การหลบหนีออกจากรัสเซียของนักข่าวผู้ประท้วงสงครามออกอากาศ

คืนหนึ่งในเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่เธอต้องเตรียมขึ้นศาลข้อหาไปวิพากษ์วิจารณ์การบุกรุกรานยูเครนของรัสเซีย นักข่าวรัสเซีย มารินา ออฟซานนิโควา พาลูกสาวออกเดินทางหนีไปที่พรมแดน

เธอใส่กำไลติดตามอยู่ และถูกกักขังอยู่ในบ้านตัวเอง

“ทนายความของฉันบอกว่า หนีไป ๆ พวกเขาจะจับคุณเข้าคุก” เธอเล่าระหว่างการแถลงข่าวที่กรุงปารีสเมื่อวันที่ 10 ก.พ.

เธอออกจากกรุงมอสโกช่วงสุดสัปดาห์หนึ่งของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นตอนที่เธอคาดว่าตำรวจจะไม่ตรวจตราเข้มขวดมาก และเปลี่ยนรถโดยสารถึง 7 ครั้งก่อนจะไปถึงพรมแดน

“ยานพาหนะสุดท้ายของเราไปติดโคลนอยู่” เธอเล่าให้ฟัง “และเราไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ เราพยายามใช้ดวงดาวช่วยนำทาง มันเป็นการหนีที่อันตรายและตึงเครียดมาก”

พวกเขาเดินอยู่ใกล้พรมแดนอยู่หลายชั่วโมง หลบซ่อนตัวจากตำรวจตระเวนชายแดน ก่อนจะข้ามไปสำเร็จ

ส่วนหนึ่งของความสำเร็จนี้มาจากองค์กรนักข่าวไร้พรมแดน (Reporters Sans Frontières – Reporters Without Borders) คริสโตฟ เดลัวร์ ผู้อำนวยองค์กร เล่าว่า เขาส่งข้อความไปหามารินาครั้งแรกหลังเห็นเธอโผล่ในรายการสดพร้อมป้ายประท้วงสงคราม และถามเธอว่า “คุณต้องการความช่วยเหลือไหม”

เมื่อ ก.ย. ปีที่แล้ว มารินาให้คนกลางช่วยส่งข้อความไปขอให้องค์กรนี้ช่วยพาเธอหนีออกจากประเทศ

นายเดลัวร์กล่าวว่า ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความยากเย็นมาก ไม่ใช่เพราะเธอถูกกักขังอยู่ในบ้าน และใส่กำไลติดตามตัวอยู่เท่านั้น แต่เพื่อนบ้านเป็นฝ่ายสนับสนุนปูตินด้วย

แม้ว่าตอนนี้จะอยู่กรุงปารีสแล้ว อดีตบรรณาธิการข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 1 หรือ Channel One วัย 44 ปี ยังรู้สึกกลัวว่าชีวิตจะตกอยู่ในอันตราย

เธอเชื่อว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เอาความเป็นผู้นำของตัวเองเป็นเดิมพันในสงครามยูเครน

“ผู้คนอาศัยอยู่ในฟองแห่งการโฆษณาชวนเชื่อ แต่กลุ่มชนชั้นผู้ปกครอง คนที่เสียเครื่องบิน เรือยอร์ช และเงินทองไป พวกเขาเข้าใจทุกอย่าง ทันทีที่ยูเครนใกล้ชนะ กลุ่มผู้นำประเทศจะต้องออกใบเสร็จราคาสูงให้แก่ปูติน”

Marina Ovsyannikova at a press conference in Paris, France. Photo: 10 February 2022

EPA

เมื่อ มี.ค. ปีที่แล้ว มารินากลายเป็นข่าวไปทั่วโลกหลังวิ่งเข้าไปในห้องออกอากาศสดของ สถานีโทรทัศน์ช่อง 1 พร้อมป้ายเขียนว่า “ไม่เอาสงคราม” และ “อย่าฟังข่าวโฆษณาชวนเชื่อ พวกเขาโกหกคุณ ชาวรัสเซียไม่เอาสงคราม”

เธอเล่าว่า เธอถูกหน่วยความมั่นคงรัสเซียจับตัวแยกออกไปทันที และหัวหน้าเธอก็โดนสืบสวน

ขณะที่เธอเก็บของออกจากออฟฟิศ เธอบอกว่าเพื่อนร่วมงานแสดงสีหน้าบ่งบอกว่าเห็นใจเธอ

“พวกเขามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย พวกเขากำลังบอกลา พวกเขาคิดว่าจะไม่ได้เจอฉันอีก”

หลังจากนั้นไม่นาน เธอเดินทางออกจากรัสเซียไปเยอรมนี แต่ก็เดินทางกลับมาเพื่อทำเรื่องฟ้องร้องขอสิทธิในการเลี้ยงดูลูก

หลังจากไปประท้วงต่อ ในที่สุดเธอก็โดนตั้งข้อหาภายใต้กฎหมายใหม่รัสเซียที่ห้ามไม่ให้ เผยแพร่ “ข้อมูลเท็จอย่างจงใจ” เกี่ยวกับกองทัพรัสเซีย กฎหมายดังกล่าวห้ามไม่ให้เรียกสิ่งที่เกิดขึ้นในยูเครนว่าเป็น “การรุกราน” แต่ให้บอกว่า “ปฏิบัติการพิเศษทางทหาร”

แม้ว่าจะโดนรัสเซียตั้งเป้า มีนักข่าวยูเครนและผู้ต่อต้านชาวรัสเซียหลายคนที่ไม่เชื่อในตัวมารินา โดยบอกว่าในหน้าที่การงานก่อนหน้านี้ เธอมีบทบาทในการเป็นปากเสียงให้ทางการรัสเซียมาตลอด

เมื่อปีที่แล้ว การเดินทางไปยูเครนเพื่อทำข่าวให้หนังสือพิมพ์เยอรมนี Die Welt ของเธอทำให้ชาวยูเครนหลายคนไม่พอใจและเรียกร้องให้ไล่เธอออกจากงานโดยทันที


ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว