เรื่องราวแบบ ‘ทนายอูยองอู’ เป็นไปได้มากแค่ไหนในชีวิตจริง?

Extraordinary Attorney Woo หรืออูยองอู ทนายอัจฉริยะ เป็นซีรีส์เกาหลีที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยการไต่ระดับเรตติ้งจาก 0.948% ในอีพีแรกสู่การเป็น 1ใน 20 ซีรีส์จากเคเบิ้ลทีวีที่มีเรตติ้งสูงสุดของเกาหลีใต้ อีกทั้งยังขึ้นอันดับหนึ่งคอนเท็นต์ต่างประเทศของ Netflix ที่มีคนดูมากที่สุดถึง 4 ครั้ง โดยในสัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซีรีส์เรื่องนี้มีจำนวนการรับชมถึง 61.01 ล้านชั่วโมง (ข้อมูลเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2565)

Extraordinary Attorney Woo  ว่าด้วยเรื่องราวของอูยองอูนิติศาสตร์บัณฑิตเกรียตินิยมจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล แม้จะจบด้วยเกรดเฉลี่ยเกือบเต็ม แต่ก็ไม่มีใครรับเข้าทำงานด้วยภาวะออทิซึมที่เธอเป็นอยู่ จนกระทั่งสำนักงานทนายความฮันบาดาเปิดโอกาสให้เธอเข้าเป็นทนายฝึกหัด

อูยองอูจึงเริ่มฉายแววความเป็นอัจฉริยะจากความจำที่เป็นเลิศ และการคิดนอกกรอบเพื่อช่วยเหลือจำเลยในคดีต่าง ๆ ในขณะเดียวกันซีรีส์ก็พาผู้ชมเข้าไปสัมผัสโลกของผู้มีภาวะออทิสซึมที่ต้องเอาชนะข้อจำกัดในการใช้ชีวิตและอคติของสังคม ผสมเรื่องรักโรแมนติกของชายหนุ่มที่พร้อมจะโอบรับหญิงสาวผู้มีบุคลิกพิเศษในฐานะคนรัก

ความสำเร็จอย่างท้วมท้นของ Extraordinary Attorney Woo เกิดขึ้นจากความสนุก น่ารัก สดใส และพาให้คนดูได้รู้จักผู้มีภาวะออทิสซึมได้ดียิ่งขึ้น แต่ในโลกของความเป็นจริง มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่คนบุคลิกพิเศษจะฉายแววอัจฉริยะ มีหน้าที่การงาน และมีความสัมพันธ์แบบคนทั่วไป



ตัวละครทนายอูยองอู

ที่มาของภาพ, Netflix

ทำความเข้าใจโรคออทิสติก

“เรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่ให้ข้อคิดผู้ปกครองว่าสิ่งต่างๆ ฝึกฝนกันได้” อาจารย์ชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย ให้ความเห็น

เรื่องราวของเขาไม่ต่างจากพ่ออูยองอูในซีรีส์ที่เริ่มค้นพบความผิดปกติเมื่อลูกไม่พูดจนล่วงเลยวัยอันสมควร จนกระทั่งหมอวินิจฉัยว่าลูกชายมีอาการ Autism Spectrum Disorder (ASD)

ในยุคที่เมืองไทยยังไม่รู้ว่าอาการเหล่านี้คืออะไร กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาศึกษาหาข้อมูล และสร้างโปรแกรมการฝึกจนพัฒนาเป็นหลักสูตรเข้าสู่ระบบการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ปัจจุบันได้ช่วยเหลือครอบครัวของผู้มีภาวะออทิสซึมนับหมื่นครอบครัว และลูกชายวัย 35 ปีของอาจารย์ชูศักดิ์สามารถทำงานและมีรายได้เป็นของตัวเอง

อาการออทิสติก (Autistic spectrum Disorder) หรือ ออทิสซึม (Autism) เป็นความผิดปกติทางระบบประสาทและพัฒนาการรูปแบบหนึ่งโดยเด็กไม่สามารถพัฒนาทักษะสังคม ภาษา และการสื่อสาร มีลักษณะพฤติกรรม กิจกรรม และความสนใจ เป็นแบบแผนซ้ำๆ

