ดื่มด่ำเต็มอิ่มกับ ‘Beer and Food Pairing Festival 2023’ หนุนจับคู่อาหารกับเครื่องดื่ม สู่ Soft Power เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทย

 “อาหารไทย” ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาเป็นเวลานานหลายศตวรรษ และมีการพัฒนาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์เรื่อยมา จวบจนปัจจุบัน “อาหารไทย” มีความโดดเด่น ทั้งเรื่องรสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ ไปจนถึงการตกแต่งอย่างงดงามเป็นเอกลักษณ์
และด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้อาหารไทยในยุคที่ความแปลกใหม่ ความสร้างสรรค์ถูกให้ความสำคัญ จึงส่งผลให้พัฒนาการในการทำอาหารของคนไทยมีการสรรค์สร้างวัตถุดิบที่หลากหลาย รวมทั้งผสานเอาความสำราญมาปรุงร่วมกับจินตนาการ ต่อยอดรากเหง้าของวัฒนธรรม จนเกิดเป็นเมนูและรสชาติใหม่ๆ ขึ้นมา

ดังเช่นการจับคู่ไวน์กับอาหารที่เป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง สู่เทรนด์ล่าสุดที่นำเบียร์มาจับคู่กับอาหารไทย และเป็นที่มาของอีเวนต์สุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ‘Beer and Food Pairing Festival 2023’ ซึ่งจัดขึ้นโดยเครือมติชน ร่วมกับ “คาราบาวกรุ๊ป” เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2566 ณ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง พระราม 3 เพื่อเปิดประสบการณ์ สร้างความรู้ความเข้าใจในศิลปะแห่งการกินดื่มจากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง พร้อมผลักดันเบียร์ไทยให้เป็นสินค้าสู่ระดับโลก

ดื่มด่ำความสุขกับงาน ‘Beer and Food Pairing Festival 2023’

ครั้งแรกในไทยกับประสบการณ์การจับคู่อาหารกับเครื่องดื่มจากเชฟชื่อดังระดับประเทศ
นำโดย เชฟจารึก ศรีอรุณ อาจารย์ประจำหลักสูตรเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และ Top 5 TOP CHEF Thailand 2023 อีกทั้งยังเสิร์ฟความอร่อยคูณสองจาก เชฟเป้ – ธีรนัย จินดานุภาจิตต์ (กุ๊กขี้เมา) ยูทูบเบอร์อาหารสายฮาชื่อดังของไทย และเจ้าของร้านอาหารกุ๊กขี้เมา มาร่วมรังสรรค์อาหารสุดเอ็กซ์คลูซีฟจับคู่เครื่องดื่ม 4 รสชาติ ได้แก่ คาราบาว Lager Beer (เบียร์ลาเกอร์), คาราวบาว Dunkel Beer (เบียร์ดุงเกล), ตะวันแดง Weizen Beer (เบียร์ไวเซ่น) และตะวันแดง  Rose Beer (เบียร์โรเซ่) พร้อมดื่มด่ำความอภิรมย์เพื่อค้นหารสชาติที่ใช่ในช่วงบรรยากาศส่งท้ายปี

เชฟจารึก ศรีอรุณ อาจารย์ประจำหลักสูตรเทคโนโลยีการประกอบอาหารและการบริการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต และ  Top 5 TOP CHEF Thailand 2023

เชฟจารึก เล่าว่า การ Pairing นับเป็นการเรียกให้ดูหรูหราขึ้นเท่านั้น ทว่าแท้จริงแล้วคือการกินคู่กัน โดยเฉพาะการจับคู่เบียร์กับอาหารไทย ทั้งการรับประทานกับเพื่อนฝูง อยู่ในร้านอาหาร หรือแม้แต่อยู่ในบ้าน สำหรับเมนูที่นำมาเสนอในงานนี้ มีหลักการโดยเริ่มจากการเลือกเมนูอาหารก่อน ซึ่งอาหารไทยเป็นอาหารรสเผ็ดร้อนจากพริกและเข้มข้นจากเครื่องแกง ดังนั้นการจับคู่เข้าด้วยกันจึงมีความเหมาะสม

