเลขาธิการ สคบ.มาก่อน 1 ปี ผมสรุปของผมเองว่าองค์ประกอบของการจะรับราชการหรือทำตามหน้าที่ให้มีความเจริญต้องประกอบด้วย 3 ส่วน ส่วนแรก คือ งานในหน้าที่ที่รับผิดชอบ สอง คือ เครือข่าย ผู้บังคับบัญชา หรือเพื่อนร่วมงาน สาม คือ วาสนา บารมี บุญกุศล

Q : เคยถามผู้ใหญ่หรือไม่ว่า ทำไมถึงเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมการจำนำข้าวทั้ง 3 คณะ

ไม่เคยถาม แต่เพื่อนถามว่า ทำไมไปรับงานนี้มาทำ ผมบอกว่า ไม่รู้ ก่อนเขาแต่งตั้ง เขาไม่ได้มาถามผมก่อนว่าจะเอาหรือไม่เอา แต่งตั้งมาก็ต้องทำ

Q : เตรียมใจที่จะรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหรือไม่ เพราะเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมือง


เวลาทำงานจะไม่เคยคิดถึงผลที่จะตามมา คิดอย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรให้งานสำเร็จ ผมเป็นประธานทั้ง 3 คณะ ถามว่า เหนื่อยไหม เหนื่อย เครียดอยู่เหมือนกัน แต่โชคดีที่มันจบลงได้ ครอบครัว คนรอบข้างก็เครียด แต่ก็ไม่เป็นไร ชี้แจงได้ ผมถือว่าความซื่อสัตย์ สุจริตเป็นเกราะกำบังที่จะทำให้เราปลอดภัย และการดำเนินการที่ผ่านมาโปร่งใส ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ เป็นธรรม ท่านอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์คงจะเห็นว่า ผมไม่ได้ทำงานด้วยความเคียดแค้น อคติ ท่านนายกฯสั่งการลงมา 3 ข้อ ข้อ 1 ให้ความเป็นธรรม ข้อ 2 ให้โอกาส ข้อ 3 ให้เป็นไปตามกฎหมาย

Q : ขณะนี้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีจากกรณีเป็นประธานตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวกี่คดี

ถูกท่านอดีตนายกฯฟ้องเป็นการส่วนตัว 1 คดี กรณีละเว้นปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 157 และโดนฟ้องร่วมกับท่านนายกฯอีก 1 คดี มีท่านนายกฯเป็นจำเลยที่ 1

Q : รับงานนี้มาแล้วกลัวโดนการเมืองเช็กบิลย้อนหลังหรือไม่ เมื่อทิศทางลมการเมืองเปลี่ยนขั้ว

ผมไม่มีอะไรให้ต้องเช็กบิล เพราะผมทำไปตามหน้าที่ ให้ความเป็นธรรม ให้โอกาสและทำไปตามกฎหมาย คนรู้จักผมดี ว่าคนชื่อจิรชัยเป็นคนแบบไหน

Q : รู้สึกกดดันหรือไม่ที่ต้องมาทำคดีที่รัฐบาล-คสช.และรัฐบาลอดีตนายกฯซึ่งอยู่คนละขั้วข้างกัน

ไม่รู้สึกกดดันผมมีหน้าที่พิสูจน์ความเป็นธรรมและรัฐบาลนี้ก็คงไม่ได้ตั้งเป้าที่จะทำลายล้าง เพียงแต่ต้องการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพราะถึงที่สุดแล้วศาลจะเป็นผู้พิจารณา แม้ผมจะเป็นประธานสอบฯทุกอย่าง แต่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสอบข้อเท็จจริง แต่ขั้นตอนหลังจากนั้น คือการพิจารณาของคณะกรรมการรับผิดทางแพ่ง กระทรวงการคลังและสุดท้ายต้องไปพิสูจน์กันในชั้นศาล

Q : นักรบย่อมมีบาดแผล ที่ผ่านมาในชีวิตราชการมีบาดแผลอะไรอีกบ้าง

ไม่อาจใช้คำว่าบาดแผล แต่ช่วงเวลาที่ทำมีความเครียด วิตกกังวลในเนื้องานเท่านั้น ว่างานจะเสร็จภายในเวลาหรือไม่ และสังคมยอมรับได้หรือไม่ หลังจากจบแล้วก็ไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้เป็นบาดแผลอะไรที่ทำให้เกิดความเสียหาย ส่วนการโดนฟ้องคดีก็เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กันไป

Q : รู้สึกเครียดกับการที่ต้องมาต่อสู้กับอำนาจการเมืองที่เรามองไม่เห็นบ้างหรือไม่

ความเป็นธรรมมันต้องมีความเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองและเป็นคนที่อยู่ร่วมกันในสังคมจิตใจต้องมีความเป็นธรรมอยู่บ้าง ไม่ใช่จะเอาเป็นเอาตายจนถึงที่สุด โดยไม่ได้สำนึกเลยว่าความเป็นธรรมอยู่ตรงไหน แต่ผมคิดว่าสังคมมนุษย์ย่อมมีหลักตรงนี้ หลักของศาสนาทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น สิ่งที่ผมทำไปทำด้วยความบริสุทธิ์ ซื่อสัตย์ เป็นธรรม สามารถตอบสังคมได้ว่า ทำไมค่าเสียหายของโครงการรับจำนำข้าวในสมัยรัฐบาลท่านอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ จำนวน 4 ฤดูกาลผลิต จำนวน 5.36 แสนล้านบาท จึงเหลือ 2.86 แสนล้านบาท ตายไปไม่ทำให้ใครเขาด่าว่าเราตามหลังว่าทำไมทำแบบนั้น แบบนี้ก็พอแล้ว สิ่งที่ทำจะให้ถูกใจทุกคนคงเป็นไปไม่ได้

Q : อีก 4 เดือนจะเกษียณอายุราชการ การต่อสู้คดีในชั้นศาลขณะที่มีหัวโขนและในขณะที่ไม่มีหัวโขนจะเป็นอย่างไร

เชื่อว่าทางราชการต้องดูแลขณะที่ผมยังถูกฟ้องอยู่ เพราะผมทำตามหน้าที่ พนักงานอัยการก็เป็นทนายแก้ต่างให้ ส่วนข้อมูลต่าง ๆ ที่สนับสนุนอัยการเรามีอยู่แล้ว แม้ว่าผมจะเกษียณจากราชการแล้วก็ตาม

Q : ในอนาคตหลังเกษียณจะกลับมามีตำแหน่งในรัฐบาล-คสช.หรือไม่

ไม่ได้คาดหวัง สิ่งที่มีอยู่ เป็นอยู่ตอนนี้ พอแล้ว ผมรับราชการมาเข้าสู่ปีที่ 38 ตั้งใจทำประโยชน์ให้สังคม ตั้งใจที่จะตอบแทนบ้านเมือง ตรงนี้ถือว่าได้ทำประโยชน์ให้สังคมพอสมควรแล้ว แต่เมื่อเกษียณแล้ว ผู้บังคับบัญชาจะใช้หรือไม่ใช้ ผมไม่ได้ไปเรียกร้อง อยากให้เวลากับครอบครัว พอแล้ว ไม่อยากมี ไม่อยากเป็นอะไรแล้ว