มติชน | มติชนรายสัปดาห์ | ข่าวสด | ประชาชาติธุรกิจ | ศิลปวัฒนธรรม | เทคโนโลยีชาวบ้าน | เส้นทางเศรษฐี | ศูนย์ข้อมูล | สำนักพิมพ์มติชน | ติดต่อโฆษณา ข้อมูลบริษัท |
 
วันที่ 04 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4181  ประชาชาติธุรกิจ


"ค้าปลีก"ปรับสูตรดึงลูกค้าซื้อ7วัน "เทสโก้-บิ๊กซี-คาร์ฟูร์"โปรโมชั่นถี่ยิบสร้างดีมานด์





ค่ายค้าปลีกพลิกเกมปรับสูตรการตลาด "เทสโก้ฯ-บิ๊กซี-คาร์ฟูร์" สร้างดีมานด์ต่อเนื่อง แข่งหนักโปรโมชั่น-กิจกรรมตลาด หวังดึงลูกค้าซื้อเพิ่มช่วงกลางสัปดาห์ งัดซื้อ 1 แถม 1 คูปองเงินสดกระตุ้นมู๊ด หลังจากที่ผ่านมาโหมหนักเฉพาะสุดสัปดาห์- ต้นเดือน รับพฤติกรรมผู้บริโภคระวังจับจ่าย ผลพวงความเชื่อมั่นยังไม่เต็มร้อย เศรษฐกิจ-การเมืองไม่นิ่ง



หลังสัญญาณกำลังซื้อผู้บริโภคเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่แล้ว อย่างไรก็ตามผู้บริโภคได้ปรับพฤติกรรมการจับจ้ายเช่นกัน ด้วยการซื้อสินค้าต่อครั้งลดลงส่งผลให้ค้าปลีกในกลุ่มไฮเปอร์มาร์เก็ตทั้งเทสโก้ โลตัส บิ๊กซี และคาร์ฟูร์ ต่างปรับกลยุทธ์โปรโมชั่นใหม่ จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับโปรโมชั่นเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ และสิ้นเดือนเท่านั้น โดยเพิ่มแคมเปญ ช่วงต้นสัปดาห์ขึ้นอีกช่วงเวลาหนึ่งเพื่อดึงลูกค้าเข้ามาจับจ่าย

ยักษ์ค้าปลีกปรับกลยุทธ์ดึงลูกค้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดเดือนมกราคมที่ผ่านมา ค้าปลีกรายใหญ่ทั้ง เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี และคาร์ฟูร์ ได้มีการประยุกต์กิจกรรมส่งเสริมการตลาดให้มีความรุนแรงและมีความถี่มากขึ้น จากปกติเน้นทำโปรโมชั่นเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ก็ได้เพิ่มน้ำหนักกับโปรโมชั่นระหว่างสัปดาห์ตั้งแต่วันจันทร์-อังคาร-พุธ-พฤหัสบดี เพื่อกระตุ้นลูกค้าให้เข้ามาจับจ่ายหมุนเวียนตลอดสัปดาห์

ภาพการแข่งขันทำโปรโมชั่นที่มีความรุนแรงและมีความถี่ จึงปรากฏตามสื่อต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมีเทสโก้ โลตัส เป็นผู้นำในเรื่องนี้

ในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่าทั้งเทสโก้ โลตัส บิ๊กซี และคาร์ฟูร์ ต่างลงโฆษณา โปรโมชั่นที่จัดขึ้นในช่วงวันที่ 1-4 กุมภาพันธ์ ทางสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งกิจกรรมส่งเสริมการขายที่จัดขึ้นหลักๆ เป็นการนำสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ มาจัดรายการลดราคาพิเศษ เช่น ซื้อ 1 แถม 1 หรือซื้อ 2 แถม 1 รวมทั้งการนำกลยุทธ์การแจกคูปองเงินสดและคูปองส่วนลด เมื่อลูกค้าซื้อครบตามเงื่อนไขที่กำหนด



แหล่งข่าวจากห้างโมเดิร์นเทรดรายใหญ่ อธิบายปรากฏการณ์ดังกล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การแข่งขันของห้างโมเดิร์นเทรดเริ่มมีความเข้มข้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เนื่องจากผู้บริโภคไม่มั่นใจในสภาพเศรษฐกิจในระยะยาวจึงไม่กล้าจับจ่าย แต่ละห้างต้องออกมาทำโปรโมชั่นหรือมอบเงื่อนไขพิเศษมากขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเข้ามาซื้อสินค้า

หวังผลขยายฐานลูกค้าเพิ่ม

ด้านแหล่งข่าวจากบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ กล่าวว่า การที่เทศกาลตรุษจีนปีนี้ตรงกับช่วงวาเลนไทน์ที่อยู่ในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ จากปกติตรุษจีนจะตรงในช่วงปลายเดือนมกราคม เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ค่ายค้าปลีกต้องจัดโปรโมชั่นในลักษณะ ลากยาวตั้งแต่ปีใหม่จนถึงเทศกาลตรุษจีน จึงอาจเห็นภาพการแข่งขันผ่านสื่อเร็วและนานขึ้น

การเพิ่มความถี่ในการโฆษณาที่มีช่วงวันจันทร์เข้ามาเสริม จากเดิมที่มีเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์จะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยขยายฐานลูกค้าได้กว้างขึ้น ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มแม่บ้านเหมือนแต่ก่อน