จากหลักการข้างต้น จึงเป็นที่มาของ เมนูปูไข่ดองน้ำปลากวน ปูดองตัวใหญ่ ราดด้วยน้ำยำที่ให้รสเผ็ดร้อนกลมกล่อม พร้อมชูรสสัมผัสอาหารทะเลได้อย่างแท้จริง เมื่อทานคู่กับตะวันแดง  Weizen Beer (เบียร์ไวเซ่น)  จึงช่วยดึงรสเค็มและรสหวานจากอาหารทะเลออกมา ส่วน เมนูหอยท้ายเพลาต้มสุกกับเครื่องต้มยำ เสน่ห์ของจานนี้คือเป็นหอยที่หาทานได้เพียงปีละครั้ง และต้องสั่งตรงจากจังหวัดสตูลโดยเฉพาะ เสิร์ฟคู่กับตะวันแดง Rose Beer (เบียร์โรเซ่) ที่มีส่วนผสมจากราสเบอร์รี ตัดกับรสชาติของอาหารทะเลได้เป็นเมนูปิดท้ายของการ Pairing ระหว่างอาหารไทยกับเบียร์ในครั้งนี้

เชฟเป้ – ธีรนัย จินดานุภาจิตต์ (กุ๊กขี้เมา) ยูทูบเบอร์อาหารสายฮาชื่อดังของไทย และเจ้าของร้านอาหารกุ๊กขี้เมา

ด้าน เชฟเป้ – ธีรนัย จินดานุภาจิตต์ หรือ กุ๊กขี้เมา เล่าเสริมว่า การจับคู่ (Pairing) ของเบียร์กับอาหารไทยมีมานานและถือเป็นวัฒนธรรมไปแล้ว โดยเมนูที่นำเสนอในงานวันนี้นับเป็นอาหารง่ายๆ เริ่มด้วย เมนูไก่บ้านตุ๋นตะไคร้ ซึ่งนำไก่บ้านมาตุ๋นให้เนื้อสัมผัสนุ่มละลาย ตัดด้วยรสชาติเผ็ดของน้ำจิ้มกระเทียมดอง เสิร์ฟคู่กับคาราบาว Lager Beer (เบียร์ลาเกอร์) 

ในส่วนของเมนูที่ 2 ที่เชฟเป้เป็นผู้รังสรรค์จะเข้มข้นมากขึ้น โดยเสิร์ฟ เมนูหมูฮ้องสูตรภูเก็ต สามชั้นชิ้นใหญ่ ตุ๋นกับเครื่องเทศจีน รสชาติกลมกล่อมอร่อย รสสัมผัสนุ่มละมุน ตัดกับน้ำจิ้มซีฟู้ด ทานคู่กับคาราบาว Dunkel Beer (เบียร์ดุงเกล)“ผมเลือก 2 ตัวนี้มา เพราะคนบ้านเราส่วนหนึ่งมักกินเบียร์กับของทอด และนั่นทำให้รู้สึกว่าอยากเปิดโลกของการกินเบียร์กับของตุ๋นว่ามีความเข้ากันอย่างไร”

เปิดโลก ‘Pairing’ หนุน Soft Power โลก

นอกเหนือจากรสชาติของความอร่อยจากอาหารที่สรรค์สร้างโดยเชฟชื่อดังระดับประเทศแล้ว
ภายในงาน ‘Beer and Food Pairing Festival 2023’ ยังได้รับเกียรติจาก ไก่ – สุกฤษฏิ์ ผ่องคำพันธุ์ ผู้ร่วมก่อตั้งร้าน Jim’s Burgers มาร่วมสร้างสีสันและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการจับคู่อาหารกับเบียร์แบบจัดเต็มอีกด้วย

