|
| วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4187 ประชาชาติธุรกิจ
บิ๊กเฟอร์รี่ขยับลงทุนรับเที่ยวทะเล ซีทรานยึดแหลมริ้วชุมพร-ราชาเฟอร์รี่ซื้อเรือใหม่
ตลาดท่องเที่ยวทางทะเลขยายตัวปลุกธุรกิจเรือข้ามฟากคึกคัก "กลุ่มซีทราน" ย้ายท่าเรือจากปากน้ำชุมพรไปปักหลักที่แหลมริ้ว หลังสวน หวังขยายฐานนักท่องเที่ยวให้กว้างขึ้น ระบุช่วยปลุกเศรษฐกิจอำเภอหลังสวนหลังเป็นแค่เมืองทางผ่าน ขณะที่ค่าย "ราชาเฟอร์รี่" ขยับลงทุนซื้อเรือใหม่ 3 ลำ เสริมทัพ ทยอยเปิดให้บริการเดือนมีนาคมนี้
นายศรีศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซีทรานดิสคัพเวอรี่ จำกัด ผู้ให้บริการเรือข้ามฟากเฟอร์รี่รายใหญ่ระหว่างจังหวัดสุราษฎร์ธานี-เกาะสมุย และเกาะเต่า-ชุมพร เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เพื่อรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวได้หลากหลายมากขึ้น บริษัทได้ย้ายท่าเรือจากปากน้ำชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร มาอยู่ที่แหลมริ้ว อ.หลังสวน จ.ชุมพร โดยเช่าที่ดินของเอกชนในบริเวณท่าเรือแหลมริ้วสร้างเป็นอาคารที่พักผู้โดยสาร ร้านอาหาร ลานจอดรถ และบ้านพักพนักงาน
ทั้งนี้ สภาพพื้นที่ในบริเวณท่าเรือแหลมริ้วมีชายหาดที่สวยงาม อากาศดี สภาพไม่แออัด ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถพักผ่อนในช่วงรอเดินทางได้ โดยเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2552 เป็นต้นมา
"บริษัทเห็นว่าท่าเรือที่ปากน้ำชุมพรค่อนข้างแออัด ในช่วงที่มีคลื่นลมแรงจะมีเรือประมงจำนวนมากเข้าไปหลบในแม่น้ำบริเวณท่าเรือ จึงตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่ท่าเรือแหลมริ้ว อ.หลังสวน ซึ่งเป็นท่าเรือคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความยาวประมาณ 80 เมตร ก่อสร้างโดยกรมประมงแล้วมอบให้ท้องถิ่นดูแล"
นายศรีศักดิ์กล่าวว่า การย้ายท่าเรือมาอยู่ที่แหลมริ้วช่วยย่นระยะเวลาเดินทางจากเกาะเต่า-แหลมริ้ว อ.หลังสวน ได้สั้นกว่าเส้นทางเดิมระหว่างเกาะเต่า-ปากน้ำ ชุมพร แต่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯระยะทางจะไกลกว่าท่าเรือเดิมประมาณ 50 กิโลเมตร แต่ทางบริษัทมี รถบัสรับส่งนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯจึง ไม่เป็นอุปสรรค
นอกจากนี้ท่าเรือแหลมริ้วยังอยู่ห่างจากสนามบินสุราษฎร์ธานีเพียง 110 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินสุราษฎร์ธานี แล้วเดินทางไปอีก 1 ชั่วโมงครึ่งก็จะถึงท่าเรือแหลมริ้วและเดินทางต่อไปยังเกาะเต่าได้อย่างสะดวก โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางอ้อมไปทางเกาะสมุย
ขณะเดียวกันยังเป็นเส้นทางใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวจากฝั่งอันดามัน ทั้งจังหวัดกระบี่ พังงา ภูเก็ต รวมถึงนักท่องเที่ยวจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา สามารถนั่งรถมาถึงสุราษฎร์ธานี และต่อไปยังแหลมริ้ว แล้วลงเรือไปยังเกาะเต่าได้ภายในวันเดียว
สำหรับนักท่องเที่ยวในจังหวัด สุราษฎร์ธานีก็สามารถเดินทางไปเที่ยวเกาะเต่าสะดวกสบายมากขึ้นในแบบวันเดย์ทริป โดยออกเดินทางจากสุราษฎร์ธานีประมาณ 05.00 น. ลงเรือเที่ยว 07.00 น. ถึงเกาะเต่าเวลา 09.00 น. สามารถไปดำน้ำตามจุดต่าง ๆ และเดินทางกลับเรือเที่ยวเย็น 16.00 น. ถึงท่าเรือแหลมริ้วเวลา 18.00 น. และถึงสุราษฎร์ธานีเวลา 19.30 น.
เส้นทางนี้จึงเหมาะกับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาเที่ยวไม่มาก ประมาณ 3-4 วัน ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้สามารถเดินทางไปเที่ยวเขื่อนเขาสกและเกาะเต่าได้ จึงถือเป็นทางเลือกใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว และเป็นการขยายฐานการท่องเที่ยวได้มากขึ้น
การลงทุนครั้งนี้ใช้เงินประมาณ 10 ล้านบาท โดยได้ปรับปรุงถนนทางเข้าท่าเรือจากถนนลูกรังเป็นถนนคอนกรีต สร้างอาคารที่พักผู้โดยสาร ร้านอาหาร และบ้านพักพนักงาน ซึ่งการลงทุนของบริษัทจะเป็นผลดีกับอำเภอหลังสวนซึ่งเคยเป็นเมืองปิดและเป็นทางผ่านที่นักท่องเที่ยวไม่แวะเข้าไป ทั้ง ๆ ที่อำเภอหลังสวนมีศักยภาพสูง มีผลไม้หลากหลายชนิด ขนบธรรมเนียมประเพณี อาหารทะเล และมีห้องพักรีสอร์ต อยู่จำนวนมาก ถ้านักท่องเที่ยวเข้ามาจะทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ทำให้เศรษฐกิจของอำเภอหลังสวนดีขึ้นด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา บริษัทซีทรานฯได้ลงทุนซื้อเรือเฟอร์รี่ มูลค่าประมาณ 60- 70 ล้านบาท เข้ามาให้บริการประชาชน และนักท่องเที่ยว ระหว่างท่าเรือดอนสัก-เกาะสมุย ซึ่งเป็นเรือเฟอร์รี่ขนาดใหญ่ สามารถบรรทุกรถยนต์ส่วนบุคคลได้ 140 คัน/เที่ยว ซึ่งเรือเฟอร์รี่ลำอื่น ๆ รองรับได้เพียง 45-50 คันต่อลำ
นอกจากซีทรานฯจะปรับตัวเพื่อขยายฐานลูกค้าแล้ว กลุ่มราชาเฟอร์รี่ ผู้ให้บริการเรือเฟอร์รี่รายใหญ่อีกรายก็มีความเคลื่อนไหวเช่นกัน ล่าสุด บริษัท บริหารสินทรัพย์ ท่าเรือดอนสัก-สมุย จำกัด เจ้าของราชาเฟอร์รี่ได้จัดซื้อเรือลำใหม่เข้ามาให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยวภายในปี 2553 นี้ รวม 3 ลำ มูลค่าการลงทุนประมาณ 200 ล้านบาท โดยจะเริ่มทยอยนำเรือลำแรกเข้ามาให้บริการในเดือนมีนาคมนี้ และอีก 2 ลำ จะเข้ามาในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2553
หน้า 23
|
|
|