กสทช. ทวงคืน 600 ล้านบาทจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ปม “จอดำ” บอลโลก

กสทช. มีมติเอกฉันท์ ทวงเงิน 600 ล้านบาทคืนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย หลังพิจารณาแล้วว่า ผิดเงื่อนไขถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2022 โดยปล่อยให้กล่องไอพีทีวีจอดำ

วันนี้ (8 ธ.ค.) สื่อหลายสำนัก รวมถึงฐานเศรษฐกิจ รายงานตรงกันว่า คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ บอร์ด กสทช. ได้ประชุมสมัยพิเศษ ว่าด้วย การดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2022  (รอบสุดท้าย)

ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. 6 คน มีมติเอกฉันท์ ให้ กกท. หรือการกีฬาแห่งประเทศไทย คืนเงินมูลค่า 600 บาท ที่ กสทช. สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ปี 2022 (รอบสุดท้าย)

เหตุผลของที่ประชุม กสทช. คือ การที่ กกท. มอบสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 32 คู่ให้กับกลุ่มทรู แต่กลับไม่สามารถรับชมผ่านกล่องไอพีทีวีได้ ปล่อยให้ “จอดำ”

Getty Images เหตุผลของที่ประชุม กสทช. คือ การที่ กกท. มอบสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกหลายคู่ให้กับบริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน แต่กลับไม่สามารถรับชมผ่านกล่องไอพีทีวีได้ ปล่อยให้ “จอดำ”

ก่อนหน้านี้ กสทช.ส่งหนังสือด่วนที่สุด แจ้งไปยังผู้ว่าการ กกท. เรื่องให้ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เรื่อง การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการซื้อลิขสิทธิ์ การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก โดย กกท.จะต้องดำเนินการตามกฎมัสต์แครี่ ให้กล่องไอพีทีวีถ่ายทอดบอลโลกได้ มิเช่นนั้น กกท.จะต้องจ่ายเงินคืนแก่สำนักงาน กสทช. 600 ล้านบาท ภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับแจ้งเป็นหนังสือ พร้อมดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี (หากมี)

สำหรับค่าใช้จ่ายการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก อยู่ที่ราว 1,400 ล้านบาท แม้ค่าเงินลิขสิทธิ์ เมื่อคิดตามอัตราแลกเปลี่ยนจะอยู่ที่ราว ๆ 1,180 ล้านบาท แต่ยังไม่คิดภาษีอีก 15% รวมทั้งต้องคิดตามอัตราแลกเปลี่ยนในวันที่มีการทำธุรกรรม และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

นายก้องศักด กล่าวขอบคุณ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีที่ประสานงานภาคเอกชนจนสำเร็จดังกล่าว รวมไปถึงคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ไอโอซีเมมเบอร์ชาวไทย, คุณสมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล ที่ปรึกษาสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ที่ช่วยประสานงานอย่างเต็มที่ รวมไปถึงภาคเอกชนที่ให้การสนับสนุนเพื่อให้คนไทยได้รับชม

เมื่อ 14 พ.ย. นายก้องศักด กล่าวว่า ราคาก่อนหน้าที่ 1,600 ล้านบาท “เพราะเป็นราคาที่มากเกินควรในสายตาของพี่น้องประชาชน ในสายตาของการกีฬา(แห่งประเทศไทย)ด้วย ที่เมื่อเทียบกับลิขสิทธิ์ประเทศเพื่อนบ้านที่ได้ซื้อไป”

ทรูแจ้งลูกค้ากล่องไอพีทีวี มือถือ โอทีทีอื่น ดูสดบอลโลกไม่ได้

กลุ่มทรู ได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกผ่านทั้งทางช่องทรูวิชั่นส์ และทีวีดิจิทัล “ทรูโฟร์ยู” ซึ่งเป็นระบบโทรทัศน์ภาคพื้นดิน แต่สำหรับการรับชมตามระบบทีวีดิจิทัล กลุ่มผู้ชมที่ใช้กล่องทีวีอินเทอร์เน็ตของผู้ให้บริการรายอื่นที่ไม่ใช่ทรู เช่น 3BB, TOT, IPTV, กล่องเอไอเอส เพลย์บ็อกซ์ รวมถึงกล่องรับสัญญาณดาวเทียม เช่น GMM Z, PSI, MVTV, DTV เป็นต้น ไม่สามารถรับชมได้

หนังสือชี้แจงจากกลุ่มทรู ระบุว่า กกท. ได้ตกลงมอบสิทธิและประโยชน์ต่าง ๆ ให้แก่กลุ่มทรู ซึ่งรวมถึงการให้สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ผ่านระบบเคเบิล ระบบดาวเทียม  ระบบไอพีทีวี  ระบบอินเทอร์เน็ต ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ และระบบโอทีที และยังให้สิทธิแบบไม่จำกัดแต่เพียงผู้เดียวผ่านช่องทางโทรทัศน์ ภาคพื้นดิน

หนังสือดังกล่าว บอกด้วยว่า เป็นการแจ้งให้ทราบถึงสิทธิการถ่ายทอดสดของทรู และขอให้ดำเนินการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก “โดยไม่ละเมิดสิทธิของกลุ่มทรูเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดำเนินการถ่ายทอดสดการแข่งขันบนระบบโทรทัศน์ภาคพื้นดิน” หรือระบบทีวีดิจิทัลที่ปัจจุบันมีอยู่ 19 ช่อง

คนไทยสนใจกีฬาฟุตบอลราว 62% ของประชากร

กระแสความนิยมกีฬาของคนไทยถือว่ายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ว่าที่ผ่านมาจะเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 บริษัทวิจัยชั้นนำจากต่างประเทศ นีลเส็น เปิดเผยข้อมูลที่จัดทำขึ้นพิเศษสำหรับเผยแพร่กับบีบีซีไทยว่า โดยข้อมูลบอกกีฬาที่คนไทยติดตามมากที่สุดของปี 2565 คือ กีฬาฟุตบอล จากการสำรวจในกลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ 16-69 ปี คิดเป็น 62% ของคนไทยทั้งประเทศ หรือ 31.9 ล้านคน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2565 ราว 7%

ทวงคืน 600 ล้านจาก กกท.
Getty Images ทวงคืน 600 ล้านจาก กกท.

สำหรับช่องทางในการรับชมกีฬาของคนไทยมีการเปลี่ยนแปลงไปครับ ในปีนี้ ช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ (Social media) เป็นอันดับ 1 ส่วนรายรายการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายยังคงครองใจคนไทย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของนีลเส็นบอกว่าเทศกาลฟุตบอลโลกที่กำลังจะถึงกลุ่มธุรกิจคาดว่าจะมีควา คึกคักขึ้นแน่นอน เ

พราะช่วงกีฬาใหญ่แห่งปี แบรนด์ต่าง ๆ จะมีการอัดโฆษณาสูงมาก จากข้อมูลที่จัดเก็บของนีลเส็น พบว่า มีคนไทยกว่า 59% ที่ชื่นชอบและรอการติดตามของรายการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ซึ่งเป็นรายการที่ได้รับคะแนนสูงสุดในหมวดกีฬา อุตสาหกรรมที่เข้ามาร่วมในตลาดจะเริ่มขยายตัวมากขึ้น เดิมที่จะเป็นบริษัทเครื่องดื่ม หรือแอลกอฮอล

นอกจากนี้ถ้าในแง่ของเรตติ้ง นีลเส็นมองว่าช่องที่จะได้ถ่ายทอดสดจะได้รับเรตติ้งสูงสุดอย่างแน่นอน เพราะช่วงนี้รายการถ่ายทอดสดกีฬามาแรง โดยจากข้อมูลจากการวัดความนิยมรายการโทรทัศน์ข้ามแพลตฟอร์มสื่อ (Cross platform ratings) ที่มีการวัดเรตติ้งทั้งจากทีวีและผู้ชมทางช่องทางดิจิทัล ในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค. ที่ผ่านมาพบว่า รายการที่ได้รับเรตติ้งสูงสุดคือ การแข่งขันวอลเล่บอลชิงแชมป์โลก


……