2 ยักษ์เกษตรเวียดนาม ใช้ AI “ลดคน-เพิ่มผลผลิต”

ภาคเกษตรและประมงของเวียดนามพยายามยกระดับสู่ “เกษตรอัจฉริยะ” ตามนโยบายอุตสาหกรรม 4.0″ ของรัฐบาล โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มผลผลิตในการส่งออก และลดต้นทุนทางธุรกิจ

นิกเคอิ เอเชียน รีวิว รายงานว่า สองยักษ์ธุรกิจการเกษตรและการประมงของเวียดนามประกาศแผนนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อินเทอร์เน็ตออฟทิง (IOT) และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่น ๆ มาใช้เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพและปริมาณผลผลิตเพื่อเป้าหมายการส่งออกที่มากขึ้น


“มินห์ ฟู้ ซีฟู้ด” ผู้ประกอบการฟาร์มกุ้งรายใหญ่ที่สุดของเวียดนามประกาศว่า ในปี 2019 จะนำ AI เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการระบบน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้ง รวมถึงพัฒนาคุณภาพโดยระบบ AI จะช่วยลดจำนวนแรงงานที่ควบคุมบ่อเลี้ยงกุ้งให้เหลือเพียง 1 คนต่อ 50 บ่อ จากเดิมที่ต้องใช้แรงงานถึง 2 คนต่อ 1 บ่อเลี้ยง รวมทั้งมีเป้าหมายที่จะลดแรงงานในส่วนการให้อาหารกุ้งลง 70% ภายในปี 2025 และโยกย้ายไปทำงานในส่วนอื่น เช่น การแปรรูป ซึ่งต้องใช้ทักษะและแรงงานคนในการทำงานมากกว่า

ปัจจุบันฟาร์มเลี้ยงกุ้งเบอร์หนึ่งของเวียดนามแห่งนี้ ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปกว่า 50 ประเทศ ปี 2017 มียอดขายอยู่ที่ 12 ล้านล้านด่อง (515 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และเชื่อว่าหากนำ AI เข้ามาช่วยทุ่นแรงคนและช่วยประหยัดเวลา รวมทั้งควบคุมคุณภาพของสินค้าได้ จะทำให้สามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้นเกือบ 2 เท่า

ด้าน “วีนามิลค์” ผู้ผลิตนมอันดับหนึ่งของเวียดนาม มีแผนสร้างฟาร์มเลี้ยงโคนมแห่งใหม่ในเมืองเกิ่นเทอ ตอนใต้ของประเทศ ฟาร์มแห่งใหม่นี้จะตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 6,000 เฮกตาร์ มูลค่าลงทุนกว่า 4 ล้านล้านด่อง จะสามารถรองรับโคนมได้กว่า 22,000 ตัว คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2019 และจะกลายเป็นฟาร์มโคนมขนาดใหญ่ที่สุดของวีนามิลค์

โดยที่วีนามิลค์ประกาศจะนำระบบเซ็นเซอร์และไมโครชิปเข้ามาใช้ในฟาร์มแห่งใหม่นี้ เพื่อควบคุมโรงเลี้ยงและสุขอนามัยของโคนม รวมไปถึงการติดตามการเจริญเติบโตของโคนม พร้อมแผนใน 2-3 ปีข้างหน้า จะนำหุ่นยนต์ หรือ AI มาช่วยในการให้อาหารและรีดนมโคอัตโนมัติ เพราะระยะเวลาและน้ำหนักมือในระหว่างรีดนมส่งผลต่อสภาวะอารมณ์ของแม่โคนม ซึ่งมีผลต่อปริมาณน้ำนมนั่นเอง

ผู้แทนของวีนามิลค์กล่าวว่า การนำเทคโนโลยีขั้นสูงต่าง ๆ เข้ามายกระดับการทำงานของภาคเกษตร เป็นการตอกย้ำเป้าหมายรัฐบาลและเอกชนอย่างจริงจัง ฟาร์มแห่งนี้จะเป็นต้นแบบให้สตาร์ตอัพและผู้ประกอบการอื่น ๆ

ปัจจุบันเวียดนามมีสตาร์ตอัพจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสนใจด้านการเกษตร เช่น บริษัท AgriMedia ที่ฮานอย ซึ่งเป็นความร่วมมือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ VinaPhone และ MobiFone ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามต่าง ๆ ได้ทันเวลา โดยบริษัทได้จัดตั้งศูนย์สังเกตการณ์กว่า 100 แห่งทั่วประเทศ เพื่อส่งข้อมูลเกี่ยวกับสภาพอากาศและภัยคุกคามจากศัตรูพืชไปยังเกษตรกรโดยตรง ทั้งยังมีแผนจะเพิ่มศูนย์สังเกตการณ์อีก