ไก่ – สุกฤษฏิ์ ผ่องคำพันธุ์ (ซ้าย) ผู้ร่วมก่อตั้งร้าน Jim’s Burgers 

สุกฤษฏิ์ เผยว่า แท้จริงแล้วศาสตร์การจับคู่อาหาร (Food Paring) มีมานาน เช่นเดียวกับการจับคู่อาหารกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ช่วยดึงเอกลักษณ์ออกมาได้อย่างดี จึงพร้อมผลักดันให้คนไทยมีโอกาสได้ลิ้มลองที่หลากหลาย เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้บริโภค

ขณะเดียวกัน ในฐานะผู้บริโภคมองว่าเป็นสิ่งที่ดี เนื่องจากเมื่อมีสินค้าใหม่เข้ามาก็จะเกิดการแข่งขัน และพัฒนาการสร้างสรรค์เบียร์ที่รสชาติเป็นเอกลักษณ์ เพื่อเป็นทางเลือก ซึ่งงาน ‘Beer and Food Pairing Festival2023’นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าศาสตร์การจับคู่อาหารไทยกับเบียร์สามารถผสมผสานจนเกิดเป็นรูปแบบการรับประทานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น

“งานนี้ถือเป็นการเปิดโลกการจับคู่อาหารกับเบียร์ ทำให้คนรู้จักตลาดนี้มากขึ้นจริงๆ เพราะที่ผ่านมาหากเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ หรือที่ไหนก็ตาม เราเจอแต่ Lager Beer เต็มไปหมด ผมหวังว่างานนี้จะส่งผลให้สามารถผลักดันทั้งผู้เล่นหน้าใหม่ หรือแม้กระทั่งผู้เล่นหน้าเดิมมาลงแข่งขันในตลาดนี้อีกครั้ง เชื่อว่าเป็นอีกตลาดที่น่าจะสำเร็จได้ เพราะมีผู้บริโภครออยู่เยอะมาก”

เสิร์ฟความอิ่มอร่อย พร้อมการแสดงแบบจัดเต็ม          

นอกจากเมนูสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเชฟระดับแนวหน้า กิจกรรมครั้งนี้ยังเสิร์ฟอาหารเลิศรสจากโรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง กว่า 6 เมนู ไม่ว่าจะเป็น กุ้งเรือนแก้ว, ขาหมูทอดตะวันแดง, กะหล่ำปลีทอดน้ำปลา, เกาเหลาเย็นตาโฟทรงเครื่อง, ปลากะพงทอดน้ำปลา และข้าวผัดปู พร้อมเพลิดเพลินเติมความรื่นรมย์ภายใต้บรรยากาศแห่งความสนุก ด้วยดนตรีจากโรงเบียร์ฯ เต็มรูปแบบ สร้างความสุขและความสนุกอย่างเต็มอิ่ม

ก่อนเข้าสู่ช่วงท้ายของงาน ยังมีกิจกรรมสนุกๆ แจกรางวัลมากมาย โดยมีสัญลักษณ์ที่ซ่อนใต้เก้าอี้ หากใครหาเจอก็รับของรางวัลสุดพิเศษไปได้เลย ปิดท้ายด้วยศิลปินระดับตำนาน ‘แอ๊ด คาราบาว’ ที่ขับขานเพลงเพื่อชีวิต สร้างบรรยากาศแห่งความสุข เคล้าอาหารเลิศรสและเครื่องดื่ม สร้างความประทับใจแบบไม่รู้ลืม


‘Beer and Food Pairing Festival 2023’ นับเป็นอีเวนต์ที่เปิดประสบการณ์ด้านการจับคู่อาหารไทยกับเบียร์อย่างไร้ขีดจำกัด รวมถึงเพิ่มมูลค่าของวัฒนธรรมเมนูอาหารไทยให้สูงมากยิ่งขึ้น ตอกย้ำให้เห็นถึงความนิยมและการยอมรับในศักยภาพของอาหารไทยต่อไป