ฉากหนึ่งในซีรีส์

ที่มาของภาพ, Netflix

ผู้ที่มีภาวะนี้จะมีระดับการเรียนรู้ที่แตกต่างและหลากหลายมาก ปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือระดับที่  1 เรียนรู้ได้ดี มีจุดเด่น หรือมีความสามารถพิเศษ ประกอบอาชีพต่าง ๆ และใช้ชีวิตแทบไม่แตกต่างจากคนทั่วไป ระดับที่ 2 ทำสิ่งต่าง ๆ ขั้นพื้นฐานได้ ทำงานที่เป็นระบบชัดเจนขั้นตอนไม่ยุ่งยากมากได้ และระดับที่  3 มีอาการค่อนข้างรุนแรงเช่นมีข้อจำกัดเรื่องการพูด การสื่อสาร หรือบางกลุ่มจะควบคุมตัวเองไม่ได้โดยเฉพาะเรื่องอารมณ์ที่ขึ้น ๆ ลง ๆ อาจจะมีพฤติกรรมซ้ำ ๆ เช่นการเล่นมือ กระตุ้นตัวเอง เขย่งเท้า เป็นต้น

“อูยองอูมีอาการในระดับที่ 1 และอยู่ในกลุ่มออทิสติกที่มีศักยภาพสูง (High Functioning Autism) ซึ่งจะมีระดับสติปัญญาปกติ หรือสูงกว่าปกติ อย่างไรก็ตามก็ยังมีลักษณะร่วมกันของทุกระดับคือขาดทักษะในการเข้าสังคม การปรับตัว การยอมรับและเข้าใจอารมณ์คนอื่น สังเกตได้ว่าเขาจะไม่มองสบตา หรือมองแว่บนึง แล้วจะหลุดออกมานี่เป็นจุดที่คล้ายกัน” อ.ชูศักดิ์ อธิบาย

นอกจากนี้ในซีรีส์ยังเผยให้เห็นจุดร่วมหลายๆ อย่างผ่านฉากและพฤติกรรมของตัวละครเช่น การกินอาหารซ้ำๆ  การเคลื่อนไหวที่ไม่ค่อยสอดคล้องกันอย่างเช่นในฉากที่อูยองอูเดินเข้าประตูหมุน การรับรู้ทางประสาทสัมผัสที่ไวกว่าคนปกติอย่างที่ตัวละครมักใส่หูฟังกันเสียงรบกวนจากภายนอก หรือการสัมผัสอย่างแผ่วเบาก็อาจทำให้ผู้มีภาวะออทิสซึมรู้สึกวูบวาบมากกว่าปกติ

ออทิสติกฝึกได้

ปัจจุบันมูลนิธิออทิสติกไทยพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อฝึกทักษะการเข้าสังคมให้กับเด็กที่ภาวะออทิสซึม และมีโปรแกรมการฝึกที่มูลนิธินับสิบโปรแกรม รวมถึงโปรแกรมสำหรับผู้ปกครองเพื่อดูแลลูกหลาน

ปัจจุบันทางมูลนิธิฯ พัฒนาศักยภาพให้บุคคลที่มีภาวะออทิสซึมได้เข้าทำงานได้ปีละ 70-80 คน หนึ่งในนั้นคือ หมี ศิริศักดิ์ วิวัฒนะ เขาพบว่าตัวเองมีภาวะออทิสซึมตอนอายุ 27 ปี

“ผมเรียนโรงเรียนปกติมาตลอดแต่เปลี่ยนโรงเรียนบ่อย เพราะเข้ากับเพื่อนไม่ได้และผลการเรียนต่ำ จึงตัดสินใจเลิกเรียนช่วงมัธยมปลาย ช่วงนั้นครอบครัวเริ่มสังเกตว่าผมชอบทำอะไรซ้ำ ๆ เลยใปหาหมอ เขาวินิจฉัยว่าผมเป็นออทิสติก”

หมีเล่าว่าเขามักดูหนังเรื่องเดิมๆ และกินอาหารอย่างผัดกะเพราแทบทุกมื้อ ไม่ชอบอ่านหนังสือ นอกจากเรื่องที่สนใจอย่างเทคโนโลยี