"ในแง่การใช้งบฯก็จะใกล้เคียงกับปีก่อน ๆ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าทุกค่ายยังคงให้น้ำหนักกับการทำโปรโมชั่นแรง ๆ ช่วงวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์เป็นหลัก เนื่องจากเป็นช่วงที่ลูกค้าออกมาจับจ่ายมากที่สุด"

ขณะที่ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคแสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า หลังช่วงเทศกาลจับจ่ายในช่วงปีใหม่จบลง บรรยากาศโดยรวมเริ่มชะลอตัวลง ประกอบกับยังมีปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่มั่นใจ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนทางการเมือง ผู้บริโภคระมัดระวังการ จับจ่าย ทำให้ค้าปลีกต้องปรับกลยุทธ์เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายมากขึ้น ถี่ขึ้น ทั้งปลายสัปดาห์-ต้นสัปดาห์ เพื่อดึงลูกค้าเข้ามาจับจ่ายตลอดทั้งสัปดาห์

"อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ค้าปลีกต้องเร่งปรับตัวก็คือ พฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคเปลี่ยนไป คือซื้อเฉพาะสินค้าที่จำเป็น และเป็นการซื้อครั้งละไม่มากนัก ไม่ซื้อเก็บหรือตุนไว้เป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่ก็จะมาจับจ่ายเฉพาะช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ หรือศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ต้นเดือน

สำหรับเทสโก้ โลตัส นอกจากการทำโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังพยายามสร้างความเชื่อมั่นในกลุ่มสินค้าเฮาส์แบรนด์ในแง่ของคุณภาพ ด้วยการให้ข้อมูลผ่านสื่อโฆษณากับผู้บริโภคว่า เป็นสินค้าที่ผลิตโดยโรงงานเดียวกับแบรนด์ชั้นนำ แต่ราคาประหยัดกว่า 10-20%

นายจักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการค้า-กลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าเฮาส์แบรนด์ บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด กล่าวว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัว แต่กระแสที่ผู้บริโภคเริ่มใส่ใจในคุณภาพสินค้ามากขึ้น ความภักดีต่อแบรนด์ก็น้อยลง จึงเป็นโอกาสที่จะสร้างการรับรู้เรื่องคุณภาพให้ลูกค้าในช่วงนี้ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่ายและมีความฉลาดรอบคอบมากขึ้น

ความเชื่อมั่นเพิ่ม-แต่ไม่พร้อมจ่าย

นายแอรอน ครอส กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ นีลเส็น คอมปะนี ประเทศไทย กล่าวว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคชาวไทยลงถึงจุดต่ำสุดในไตรมาสที่ 1 ในปี 2552 แต่เนื่องจากรัฐบาลไทยได้ออกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่รวดเร็ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2552 โดยเพิ่มจากระดับที่ 81 ในไตรมาสที่ 1 ไปที่ 86 ในไตรมาสที่ 2 และ 94 ในไตรมาสที่ 3

ขณะเดียวกันก็พบว่าผู้บริโภคชาวไทยยังไม่พร้อมที่จะเดินหน้าจับจ่ายใช้สอย โดยผู้บริโภค 64% กล่าวว่า ช่วงนี้ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีสำหรับการจับจ่ายใช้สอย เพิ่มจาก 60% ที่มีความคิดเห็นดังกล่าวจากการสำรวจในไตรมาสที่ 3 ของปี 2552

กรรมการผู้จัดการ เดอะ นีลเส็น กล่าวว่าอย่างไรก็ตามความกังวลเกี่ยวกับปัญหาทางเศรษฐกิจยังคงเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคชาวไทยกังวลมากเป็นอันดับ 1 ขณะเดียวกันก็ยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายเงินหลังจากการใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน

ส่วนการสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภคเกี่ยวกับการซื้อของและการดำเนินชีวิตของพวกเขาในหนึ่งปีที่ผ่านมา โดยพบว่า ผู้บริโภคชาวไทยมากถึง 85% กล่าวว่า ได้เปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย โดยพยายามลดรายจ่ายดังต่อไปนี้ ซื้อเสื้อผ้าใหม่ 64% ลดสิ่งบันเทิงนอกบ้าน 58% ประหยัดค่าไฟ 55% เลื่อนการอัพเกรดอุปกรณ์เทคโนโลยี เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ 44% และลดการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด 42%


หน้า 17



翻訳会社のTEKIYAKU
hotel tokyo|Visit First
japan guide|Visit First
タイ(バンコク)情報ならVisit First
留学ならISS国際交流センター
別荘 中古のTOKYU RESORT
河口湖 別荘|TOKYU RESORT
貸事務所は貸事務所.com
ICTソリューション
テレビ会議とweb会議はANET
Infrared Camera
インテリアコーディネーター
AGA|KIOICHO
SEO 検索エンジン対策
就活|abacus
高速度カメラ
乳がん検診|BELUGA
DTP求人はエキスパートスタッフ
web会議
大田 マンション/不動産なら
ポイント交換ならGポイント
[ 当広告について ]






ติดต่อ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ : pcconline@matichon.co.th
All site contents copyright © by Matichon Public Co.,Ltd. All Rights Reserved.