“ฟินเทค” เวียดนาม ส่ง Face Payment บุกไทย

ท่ามกลางการปรับตัวของทั่วโลกเพื่อก้าวเข้าสู่ “สังคมไร้เงินสด” (cashless society) ทำให้ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีการชำระเงินในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภค “วี ดิจิทัล” (Wee Digital) บริษัทสตาร์ตอัพจากเวียดนาม ชูโมเดลการชำระเงินด้วย “face payment” เป็นการชำระเงินด้วยการสแกนใบหน้าแห่งแรกของประเทศเวียดนาม

“คริสเตียน เหงียน” ซีอีโอ บริษัท Wee Digital กล่าวในระหว่างร่วมงาน Bangkok FinTech Fair 2019 ที่ศูนย์การเรียนรู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ในหัวข้อ “FinTech Innovation in Emerging ASEAN” ระบุว่า Wee Digital ได้รับการขนานนามว่าเป็นสตาร์ตอัพด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของเวียดนาม ซึ่งได้พัฒนาเทคโนโลยีการเงิน เพื่อตอบสนองทิศทางการพัฒนาของเวียดนาม และต้องการมีส่วนร่วมผลักดันให้ประเทศบรรลุเป้าหมายการเป็นสังคมไร้เงินสด

เมื่อปลายปี 2018 รัฐบาลเวียดนามพยายามเปลี่ยนแปลงประเทศสู่ระบบการชำระเงินออนไลน์ โดยตั้งเป้าว่า ภายในปี 2020 การทำธุรกรรมเงินสดในเวียดนามต้องน้อยกว่า 10% ของการทำธุรกรรมการเงินทั้งหมด 

นอกจากนี้ นายเวือง ดิ่น เว้ รองนายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้ประกาศขอความร่วมมือเชิงนโยบายไปถึงสถาบันการเงินทั้งหมด 78 แห่งในเวียดนาม ต้องมุ่งนโยบายให้บริการชำระเงินที่ไม่ใช่เงินสด (cashless payment services) เพื่อสอดรับกับนโยบายของภาครัฐ และเดินไปทิศทางเดียวกันกับ บริษัทกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-wallet) อีก 28 บริษัททั่วประเทศ

ซีอีโอของ Wee Digital ระบุว่า เทคโนโลยี “face payment” ของบริษัทได้เปิดตัวบริการในเวียดนามเมื่อ 3 ปีก่อนเป็นเทคโนโลยีด้าน “ไบโอเมตริกซ์” ซึ่งใช้งบประมาณในการพัฒนาราว 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ ปัจจุบันมีลูกค้าองค์กรที่นำเทคโนโลยีดังกล่าวไปให้บริการประมาณ 40 รายทั่วประเทศ เช่น Vingroup บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของเวียดนาม ที่กำลังขยายสู่อุตสาหกรรมอื่น ๆ ถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่นำระบบชำระเงิน “face payment” ไปให้บริการ, รวมถึง Vinpearl ที่นำไปให้ลูกค้าจ่ายค่าที่พักโรงแรมรีสอร์ต นอกจากนี้ยังมีธนาคาร ASBank และ Viet-inBank ธนาคารรัฐแห่งเวียดนาม เป็นต้น

“Wee Digital” ทำงานร่วมกับธนาคารหลายแห่งของเวียดนาม เพื่อปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยี face payment และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า โดยยืนยันว่ามีความแม่นยำและปลอดภัยสูงถึง 99% การันตีความสำเร็จของระบบนี้ด้วยรางวัล FinTech Champion 2018-2019 จากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) สาขาใหญ่ในเวียดนาม

“ระบบการชำระเงินด้วยใบหน้าของบริษัทถือเป็นเทคโนโลยีแรกที่เกิดขึ้นในเวียดนาม และพัฒนาด้วยคลังสมองของคนเวียดนาม 100% และอาจพูดได้ว่าเป็นเทคโนโลยี face payment แรกของภูมิภาคอาเซียนด้วย”

ซีอีโอของ Wee Digital กล่าวเพิ่มเติมว่า เทคโนโลยีดังกล่าวใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ช่วยในการจัดเก็บและอัพเดตใบหน้าของลูกค้าแบบเรียลไทม์ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปที่สาขาธนาคาร

นายคริสเตียนกล่าวด้วยว่า ประชากรเวียดนามมีมากถึง 95 ล้านคน และกว่า 70% อายุน้อยกว่า 35 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่เข้าใจและตื่นเต้นกับการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน เพื่อเข้าสู่การเป็นสังคมดิจิทัลอย่างสมบูรณ์

ดังนั้น จึงเป็นปัจจัยสำคัญว่าทำไมเทคโนโลยีการชำระเงินออนไลน์ โดยเฉพาะวิธีชำระเงินผ่านระบบสแกนใบหน้า ซึ่งใช้เวลาเพียง 1-2 วินาที จึงได้รับการตอบรับที่ดีมากในเวียดนาม เพราะระบบจะทำการอัพเดตข้อมูลของลูกค้าทุกครั้งที่มีการชำระเงิน อย่างไรก็ตาม เคสที่ลูกค้าไปทำศัลยกรรมใบหน้าและเปลี่ยนไปมากกว่า 30% ของอัตลักษณ์เดิม จำเป็นต้องไปธนาคารเพื่ออัพเดตข้อมูล

พร้อมระบุว่า เทคโนโลยี face payment ขณะนี้เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในประเทศจีน และมีหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ให้บริการในรูปแบบนี้แล้ว เช่น Baidu และ JD Finance ซึ่งเปิดตัวตั้งแต่ปี 2017

ซีอีโอยังเปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้บริษัทมีความพร้อมที่จะขยายการให้บริการเทคโนโลยีดังกล่าวสู่ออกนอกประเทศแล้ว โดย “ไทย” เป็นประเทศเป้าหมายแรกที่ต้องการร่วมมือกับธนาคารและน็อนแบงก์ โดยตั้งเป้าปีนี้ให้เป็นปีแห่งการหาพาร์ตเนอร์ในไทยเพื่อขยายตลาด ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลไทยได้ให้ความสำคัญกับสังคมดิจิทัลอย่างมาก

“คริสเตียน” กล่าวว่า สถาบันการเงินจะได้ประโยชน์จากระบบ face payment อย่างน้อย ๆ ก็ช่วยลดต้นทุนในระยะยาว รวมไปถึงลดความเสี่ยงต่อการผิดพลาดในการรับชำระค่าบริการโดยตรง หรือที่เรียกว่า human error ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในภาคอุตสาหกรรมการเงิน

Previous articleโรงพยาบาลธงฟ้า คือแนวทางแก้ปัญหาที่ถูกต้อง ? (2)
Next articleถึงคราว มนุษย์ “HR-AI” เลือกเรา ?