เขาเริ่มเข้าสู่โปรแกรมการฝึกของมูลนิธิ และกลับเข้าเรียนโดยจัดระบบการศึกษาให้เหมาะกับผู้มีภาวะออทิสซึมจนจบม.6 และได้เข้าทำงานเป็นพนักงานไอทีของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเจ้าหนึ่ง ปัจจุบันในวัย  42  ปี  เขากำลังศึกษาชั้นปีที่ 3 ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

“ก่อนหน้านี้ที่จะได้รับการฝึก ผมไม่เป็นอะไรสักอย่าง ไม่รู้จักการวางตัว พูดซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้เรื่อง จนทุกวันนี้ทำเป็นในสิ่งที่เคยทำไม่ได้”

ศักยภาพภายใน

ฟ้า เพียงฝัน นาคสุขไพบูลย์ รู้สึกว่าตัวเองแตกต่างมาโดยตลอด เธอไม่ชอบเสียงอึกทึกหรือแม้แต่เสียงช้อนส้อมกระทบจานดัง ๆ ไม่ชอบให้ใครเดินข้างหลัง ไม่ชอบให้คนที่ไม่คุ้นเคยสัมผัสตัว รวมทั้งมีความสนใจเฉพาะด้านที่แตกต่างจากคนวัยเดียวกัน ในขณะที่เพื่อน ๆ สนใจดารานักร้องแต่เธอกลับสนใจอ่านตำราแพทย์ ทำให้ชีวิตการเป็นนักเรียนไทยของฟ้าผ่านไปอย่างยากลำบาก

เธอพยายามค้นหาสาเหตุด้วยตัวเองทั้งการปรึกษาอาจารย์แนะนำ รวมทั้งการเข้าพบจิตแพทย์ท่ามกลางเสียงคัดค้านของครอบครัวที่เกรงว่าสังคมไทยจะไม่ยอมรับและมีผลกับความใฝ่ฝันที่อยากเป็นแพทย์ของเธอในอนาคต

ฟ้าเริ่มมองหาโอกาสที่จะไปใช้ชีวิตในต่างประเทศพร้อม ๆ กับหาคำตอบให้ตัวเองด้วยการสอบชิงทุนเพื่อไปเรียน IB Diploma หรือหลักสูตรที่ประยุกต์และบูรณาการเพื่อนำคะแนนไปยื่นสอบมหาวิทยาลัยต่างๆ ในระดับนานาชาติ ที่ UWC Red Cross Nordic ประเทศนอร์เวย์ ที่นั่นเองทำให้เธอค้นพบว่ามีภาวะออทิสซึมในวัย 17 ปี

เพียงฝัน นาคสุขไพบูลย์

ที่มาของภาพ, เพียงฝัน นาคสุขไพบูลย์

ฟ้าเล่าว่าเธอรู้สึกไม่แปลกใจและคิดว่าครอบครัวรู้เรื่องนี้มาตลอด แต่ด้วยความที่สังคมไทยไม่ค่อยเปิดรับคนที่มีความแตกต่าง ทางบ้านจึงต้องทำให้เธอดูปกติที่สุดด้วยการส่งเข้าโรงเรียนดี ๆ สอนในทางวิชาการ แล้วทุกอย่างจะตามมาเอง

แต่ความเป็นจริงการเข้าสังคมและการมีความสุขจะช่วยผลักดันศักยภาพมากขึ้นไปอีก ซึ่งการไปเรียนที่ต่างประเทศทำให้ฟ้าได้เข้าพบนักจิตบำบัดอย่างสม่ำเสมอ และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม รวมทั้งเริ่มเข้าสังคมและการมีเพื่อน

“ตอนที่บอกเพื่อน ๆ ว่าเป็นออทิสติก ทุกคนก็โอเค และเสนอความช่วยเหลือให้กับเรา อาจารย์ก็จัดการเรียนการสอนที่เหมาะสม เวลาสอบก็มีพักเบรกเพื่อทำสมาธิ” ฟ้าบอกกับบีบีซีไทย

