ออฟฟิศ : 7 แรงจูงใจที่ทำให้คุณอาจอยากเข้าออฟฟิศ มากกว่าทำงานเหงา ๆ ที่บ้าน

Getty Images ถ้าคุณพาสัตว์เลี้ยงไปที่ทำงานได้ คุณจะอยากเข้าออฟฟิศมากขึ้นไหม

ประเทศไทยผ่านพ้นช่วงล็อกดาวน์จากสถานการณ์โควิด ทำให้พนักงานออฟฟิศจำนวนไม่น้อย กลายเป็นพนักงาน “ทำงานจากบ้าน” นานหลายปี

แต่กลายเป็นว่า เมื่อผ่านพ้นมาตรการควบคุมโควิดไปแล้ว พนักงานจำนวนไม่น้อยกลับชอบการทำงานจากที่บ้านมากกว่า และไม่อยากไปออฟฟิศอีกแล้ว แม้บางบริษัทต้องการให้พวกเขากลับเข้าทำงานที่ออฟฟิศเหมือนเดิมก็ตาม

การบังคับขู่เข็ญพนักงานให้ต้องฝ่ารถติด รอรถเมล์ เบียดเสียดบนรถไฟฟ้า หรือฝ่ามลพิษฝุ่น PM 2.5 ทุกวัน เพื่อเข้ามาทำงาน อาจบั่นทอนกำลังใจของพนักงานได้ และต้องยอมรับว่า การทำงานจากบ้านประหยัดค่าเดินทาง และเวลาได้อย่างมาก จนมีหลายบริษัทปรับระบบการเข้างานเป็นไฮบริด หรือทำงานที่บ้านสลับเข้าที่ทำงาน และมีบางตำแหน่งงานที่อนุญาตให้ทำงานจากที่บ้านได้ 100%

แต่จะเป็นอย่างไร หากบริษัทต่าง ๆ เพิ่มสวัสดิการ และแรงจูงใจเพื่อให้พนักงานอยากเข้าออฟฟิศด้วยตัวเอง

บีบีซีไทย พาสำรวจ 7 แรงจูงใจที่บริษัทหลายแห่งในสหราชอาณาจักรใช้ และทำให้พนักงานอยากกลับเข้ามาทำงานที่ออฟฟิศอย่างได้ผล โดยไม่ต้องบีบบังคับ

Advertisment

จุดบริการชาร์จรถไฟฟ้า

แม้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้ายังมีไม่มากนักในประเทศไทย แต่ที่สหราชอาณาจักร รถยนต์ขับเคลื่อนพลังไฟฟ้าเป็นที่นิยมอย่างมาก แต่จะเป็นอย่างไร หากเราสามารถชาร์จรถที่ลานจอดรถของออฟฟิศได้

สำนักงานของบริษัทซอฟแวร์ชื่อ SAP ในเมืองเฟลท์แฮม ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน มีลานจอดรถที่ให้บริการชาร์จรถไฟฟ้าได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

บริษัทนี้ มีพนักงานกว่า 600 คน ทำให้ที่จอดรถพร้อมจุดชาร์จรถไฟฟ้า เป็นที่นิยมและแย่งชิงกันอย่างมาก

พอล พนักงานคนหนึ่งของบริษัทเล่าว่า “กฎเหล็กของบริษัท คือ หากคุณชาร์จรถเสร็จแล้ว ต้องเลื่อนรถออก และส่งข้อความผ่านวอทส์แอปไปยังกลุ่มผู้ใช้รถไฟฟ้าของบริษัท” เพื่อที่คนอื่นที่ต้องการชาร์จรถ จะได้มาใช้บริการต่อ

Advertisment

ราคาค่าชาร์จรถไฟฟ้าในสหราชอาณาจักร อยู่ที่ 20 บาทต่อ 1 กิโลวัตต์ รถไฟฟ้าส่วนใหญ่จะชาร์จไฟอยู่ที่ 80 กิโลวัตต์ หรือราว 1,600 บาทเพื่อชาร์จแบตเตอรีจนเต็ม ดังนั้น สวัสดิการนี้จึงเป็นประโยชน์มาก

