ประชาชาติธุรกิจ
ออนไลน์

วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2557

สกู๊ป... อินไซด์ความขัดแย้ง “ ทักษิณ ชินวัตร-สนธิ ลิ้มทองกุล” ลากคนไทยเข้าสู่สงคราม !!

Prev
1 of
Next

คลิกภาพเพื่อขยาย

updated: 07 ม.ค. 2552 เวลา 13:56:24 น.

ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

เจาะเส้นทางชีวิต"ทักษิณ ชินวัตร" และ "สนธิ ลิ้มทองกุล"ช่างบังเอิ๊น..บังเอิญ! มีอะไรที่เหมือนกันและแตกต่างกันหลายประการ กระทั่งกลายมาเป็นศัตรูการเมือง ทำคนไทยแบ่งขั้วอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน คลิ๊ก..อ่านโดยพลัน !

 

ชั่วโมงนี้  "สนธิ ลิ้มทองกุล" หรือ โกตี๊บ คือ หนึ่งในรายชื่อศัตรูทางการเมืองคนแรกๆ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร  อดีตนายกรัฐมนตรี   อยากเช็คบิลมากที่สุด
    เหตุก็เพราะ สนธิ คือหนึ่งในศัตรูทางการเมืองที่บีบให้ ทักษิณ จนมุมและกลายเป็นคนไร้หลักแหล่ง ร่อนเร่ไปในหลายประเทศ จนถึงทุกวันนี้
    เอาเข้าจริง บนเส้นทางชีวิตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ สนธิ ลิ้มทองกุล มีอะไรที่เหมือนและแตกต่างกันหลายประการ
  กุนซือใหญ่ ผู้เคยทำงานให้ทั้งสนธิ และ ทักษิณ กล่าวว่า  พวกเขาอาจเคยทำกรรมร่วมกันมาในชาติก่อน ทำให้ต้องมาตามล้างกันในชาตินี้
   "สนธิ เป็นคนศึกษาประวัติศาสตร์  มองเกมมองคนทะลุปรุโปร่ง ส่วนทักษิณ เป็นคนฉลาด แต่พังเพราะบริวารเป็นพิษ"  กุนซือใหญ่  กล่าว ยืนยัน
   ถ้า  ทักษิณ มีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ(นปช.) เป็นผนังทองแดง สนธิ ก็มี กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เป็น กำแพงเหล็ก
  ถ้า ทักษิณ  ใช้สโลแกน คิดใหม่ ทำใหม่  สนธิ ก็ใช้ การเมืองใหม่ เป็นธงนำความคิด
  ถ้า ทักษิณ  มีมูลนิธิไทยคม เสริมภาพลักษณ์เชิงบวก  สนธิ ก็มี มูลนิธิ ไชย้ง ลิ้มทองกุล  เป็นมูลนิธิเพื่อสังคม ซึ่ง 2 มูลนิธิ ก่อตั้งขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน
   ถ้า ทักษิณ มีทนายคู่บุญคือ ชานนท์ สุวสิน   สนธิ ก็มีทนายคู่ใจชื่อ สุวัตร อภัยภักดิ์  
   ถ้า ทักษิณ เป็นตัวแทนของระบอบประชาธิปไตยที่เน้นย้ำว่า "ผมมาจากการเลือกตั้ง" สนธิ  คือผู้ประกาศตัว พิทักษ์สถาบันกษัตริย์ ต่อต้านระบบประธานาธิบดี
   ถ้า ทักษิณ เคยเฉียดล้มละลาย   สนธิ ก็ผ่านการล้มละลายมาแล้ว
   ถ้า ทักษิณ ต้องคำพิพากษาจำคุก คดีที่ดินรัชดาฯ  สนธิ ก็กำลังลุ้นระทึกกับคำพิพากษาศาลสูงในคดีหมิ่นประมาทที่มีโทษถึงคุกเช่นเดียวกัน

 