เธอพัฒนาศักยภาพตัวเองจนสามารถสอบชิงทุนในระดับปริญญาตรี B.A. Biology ที่ Clark University สหรัฐอเมริกา ทุนปริญญาโทในสาขา Bioinformatics and Systems Biology ที่มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี และทุนปริญญาโทอีกหนึ่งใบในสาขา MSc in Genomic Medicine ที่ University of Birmingham

ปัจจุบันเธอเป็นนักเรียนทุนออทิสติกคนไทยคนแรกที่ได้รับทุนปริญญาเอก PhD in Medicine หนึ่งในสาขาแพทยศาสตร์ที่เน้นในด้านการทำวิจัยทางคลินิก ที่ Queen’s University Belfast สหราชอาณาจักร โดยได้รับทุนเต็มจำนวนจากสหภาพยุโรป

เพียงฝัน นาคสุขไพบูลย์

ที่มาของภาพ, เพียงฝัน นาคสุขไพบูลย์

ความรักและความสัมพันธ์

หากแค่การสัมผัสอย่างการจับมือยังเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้มีภาวะออทิสติก แล้วความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่านั้นจะเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ?

ใน Extraordinary Attorney Woo มีฉากที่ลีจุนโฮพระเอกของเรื่องที่แม้จะจับมืออูยองอูได้ไม่ถึง 57  วินาที แต่ก็สามารถสวมกอดและมอบจูบแรกให้กับเธอได้ ในเรื่องนี้ อาจารย์ชูศักดิ์อธิบายว่าการกอดเป็นการบำบัดอย่างหนึ่งของผู้มีภาวะออทิสติกและย้อนเล่าว่าเขาเองก็ต้องฝึกลูกชายด้วยการนั่งมองหน้าและกอดบ่อยๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคย

“จะเห็นว่าในเรื่องนี้เป็นความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกสาว ระบบตรงนี้จะปรับตัวยากหน่อย แต่ถ้าเขารักใครเขาจะยอม ท่าทางเขาจะแปลกไปแต่สุดท้ายสัมผัสที่เป็นบวก จะทำให้เขาสงบลง”

“คนที่มีภาวะออทิสซึมเขารู้สึกทุกอย่างแบบที่มนุษย์รู้สึก มีอารมณ์ได้เพียงแต่ว่า การปฎิบัติต่อกันจะอ่อนละมุนนุ่มนวลไหม ก็เป็นศิลปะของการใช้ชีวิต ถ้ารักกัน เข้าใจกัน มันก็ได้หมด”

ฟ้า เพียงฝัน นาคสุขไพบูลย์ และแฟนสาว

ที่มาของภาพ, เพียงฝัน นาคสุขไพบูลย์

เว็บไซต์ Spectrum News ระบุว่าผู้มีภาวะออทิสซึมเพียง 5 %ที่เคยแต่งงาน ปัจจุบันในประเทศไทยมีคู่รักออทิสติกหรือคนหนึ่งคนใดมีภาวะออทิสซึมก็มีอยู่บ้าง ส่วนฟ้าก็เพิ่งแต่งงานกับภรรยาไปเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว และใช้ชีวิตร่วมกันอยู่ที่เมือง Birmingham  สหราชอาณาจักร

“ความสัมพันธ์ของเรากับภรรยาในช่วงแรกๆ ก็ มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร สิ่งที่เราต้องการจะบอกเขา เขาอาจจะไม่เข้าใจ ต้องอาศัยการคุยกันเยอะมาก ซึ่งมันเป็นปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ที่คู่ทั่วไปก็มีอยู่แล้ว แต่มันอาจจะใช้เวลามากขึ้นไปอีกสำหรับคนที่ภาวะออทิสซึม”

ในขณะที่หมียังไม่แต่งงาน แต่เคยมีความสัมพันธ์ฉันคู่รักมาบ้าง ปัญหาที่เขาเจอคืออคติที่มีต่อคนออทิสติก

“บางทีเขาไม่รู้ว่าผมเป็นอะไร พอบอกว่าไปเขาก็ส่งข้อความมาบอกเลิก”

ออทิสติก=อัจฉริยะ?

