ประชาชาติธุรกิจ
มอเตอร์ริ่ง

วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2560

รีโนเวต 2 โชว์รูมรับเทรนด์อีคิว "เบนซ์ทองหล่อ" ควัก 300 ล้านเอาใจลูกค้า

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 19 มิ.ย. 2560 เวลา 10:00:00 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เบนซ์ ทองหล่อ เท 300 ล้านรีโนเวตรวด 2 โชว์รูม "ทองหล่อ-รามอินทรา" รับเทรนด์รถอีวี เพิ่มประสิทธิภาพบริการลูกค้า ชูนโยบายสต๊อกซีโร่ คาดทั้งปี ขาย 1.2 พันคัน แย้มดึงกาแฟพรีเมี่ยมเอาใจลูกค้า

นายวสันต์ โพธิพิมพานนท์ ประธานเบนซ์ทองหล่อกรุ๊ป เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปีนี้จะใช้เงินลงทุนอีกราว ๆ 100 ล้านบาทเพื่อรีโนเวตโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สาขาทองหล่อ ให้มีความทันสมัยและมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายไว้รองรับให้บริการลูกค้าโดย จะปรับปรุงโชว์รูมทั้ง 4 ชั้นใหม่ โดยมีแนวคิดว่าจะพัฒนาพื้นที่บางส่วนปรับให้เป็นคอฟฟี่ คอร์เนอร์ ตอนนี้อยู่ระหว่างมองหาแบรนด์กาแฟพรีเมี่ยม ที่มีความทัดเทียมหรือใกล้เคียงกับโปรดักต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และแบรนด์อีคิว (Electric Intelligence by Mercedes-benz)

"ส่วนโครงสร้างคงจะใช้เวลาอีกไม่นานคงแล้วเสร็จเพราะเป็นการรีโนเวต ก็เหลือแต่เลือกแบรนด์กาแฟชั้นนำ เพื่อนำเข้ามาให้บริการภายในโชว์รูมของเรา เชื่อว่าภายในเดือนสิงหาคมหรือกันยายนทุกอย่างน่าจะพร้อม"

ส่วนความคืบหน้าของโชว์รูมรามอินทรา หลังจากย้ายไปฝั่งตรงข้าม จากที่เดิมบริเวณปากซอยวัชรพล ต้องใช้เม็ดเงินอีกราว ๆ 200 ล้านบาท บนพื้นที่ 4 ไร่ โดยก่อสร้างให้เป็นออโต้เฮาส์ขนาดเล็ก คาดว่าจะแล้วเสร็จในเร็ว ๆ นี้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสะดวกสบายมากขึ้น และปีนี้เบนซ์ทองหล่อตั้งเป้ายอดขายไว้ 1,200 คัน จาก 2 โชว์รูม

ส่วนแนวทางการดำเนินธุรกิจของเบนซ์ทองหล่อ ยังเน้นนโยบายสต๊อกซีโร่ หรือไม่มีรถยนต์ในสต๊อก ดังนั้น การปรับปรุงโชว์รูมและศูนย์บริการทั้ง 2 สาขานั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท เนื่องจากงานขายยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ ทั้งรถยนต์ใหม่และรถยนต์ใช้แล้ว ซึ่งไม่เฉพาะแต่เมอร์เซเดส-เบนซ์เท่านั้น บริษัทยังรับซื้อรถยนต์ใช้แล้วทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ เนื่องจากบริษัทมีเครือข่ายและช่องทางในการดำเนินธุรกิจในส่วนนี้รองรับ

ส่วนสภาพการแข่งขันในตลาดรถพรีเมี่ยมนั้น นายวสันต์ยังเชื่อว่าความเป็นรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์นั้น สามารถขายคุณค่าความเป็นแบรนด์ของตัวเองได้สบายเมื่อเทียบกับรถยนต์แบรนด์ อื่น ๆ

ส่วนการแข่งขันกันเองระหว่างตัวแทนขายระยะหลังมีมากขึ้นจริงขึ้นอยู่กับเครือข่ายและคอนเน็กชั่นแต่ประโยชน์ก็จะตกกับผู้บริโภค