   ถ้า ทักษิณ มีข่าวอื้อฉาวกับดารานักร้อง  สนธิ ก็มีตำนานเรื่องลับ สุดแสนพิศดาร ที่หากเล่าออกมาจะต้องตาค้างไปทั้งวง
   ถ้า ทักษิณ มี ชินแซทเทลไลท์  สนธิ ก็เกือบมี ลาวสตาร์  ไว้เชยชม
   ถ้า ทักษิณ มีพันศักดิ์ วิญญรัตน์ เป็นที่ปรึกษาทางความคิดและไอเดียหลุดโลก   สนธิ ก็มี ชัยอนันต์ สมุทวณิช  เป็นนักวิชาการผู้ขี่กระแสโลกาภิวัตน์เป็นคู่บารมี
    ถ้า ทักษิณ ต้องหย่าขาดกับคุณหญิงพจมาน   สนธิ กับ เมีย ก็ไม่ได้เดินร่วมทางกันนานแล้ว
   ถ้า ทักษิณ เคยมี 18 อรหันต์สื่อที่คอยพิทักษ์รอบกายในช่วงเรืองอำนาจ  สนธิ ก็เคยใช้บริการ  สุวัฒน์ ทองธนากุล  ประธานสภาการหนังสือพิมพ์ คอยพิทักษ์ด้านจริยธรรมอย่างมั่นใจ
   ถ้า ทักษิณ ใช้บริการนอมินี ไม่ว่าจะเป็น ลูกสาวและลูกชายของตนเอง  รวมถึงแก๊งค์คนรับใช้   เช่น  นางสาวบุญชู เหรียญประดับ นางสาวดวงตา วงศ์ภักดี  นายวิชัย ช่างเหล็ก   ถือหุ้นมูลค่าหลายหมื่นล้าน แทนตัวเอง หรือ ที่เรียกว่า นอมินี  
   "สนธิ" ก็มีพฤติกรรม คล้าย ๆ กัน
  เพราะจากการตรวจสอบบริษัทในเครือข่ายของ"โกตั๊บ" นับร้อยบริษัท ที่ยังทำธุรกิจอยู่ และที่ปิดกิจการไปแล้ว  จะพบคนชื่อซ้ำหลาย ๆ คน เช่น  นายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล ลูกชายของสนธิ  นายพชร สมุทวณิชลูกชายของชัยอนันต์  สมุทวณิช และยังมีอีกคนชื่อซ้ำและนามสกุลซ้ำกันอีกหลายคน
   และที่สำคัญ ถ้า ทักษิณ  มีบริษัท วินมาร์ค ลิมิเต็ด อยู่บนเกาะบริติช เวอร์จิ้น แถบหมู่เกาะในทะเลคาริเบียน  หรือ เกาะสวรรค์แห่งการเลี่ยงภาษี  เครือข่ายธุรกิจของ"สนธิ ลิ้มทองกุล" ก็มีบริษัทตั้งอยู่บนเกาะเคย์แมน เช่นกัน
     ข้อเท็จจริงส่วนนี้ ได้มาจากการตรวจสอบ และย้อนกลับไปดูบริษัท เดอะ เอ็ม. กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) *ของ "สนธิ ลิ้มทองกุล" ที่ตั้งบริษัทขึ้นเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2536 โดยมีทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท อยู่ที่ 1041 ถ.พหลโยธิน แขวงสามเสน เขตพญาไท กทม. ทำธุรกิจให้เช่า การขาย การซื้อและการดำเนินงานด้านอสังหาริมทรัพย์ ร่วมกับ นายมรุธัช รัตนปรารมย์

  บริษัท เดอะ เอ็ม. กรุ๊ป เปลี่ยนแปลงงบฯครั้งที่ 1 เป็นเงินจำนวน 1,250 ล้านบาท โดยไม่ระบุวันที่ โดยต่อมามีการเปลี่ยนแปลงงบฯครั้งที่ 2 ในวันที่ 19 สิงหาคม 2539 เป็น 1,400 ล้านบาท เปลี่ยนครั้งที่ 3 วันที่ 20 ธันวาคม 2539 เป็น 1,640 ล้านบาท จนถึงปัจจุบัน
   จากการประชุมผู้ถือหุ้นล่าสุด วันที่ 30 เมษายน 2545 ปรากฏผู้ถือหุ้นทั้งหมด 16 คนที่น่าสนใจคือ นายสนธิ มีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ที่ 44.8171% คิดเป็นเงิน 734,999,980 บาท, บริษัท โฮลดิ้ง 1998 จำกัด ถือหุ้น 14.6341% จำนวน 240 ล้านบาท, นายจินตนาถ ถือหุ้น 10.0610% คิดเป็นเงิน 165 ล้านบาท
   นอกนั้นมีผู้ถือหุ้นที่น่าสนใจ อาทิ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), นางจันทน์ทิพย์ ลิ้มทองกุล, ตะวันออกแมกาซีน จำกัด, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท โฟร์เอส จำกัด, บริษัท สนธิอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นต้น
   อย่างไรก็ตาม ราชกิจจานุเบกษา  27 ธันวาคม 2550 (เล่ม 124 ตอนที่ 19 ง)ตีพิมพ์ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่องคำพิพากษาให้ล้มละลาย ตามคดีหมายเลขแดงที่ 410/2544 ของศาลล้มละลายกลาง คำประกาศระบุว่า ศาลล้มละลายกลางได้พิพากษาเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2549 ให้บริษัท เดอะ เอ็ม. กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 แล้ว โดยผู้ล้มละลายมีอาชีพค้าขาย
  ผู้ล้มละลาย ตั้งสำนักงานอยู่เลขที่ 1041, 1043 และ 1045 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร และก่อนหน้านี้ในปี 2546 เดอะ เอ็ม. กรุ๊ป ขาดทุนเป็นเงินจำนวน 537,033,730 บาท  
  แม้ว่าขณะนี้บริษัท เดอะ เอ็ม. กรุ๊ป กำลังอยู่ในระหว่างการพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด แต่ก็ยังมีบริษัทที่เกี่ยวข้องอีกมากถึง 128 บริษัท หนึ่งในนั้นคือ บริษัท เอ็ม. แกรนด์ โฮเต็ล จำกัด ซึ่งจดทะเบียน วันที่ 14 มกราคม 2537 ทุนจดทะเบียนแรกเริ่ม 1 ล้านบาท ก่อนจะปรับเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2537 เป็น 1 พันล้านบาท
  ตั้งอยู่ที่ 49/1 อาคารบ้านเจ้าพระยา ชั้นใต้ดิน ถ.พระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กทม. ผู้มีอำนาจคือ นายมนูญ นาวานุเคราะห์ และนายมรุธัช รัตนปรารมย์ มีจำนวนผู้ถือหุ้น 8 ราย สัญชาติไทย 7 รายและสัญชาติหมู่เกาะเคย์แมน 1 ราย
   ผู้ถือหุ้น ประกอบด้วย บรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน), นายธนภูมิ เดชเทวัญดำรง, บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย, บริษัท เดอะ เอ็ม. กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยเดย์ ด็อท คอม จำกัด และ MGH INVESTORS COMPANY ซึ่งเป็นบริษัท บนหมู่เกาะเคย์แมน มีสัดส่วนในการถือหุ้น 2.5% คิดเป็นเงิน 25 ล้านบาท
     งบการเงินปี 2549 บริษัท เอ็ม. แกรนด์โฮเต็ล มีหนี้สิน 35.5 ล้านบาท สินทรัพย์ 21.6 ล้านบาท ขาดทุนสะสมประมาณ 1 พันล้านบาท
   จากการตรวจสอบพบว่า บริษัท เอ็ม. แกรนด์ โฮเต็ล มีสินทรัพย์ลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งมี 629 ล้านบาท ปี2546 มี 605 ล้านบาท ปี 2547 เหลือ 27 ล้านบาท ปี 2548 อยู่ที่ 24 ล้านบาท และปี 2550 มีสินทรัพย์ 21 ล้านบาท
   มีข้อสังเกตว่า งบการเงิน 5 ปีล่าสุด (2545-2549) เงินสดเงินฝากสถาบันการเงินของบริษัท ลดลงทุกปี จาก 1.1 ล้านบาท จนเหลือ 79,680 บาท สินทรัพย์ที่มี 550 ล้านบาทในปี 2545 เหลือเพียง 79,680 บาท, ที่ดินจาก 107,670 บาท ลดลงมาเหลือเพียง 70 บาท
   ถึงแม้ว่าจะมียอดขาดทุนสะสมถึง 1 พันล้านบาท  ปัจจุบัน บริษัท เอ็ม. แกรนด์ โฮเต็ล จำกัด ยังคงดำเนินกิจการอยู่
   และมีที่ตั้งอยู่ที่เดียวกับบริษัท เวิลด์ไวด์ มีเดีย จำกัด, บริษัท บุ๊ค ด็อท คอม จำกัด, บริษัท แพลนโปรดัคชั่น จำกัด, บริษัท โฮลดิ้ง 1998 จำกัด, บริษัท ภูเก็ตบลูสกาย จำกัด ฯลฯ เพียงแต่อยู่คนละห้อง
    ที่สำคัญคือ เลขที่ 49/1 อาคารบ้านเจ้าพระยา ถ.พระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม นอกจากจะเป็นที่ตั้งของบริษัท เอ็ม. แกรนด์ โฮเต็ล แล้ว ยังเป็นที่ตั้งของมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินอีกด้วย
    เมื่อมีการเปิดโปงบริษัทในเครือของผู้จัดการตั้งอยู่บนเกาะฟอกเงิน ไม่มีคำชี้แจงจากสนธิว่า  จริง หรือไม่จริง
    เช่นเดียวกับ การแฉเรื่องเงินบริจาคที่กลุ่มทุนบริจาคให้ เอเอสทีวี บนเวทีพันธมิตรฯ ว่า ไม่โปร่งใสและควรมีการเสียภาษี ก็ไม่เคยมีคำตอบจาก สนธิ ลิ้มทองกุล เช่นกัน
    การนิ่งเงียบ อาจเป็นการยอมรับ  ?
    จะว่าไปแล้ว พฤติกรรมเช่นนี้ ก็คล้ายกับ ทักษิณ เมื่อถูกตรวจสอบเรื่องซุกหุ้นให้คนรับใช้ในช่วงปลายปี 2543 ก่อนเลือกตั้ง 6 มกราคม 2544 
   ครั้งนั้น ทักษิณ ก็เลี่ยงไปเลี่ยงมา นักข่าวตั้งคำถามว่า ทำไมต้องเอาคนรับใช้ คนขับรถมาถือหุ้นบริษัท   ทักษิณก็ตอบว่า เป็นเรื่องการจดทะเบียนบริษัท
    และที่สำคัญ ทั้ง  สนธิ และ ทักษิณ แทบไม่ต่างกันในสถานการณ์ที่ตนเองถูกตรวจสอบ  พวกเขา  มักจะโป้ยว่า ศัตรูต้องการทำลายล้างตน แต่พวกเขาไม่เคยชี้แจงข้อมูลที่เป็นจริงต่อสาธารณชนได้สักครั้งเดียว
    คนวงในเล่าว่า ตัวการที่ทำให้ ทักษิณ และ สนธิ ทะเลาะกันก็คือ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ  เมื่อครั้งนั่งเป็นผอ. อสมท.    และมีเรื่องถอนรายการ เอเอสทีวี ออกจาก ช่อง 9
    จากนั้นขัดแย้งเล็กๆ ได้พัฒนากลายเป็นความขัดแย้งและศึกใหญ่ระหว่างสองขั้ว ซึ่งลากเอาคนไทยเข้าสู่สงครามแบ่งขั้วยาวนาน จนประโยชน์ส่วนรวมของคนทั้งประเทศ  เสียหายยับเยิน อย่างยากที่จะเยียวยา
      วันนี้ สังคมแตกแยกแบ่งขั้ว อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  ในช่วงรัฐบาลพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร  รัฐบาล สมัคร สุนทรเวช ต่อด้วยรัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์  รัฐบาลที่มีรากมาจากระบอบทักษิณ  แทบเอาตัวไม่รอด 
   เพราะกลุ่มเสื้อเหลือง ในนามพันธมิตรฯ ตามราวีด้วยมือตบ  เลวร้ายที่สุดถึงขั้นยึดทำเนียบรัฐบาล ปิดสนามบินดอนเมือง และสุวรรณภูมิ  เพิกเฉยหลักนิติรัฐ  จนทำให้บ้านเมือง เสียหายใหญ่หลวง
    เมื่อไม่นานมานี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย  วิเคราะห์ผลกระทบจากการปิดสนามบิน 10 วัน กระทบรุนแรงต่อเนื่องถึงปี  2552   นักท่องเที่ยวปีนี้หดตัว 8.8% โดยเฉพาะกลุ่มอาเชียน ญี่ปุ่น เกาหลีและจีน
    ขณะที่ผลกระทบธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่องทั้งทางตรงและทางอ้อมเสียงหาย2.9 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 3% ของจีดีพี
     มาวันนี้  รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นมาบริหารประเทศ กลุ่มคนเสื้อแดง กลุ่มคนรักทักษิณ  เคลื่อนไหวต่อต้าน ใช้ตีนตบขับไล่รัฐบาล    พร้อมขู่ว่าจะขัดขวางการประชุมอาเซียนซัมมิทที่ประเทศไทยป็นเจ้าภาพ
       ภาพทุกภาพ ตลอด 2 ปี ตอกย้ำว่า การแบ่งขั้ว แยกข้างของชนชั้นนำไทย ไม่ว่าจะเป็น ทักษิณและพวก หรือ สนธิและพวก ล้วนสร้างความเสียหายให้แก่ส่วนรวม อย่างประมาณค่ามิได้ 
     คนที่ฝันอยากเห็นสังคมไทยสงบสุข อาจต้องฝันค้างไปอีกนาน
     เพราะชนชั้นนำไทยมากไปด้วยอัตตา  ....ตัวกู ของกู