แต่บริการชาร์จรถไฟฟ้า ถือว่าตอบโจทย์พนักงานที่รายได้ค่อนข้างสูง และมีเงินซื้อรถไฟฟ้า พนักงานส่วนใหญ่ทั่วไปจึงอาจยังไม่ถือเป็นแรงจูงใจที่ดีนัก

อาหารกลางวันฟรี

ถ้าบริษัทจัดอาหารกลางวันฟรีให้ คุณจะสนใจอยากเข้าออฟฟิศมากขึ้นไหม

นี่เป็นตัวอย่างที่หลายบริษัททำกันแล้ว เช่นเดียวกับบริษัท Time Etc ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีเสมือนจริงในเมืองเบอร์มิงแฮม และไม่เพียงอาหารกลางวัน แต่ยังมีของหวาน เช่น สตรอเบอรี โยเกิร์ต และเค้กหลากชนิดอีกด้วย

TIME ETC

TIME ETC

ส่วนอาหารนั้น ก็เปลี่ยนไปหลากหลาย ทั้งแกงกะหรี่ ผัดพริกต่าง ๆ พาสตา และซุปนานาชนิด

การทำงานที่บ้านนั้น ช่วยให้คุณประหยัดเงินค่าอาหารได้ แต่คุณก็ต้องทำอาหารเอง หรือออกไปซื้อนอกบ้าน

บาร์นาบี แลชบรู๊ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ระบุว่า “เราเริ่มจัดอาหารกลางวันฟรี 2 วันต่อสัปดาห์ เรามีพ่อครัวของบริษัทเป็นผู้ปรุงอาหาร โดยคำนึงถึงสุขภาพของพนักงานเป็นสำคัญ”

“เสียงตอบรับจากพนักงานนั้นดีมาก พนักงานเข้าออฟฟิศเพิ่มมากขึ้น หลังเราจัดสวัสดิการนี้ อีกทั้ง ยังทำให้การเข้าออฟฟิศสนุกมากขึ้น เหมือนได้เข้าสังคม ซึ่งแตกต่างจากการทำงานที่บ้าน”

โรงแรมสุนัข

พนักงานอาจต้องการอยู่บ้าน เพราะเป็นห่วงสุนัขที่บ้านก็เป็นได้ แต่ถ้าคุณพาสุนัขไปพักที่โรงแรมสุนัข ระหว่างรอคุณทำงานได้ล่ะ

บริษัทผู้ผลิตไส้กรอก Heck ได้สร้าง “โรงแรมสุนัข” ที่สำนักงานใหญ่ในเมืองยอร์คเชียร์ ซึ่งมีพนักงาน 130 คน

โรงแรมสุนัขแห่งนี้ มีขนาด 16 ตารางเมตร โดยมีบ้านขนาดเล็กอยู่ตรงกลาง ที่สุนัขเข้าไปหลบหนาวได้ เพราะมีเครื่องทำความร้อนอยู่ข้างใต้

โรงแรมแห่งนี้ ไม่มีพนักงานคอยดูแลสุนัขให้ แต่เจ้าของสามารถหมั่นมาดูความเรียบร้อยของสัตว์เลี้ยงตัวเองได้

ทีมงานระบุว่า สุนัขดูมีความสุขดี แต่ก็มีเรื่องซน ๆ อยู่บ้าง อย่างสุนัขตัวหนึ่งขุดหลุม เพื่อเล่นกับสุนัขตัวอื่น

“เรามองหาวิธีที่จะผลักดันให้พนักงานเข้ามาทำงานที่โรงงานและสำนักงานใหญ่ของเรา” เดบบี คีเบิล ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทกล่าว

ทริปเที่ยวฟรีวันหยุด

คุณอยากไปเที่ยววันหยุดกับเพื่อนร่วมงานไหม

ทีมงานของ ซาบรินา เชวานเนส มี 14 คน พวกเขาทำงานที่บริษัทด้านการตลาด ที่มีออฟฟิศอยู่ในลอนดอน

เงื่อนไขของการเข้าร่วมทริปวันหยุดนี้ คือ ผู้สนใจเข้าร่วมต้อง “เป็นคนที่เข้างานที่ออฟฟิศ”

“อุปสรรคเดียว คือ การหาวันที่ทุกคนจะไปเที่ยวด้วยกันได้” เชวานเนส กล่าว

SABRINA CHEVANNES

SABRINA CHEVANNES

ทริปล่าสุดของพวกเขา คือ การพาพนักงาน 5 คนไปเที่ยวสเปน โดยทางบริษัทออกค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