คำว่า Spectrum ที่ต่อท้ายคำว่า Autistic สะท้อนความแตกต่างหลากหลายของโรคนี้ แต่เรื่องราวในซีรีส์หลาย ๆ เรื่องจะเน้นภาพความเป็นอัจริยะ หรือ Autistic Savant อย่างเช่นหมอพัคชีอนที่จดจำอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์ได้จาก Good Doctor มุนซังแทกับความสามารถด้านการวาดรูป จาก It’s Okay to Not Be Okay และฮันกือรูจาก Move to Heaven ผู้มีความจำเป็นเลิศ รวมทั้งอูยองอู ที่จดจำสิ่งต่าง ๆ เป็นภาพอย่างในฉากที่เธอเห็นภาพตำรากฎหมายผ่านกระจกรถ

ทั้งหมดสร้างความคาดหวังให้กับสังคมต่อบุคคลออทิสติก ซึ่งฟ้าเองก็เคยถูกคาดหวังว่าต้องฉลาดและมีความสามารถมากกว่าคนอื่น

“ซีรีส์หลาย ๆ เรื่องจะเล่าถึงคนออทิสติกด้านเดียว คือมีความรู้ ความสามารถ มีบทบาทมากขึ้นในสังคม แต่ก็มีอีกหลายแบบที่ไม่ได้เป็นแบบนั้น เขาอาจไม่ใช่อัจฉริยะ แต่มีความสามารถของตัวเอง”

อาจารย์ชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิออทิสติกไทย

ที่มาของภาพ, มูลนิธิออทิสติกไทย

ขณะที่อาจารย์ชูศักดิ์เผยว่าปัจจุบันมีผู้มีภาวะออทิสติกระดับที่ 3 อยู่ราว ๆ 50% ที่ยังต้องอาศัยการดูแลอย่างใกล้ชิดจากคนรอบข้าง ส่วนอีกสองระดับก็ต้องช่วยผลักดันพวกเขาเข้าสู่สังคมผ่านกลไกต่าง ๆ

ท่วายังติดปัญหาหลาย ๆ อย่าง เช่นแนวคิดที่ให้เด็กออทิสติกเรียนร่วมกับนักเรียนทั่วไปซึ่งเขาพยายามมากว่า 30 ปี แต่มีห้องเรียนแบบนี้ไม่ถึง 200 ห้องจากจำนวนนับหมื่นโรงเรียน และการเตรียมพร้อมเรื่องการงานอาชีพ รวมทั้งการส่งเสริมอาชีพที่ยังมีน้อยเกินไป โดยข้อมูลจากเว็บไซต์สถาบันราชานุกูลระบุว่ามีร้อยละ 1-2 ที่พึ่งพาตนเองได้เต็มที่ สามารถประกอบอาชีพ เลี้ยงตัวเองได้

“อาชีพของคนที่เป็นออทิสติกแบ่งเป็นสองกลุ่มคืออาชีพอิสระ โดยทางมูลนิธิก็มีเพจ Art Story by Autistic Thai เป็นกลุ่มศิลปินที่เป็นออทิสติกทุกระดับปะปนกัน มีการทำผลิตภัณฑ์ และมีคนประมูลผลงานเพื่อสร้างรายได้ให้พวกเขา กับอีกกลุ่มคือคนที่ทำอาชีพทั่วไป เรามีทั้งครู หมอ วิศวกร โปรแกรมเมอร์ ทนายความ จริง ๆ แล้วมีอาชีพที่หลากหลายมากเพียงแต่ว่าเขาไม่ได้ปรากฏออกมาทางสังคมอาจารย์ชูศักดิ์เล่า

ในอังกฤษไม่ว่าคุณจะเป็นอะไรก็ตาม ก็สามารถทำให้เป็นคนมีคุณภาพได้ ด้วยการมีกฏหมายทำให้เข้าถึงบริการและความช่วยเหลือทุกอย่าง เช่นการไปเรียนร่วมกับเพื่อนก็เป็นใบเบิกทางให้นกลุ่มนี้ได้ และถ้าอยากพัฒนาก็ต้องมีโครงสร้างพื้นฐาน สวัสดิการของครอบครัว และคนรอบข้างต้องคอยช่วยเหลือ” ฟ้าให้ความเห็นปิดท้าย

………

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