ไรด์แชร์ริงเวียดนาม รุกอาเซียน ท้ารบแกร็บ

ฟาสต์โก ผู้ให้บริการเรียกรถรายแรกสัญชาติเวียดนาม กำลังท้าทาย “แกร็บ” (GRAB) เจ้าตลาดบริการเรียกรถในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประกาศเป้าหมาย 2019 เตรียมจะรุกตลาดทับไลน์แกร็บ หวังชิงมาร์เก็ตแชร์ 30%

 

เวียดนาม อินเวสต์เมนต์ รีวิว รายงานว่าแอปพลิเคชั่น “ฟาสต์โก” บริการเรียกรถรายแรกของเวียดนาม เป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของเวียดนามอีกระดับ ปัจจุบันเปิดให้บริการใน 4 เมืองใหญ่ ได้แก่ ฮานอย โฮจิมินห์ ดานัง และไซ่ง่อน เป็นการให้บริการใน 3 รูปแบบ คือ fast car, fast taxi และ fast luxury

สำหรับโมเดลของ “fast taxi” ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฟาสต์โก นายเหงียน ฮู ตวน ซีอีโอของฟาสต์โก กล่าวว่า บริษัทจะสร้างข้อได้เปรียบให้กับบริการฟาสต์แท็กซี่ ด้วยการเน้นข้อแตกต่างจากผู้ให้บริการเรียกรถแบรนด์อื่น ๆ โดยเฉพาะกับ “แกร็บ” ซึ่งมีบทบาทในตลาดอาเซียนสูงมาก

เงื่อนไขที่จูงใจของ ฟาสต์โก คือ ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้คนขับในการเข้าร่วมเป็นสมาชิก, ไม่เก็บค่าธรรมเนียมจากคนขับหากมีรายได้ต่ำกว่า 400,000 ด่องต่อวัน และในกรณีที่มีรายได้มากกว่า 400,000 ด่อง ผู้ขับรถจะเสียค่าให้บริการเพียง 30,000 ด่องต่อวันเท่านั้น


สำหรับสิทธิประโยชน์ของลูกค้าที่น่าสนใจ ได้แก่ ค่าใช้บริการที่มีราคาการันตีอยู่ที่ 7,900 ด่อง/กิโลเมตร ซึ่งเทียบกันแล้วเป็นราคาคิดตามระยะทางที่ถูกกว่า “แกร็บ” ซึ่งเริ่มต้นค่าบริการที่ 8,500 ด่อง/กิโลเมตร และแท็กซี่ดั้งเดิม อยู่ที่ 10,000-13,900 ด่อง/กิโลเมตร นอกจากนี้ เมื่อลูกค้าใช้บริการของฟาสต์โก จะไม่เสียค่าโดยสารเพิ่มในชั่วโมงเร่งด่วน

ขณะเดียวกัน ฟาสต์โกมี “ประกันอุบัติเหตุ” ให้กับลูกค้าในระหว่างการใช้บริการครอบคลุมตั้งแต่อุบัติเหตุ ไปจนถึงการทะเลาะวิวาทกับคนขับแล้วได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ เมื่อปลายเดือน ธ.ค. 2561 ฟาสต์โกได้ร่วมมือกับบริษัทเอเชียซันกรุ๊ป กลุ่มธุรกิจรายใหญ่ของเมียนมา ซึ่งเมียนมาเป็นประเทศแรกที่ฟาสต์โกเข้ารุกตลาดในต่างประเทศ โดยคาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้บริการแอปพลิเคชั่นนี้ในเมียนมาถึง 2 ล้านคน และมีผู้ให้บริการเพียงพอที่ 100,000 คน

ล่าสุด ซีอีโอของฟาสต์โกได้ประกาศเป้าหมายทางธุรกิจเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ในปี 2019 นี้ บริษัทมีแผนเตรียมขยายบริการไปยังเมืองต่าง ๆ ในเวียดนามทั้งหมด 20 เมือง จากปัจจุบัน 4 เมือง

นอกจากนี้จะขยายบริการไปยังประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน โดยคาดว่าภายในปีนี้จะรุกตลาดในประเทศไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา ซึ่งปัจจุบัน “แกร็บ” ยังคงมีบทบาทอย่างมากในตลาดเหล่านี้ พร้อมทั้งวางเป้าหมายการครองมาร์เก็ตแชร์ในแต่ละประเทศที่ 30%

ด้านนักวิเคราะห์ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีกล่าวกับ “นิกเคอิ เอเชียน รีวิว” ว่า เทคโนโลยีของเวียดนามมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในช่วงหลายปีมานี้ และกำลังจะมีบทบาทมากขึ้นในอาเซียน พอ ๆ กับเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น ส่วนหนึ่งมาจากการเปิดกว้างของรัฐบาลเวียดนาม และความต่อเนื่องของนโยบายสนับสนุน ทั้งยังกล่าวด้วยว่า เป้าหมายของฟาสต์โกเห็นได้ชัดว่าพยายามจะแข่งขันกับ “แกร็บ” ในฐานะที่เป็นเจ้าตลาดธุรกิจแชร์รถในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน ศาลเวียดนามตัดสินให้บริษัทแกร็บมีความผิด ฐานไม่ปฏิบัติตามสถานะการจดทะเบียนของบริษัท ซึ่งได้จดทะเบียนเป็นบริษัทเทคโนโลยี แต่ไม่ได้จดทะเบียนในฐานะผู้ให้บริการรถแท็กซี่ ส่งผลให้ผู้ให้บริการแท็กซี่ท้องถิ่นต้องสูญเสียรายได้

โดยศาลสั่งให้แกร็บจ่ายเงินค่าปรับเป็นจำนวน 206,985 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นวิธีการอย่างหนึ่งของเวียดนาม ที่พยายามปิดกั้นการเข้าถึงตลาดภายในด้วยข้อกฎหมาย เพื่อปกป้องผลประโยชน์แก่คนในประเทศก่อน

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

Previous article“บิ๊กตู่” นำถกบีโอไอ สั่งทุกฝ่ายจับตาพร้อมสู้ทุกช่องทางหลังมีกระแสต้านจากพรรคการเมืองให้ยกเลิกอีอีซี
Next articleหุ้นปิดตลาดภาคเช้าบวก 2.56 จุด ดัชนี 1,590 จุด มูลค่าซื้อขาย 2 หมื่นล้าน