ก้าวสำคัญ สหายกระชับมิตร “รัสเซีย-เวียดนาม”

คอลัมน์ รู้จักอาเซียน
โดย มัธธาณะ รอดยิ้ม

หากพูดถึง “รัสเซียกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่างกันจะมีไม่มากเท่ากับมหาอำนาจอื่นอย่าง “จีน” หรือ “สหรัฐ” ซึ่งเป็นไปได้ว่า รัสเซียเองไม่ค่อยโฟกัสไปที่ประเทศในภูมิภาคอื่นมากนัก แต่มักจะให้น้ำหนักกับประเทศเพื่อนบ้านรอบ ๆ อาณาจักรอันกว้างใหญ่ของรัสเซีย

แต่ความเคลื่อนไหวเมื่อช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา กับการเยือนรัสเซียของ “นายเจิ่น ดั่ย กวาง” ประธานาธิบดีเวียดนาม ที่ไม่ได้มาเยือนรัสเซีย สหายคอมมิวนิสต์เก่าแก่เพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายมั่นกระชับความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจให้ยั่งยืนทะลุตัวเลข 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 3 ปีอีกด้วย

และที่น่าจับตามองคือ การที่เครมลินดึงเอาเวียดนามเข้าไปร่วมขบวนการค้าเสรียูเรเซีย (Eurasia Economic Union Free Trade Agreement) ที่มีผลอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 โดยมีสมาชิกประกอบด้วยรัสเซีย เบลารุส คาซัคสถาน อาร์เมเนีย และคีร์กีซสถาน

หมายความว่า เวียดนามจะมีโอกาสสำคัญอย่างใกล้ชิดในการค้าขายกับอดีตสมาชิกสหภาพโซเวียต มากกว่านั้นทั้งรัสเซียและเวียดนามยังร่วมมือกันในการยกระดับระบบการจ่ายเงินเป็นเงินสกุลด่องเวียดนามและรูเบิลรัสเซียอีกด้วย

Advertisment

และผู้นำรัสเซียเองก็รับปากจะยกระดับความสัมพันธ์กับเวียดนามให้เป็น “พาร์ตเนอร์” ที่สำคัญในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ส่วนเวียดนามก็รับลูกเช่นเดียวกันว่าจะส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างกันในทุก ๆ ด้าน

แน่นอนว่าไม่ใช่มีเรื่องเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว เวียดนามเองก็พยายามสร้างสมดุลทางภูมิศาสตร์การเมืองโลก โดยการหยิบเอาเรื่องพิพาททะเลจีนใต้ขึ้นโต๊ะคุยกับปูติน มีความเป็นไปได้ว่า ในภายภาคหน้าเรื่องทะเลจีนใต้จะไม่ใช่แค่สหรัฐ มหาอำนาจนอกภูมิภาคที่เข้ามาเอี่ยว แต่น่าจะมีบทบาทของรัสเซียที่เพิ่มขึ้นด้วย

นอกจากประเด็นระหว่างประเทศแล้ว ตัวของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามเองก็ยังเข้าไปกระชับเพิ่มความร่วมมือกับพรรคยูไนเต็ดรัสเซีย ที่นำโดยนายดมิตรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีรัสเซียอีกด้วย

จะเห็นได้ว่าในช่วงเร็ว ๆ นี้ รัสเซียเดินหมากสำคัญในการเชื่อมความร่วมมือกับประเทศที่อยู่นอกเหนือจากรั้วชิดพรมแดน และถือว่าเวียดนามได้สิทธิค่อนข้างพิเศษจากรัสเซีย

Advertisment

ไม่เพียงแค่เวียดนามจะมีลู่ทางเพิ่มขึ้นในตลาดโลกกับการเจาะตลาดเอเชียกลางเท่านั้น แต่เวียดนามจะกลายเป็นสหายสำคัญในการเพิ่มบทบาทรัสเซียในภูมิภาค

และไม่บ่อยนักที่รัสเซียจะเอี่ยวการเมืองนอกภูมิภาค ส่วนใหญ่มักจะมาในรูปเศรษฐกิจเสียมากกว่า แต่ก็ไม่หนักหน่วงเท่ากับญี่ปุ่นหรือจีน แต่ครั้งนี้นับเป็นอีกความเคลื่อนไหวหนึ่งที่เวียดนามพยายามดึงหมีขาวออกจากถ้ำ

โดยโยนประเด็นทะเลจีนใต้นำทางอย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูต่อไปว่าบทบาทของเวียดนามจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะช่วงพฤศจิกายนนี้เวียดนามจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุม”เอเปก” หรือความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ที่จะมีมหาอำนาจใหญ่อย่างสหรัฐ จีน และรัสเซียเข้ามาร่วมวงสนทนา

วงใหญ่ไม่สำคัญ แต่การคุยนอกรอบในกรอบประชุมเอเปกจะมองข้ามไม่ได้