“ก่อนหน้านั้น เราไปบัลแกเรีย เพื่อเล่นสกี และเล่นรถเอทีวีที่มาร์ราเคช” เชวานเนส ระบุ “เราจะไปเที่ยวแบบนี้ วันจันทร์ถึงศุกร์เลย ถือว่าทดแทนสัปดาห์ทำงานไป”

“เราเช็คอีเมลบ้าง และทำงานสัก 1 ชั่วโมงต่อวันบ้าง แต่ส่วนใหญ่ เราจะได้ผ่อนคลาย สังสรรค์ และเชื่อมสัมพันธ์”

โซนสุขภาวะที่ดี

หากคุณไปทำงานแล้ว หลังทานอาหารกลางวัน คุณสามารถเล่นโยคะ หรือยืดเส้นสายได้ เหมือนอยู่โรงแรม จะเป็นอย่างไร

ออฟฟิศที่พึ่งปรับปรุงใหม่ของบริษัทบัญชี PwC ในเบลฟาสต์ มีพื้นที่สำหรับกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะที่ดี พื้นที่กว่า 3 พันตารางฟุต ครอบคลุมชั้น 9 ทั้งชั้น

พนักงานที่อยากเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ สามารถจองได้ผ่านแอปพลิเคชัน

“พื้นที่นี้แหละที่เป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้คนกลับเข้าออฟฟิศ” แคเธอรีน ดอลลิเวอร์ หัวหน้าฝ่ายสุขภาวะของ PwC Nl กล่าว “ไม่ว่าจะเป็นการพบปะกับเพื่อน เข้าคลาส หรือปลีกวิเวก จากงานที่ต้องทำ”

โซนนี้ยังมีห้องส่วนตัว สำหรับการหารือกับจิตแพทย์ และกายภาพบำบัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสวัสดิการพนักงานด้วย

นอกจากนี้ หากพนักงานต้องการนวด หรือนวดกดจุด ทางบริษัทก็จะช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่ายให้ด้วย แม้จะไม่ได้ฟรีก็ตาม

แทปเบียร์

หลายบริษัทในสหราชอาณาจักร ได้ติดตั้งเบียร์แทปไว้ในออฟฟิศ เพื่อดึงดูดให้พนักงานอยากกลับเข้าออฟฟิศ

“หลายบริษัทนำเสนอแรงจูงใจที่แปลกใหม่มากขึ้น ในโลกใหม่แห่งการทำงาน นับแต่เกิดโควิด” แพทริก ไอซิตต์ เจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายคอนเทนต์การตลาด บริษัทKitt Offices ที่ให้บริการปรับปรุงออฟฟิศทั่วสหราชอาณาจักร ตามความต้องการของบริษัท

“แต่แรงจูงใจที่ช่วยให้ผู้คนออกมาเจอกันมากขึ้น กลายเป็นมีความสำคัญยิ่งกว่า”

“เรามักจะได้ยินเสียงกดแทปเบียร์ ระหว่างงานสังสรรค์สุดสัปดาห์ หรือหลังเสร็จการประชุม ไม่ได้มีแต่เบียร์นะ แต่มีเครื่องดื่มไม่ผสมแอลกอฮอล์อื่น ๆ ด้วย” เขากล่าว

ห้องสมุด

เหตุผลที่บางคนไม่อยากกลับเข้าไปออฟฟิศ นั่นเพราะเสียงพูดคุยดังอื้ออึง ทำให้เสียสมาธิการทำงาน เป็นเหตุผลที่การทำงานที่บ้านจะเงียบสงบมากกว่า ยกเว้นคุณมีลูกเล็ก

แต่ธุรกิจหลายแห่งเริ่มปรับปรุงออฟฟิศให้มีพื้นที่เงียบสงบสำหรับพนักงานแล้ว ตามคำบอกเล่าของบริษัทสถาปนิก MoreySmith ส่วนใหญ่จะเรียกว่าห้องสมุด ที่พนักงานจะต้องเงียบ ไม่ส่งเสียงดัง

MOREYSMITH

MOREYSMITH

หมายเหตุ : ข่าว บีบีซีไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว