แผนที่ฉบับใหม่ เผยโฉมดาวอังคาร “ทั้งดวงในภาพเดียว” ไม่ต่างจากแผนที่โลก

Center for Space Science/N.Y.U.A.D. แผนที่ดาวอังคารฉบับใหม่

นักวิทยาศาสตร์ นำภาพถ่ายดาวอังคารกว่า 3,000 ภาพ ประกอบมาเป็นแผนที่ดาวอังคารที่งดงามที่สุด

แผนที่ดาวอังคาร ที่มองเห็นดวงดาวได้ทั้งดวงในแผนที่เดียวนี้ ประกอบขึ้นจากภาพถ่าย 3,000 ใบ ที่ยานอวกาศโฮป (Hope) ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บันทึกไว้ อีกทั้ง แผนที่นี้ยังแสดงสีพื้นผิวดาวอังคารตามความเป็นจริงอีกด้วย ทำให้เห็นว่าดาวอังคาร คือ ดาวแดง (Red Planet) จริง ๆ

“สีเหล่านี้ ล้วนเป็นสีตามธรรมชาติของดาวอังคาร” ดร. ดิมิตรา อาตรี นักวิทยาศาสตร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์อวกาศ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก สาขากรุงอาบูดาบี บอกกับนิวยอร์กไทม์ส

“ผมตื่นตาตื่นใจมากกับคุณภาพของภาพที่ได้ ทำให้เห็นดาวอังคารแบบเต็ม ๆ… ผมไม่เคยเห็นดาวอังคารแบบนี้มาก่อน”

สำหรับยานอวกาศโฮปนั้น ได้เข้าสู่วงโคจรดาวอังคารเมื่อกว่า 2 ปีก่อน ด้วยจุดประสงค์เพื่อศึกษาว่า พายุฝุ่นและสภาพอากาศอื่น ๆ ของดาวอังคาร บริเวณใกล้พื้นผิวดวงดาวนั้น จะกระทบต่อความเร็วในการที่อากาศของดาวพุ่งออกสู่อวกาศหรือไม่

แผนที่ดาวอังคารฉบับเต็มที่เปิดให้ประชาชนดาวน์โหลดได้นั้น ยังลงรายละเอียดถึงพื้นที่ต่าง ๆ ของดาวอังคาร ยกตัวอย่างเช่น

ซีกดาวอังคารเหนือ-ใต้ Martian Dichotomy

พื้นที่ซีกเหนือและใต้ของดาวอังคาร มีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยซีกใต้จะมีระดับพื้นผิวที่สูงกว่าซีกเหนือ ราว 1-5 กิโลเมตร ยกตัวอย่าง พื้นที่ต่ำของซีกเหนือจะมีความหนาของดิน 38 กิโลเมตร ส่วนพื้นที่สูงของซีกใต้ จะหนาราว 58 กิโลเมตร ส่วนค่าเฉลี่ยความหนาของพื้นผิวดาวอังคารอยู่ที่ 45 กิโลเมตร

Center for Space Science/N.Y.U.A.D.

Center for Space Science/N.Y.U.A.D.
Martian Dichotomy

ซีกดาวอังคารเหนือ (เรียกตาม ซีกโลกเหนือ) ประกอบด้วยที่ราบลุ่ม ซึ่งไม่มีหลุมบ่อขนาดใหญ่ ดังนั้น ประเมินได้ว่า ซีกเหนือนั้นอาจ “มีอายุน้อยกว่า” ซีกใต้ เพราะซีกใต้จะเต็มไปด้วยหลุมบ่อขนาดใหญ่

ผลการศึกษาชี้ว่า การกำเนิดของซีกเหนือและใต้ของดาวอังคาร อาจมาจากแรงกระแทกรุนแรงแบบครั้งเดียว หรือ การเคลื่อนตัวของเปลือกดาวอังคารจากความร้อนสูงใต้พื้นผิวดาว

ที่ราบสูงภูเขาไฟ (Tharsis Volcanic Region)

ธาร์ซิส คือ ที่ราบสูงชนาดใหญ่ใกล้เส้นศูนย์สูตรในซีกดาวเคราะห์ฝั่งทิศตะวันตกของดาวอังคาร โดยเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะจักรวาล ซึ่งมีชื่อว่า โอลิมปัส (ภูเขาไฟที่สูงที่สุดบนดาวอังคาร) ซึ่งอยู่บริเวณตะวันตกสุด ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีภูเขาไฟรูปโล่อีก 3 ลูก ทอดตัวเรียงกัน คือ อาร์เซีย แอสคาเออุส และพาโวนิส

Center for Space Science/N.Y.U.A.D.

Center for Space Science/N.Y.U.A.D.
Tharsis Volcanic Region

สำหรับชื่อ ธาร์ซิส มาจากการถอดเสียงแบบกรีก-ละติน จากคำว่า ทาร์ซิซ ซึ่งปรากฏในคัมภีร์ฮีบรู

จัตุรัสอาราเบีย (Arabia Quadrangle)

จัตุรัสแห่งนี้ ครอบคลุมพื้นที่แถบอาราเบียของดาวอังคาร ซึ่งรวมถึง เทอร์รา ซาบาเอีย และเมริเดียนี พลานัม ตั้งอยู่บริเวณกลางเส้นแบ่งระหว่างที่ราบของดาวอังคารซีกเหนือ และที่ราบสูงของดาวอังคารซีกใต้

นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่า จัตุรัสอาราเบียน่าจะมีอายุมาก จากความหนาแน่นของหลุมบ่อที่ตั้งอยู่ในแถบนี้

Center for Space Science/N.Y.U.A.D.

Center for Space Science/N.Y.U.A.D.
Arabia Quadrangle

แผนที่ดาวอังคารไม่ใช่เรื่องใหม่

นิวยอร์กไทม์ส รายงานว่า อันที่จริงแล้ว แผนที่ดาวอังคารไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่นัก เพราะในช่วงทศวรรษที่ 1890 นักธุรกิจชาวอเมริกัน เพอร์ซิวัล โลเวลล์ เคยใช้เงินของเขา สร้างหอดูดาวโลเวลล์ ในเมืองแฟลกสตาฟฟ์ รัฐแอริโซนา

ภายหลังที่เขามองดาวอังคารผ่านกล้องโทรทัศน์กว้าง 24 นิ้ว เขาก็ร่างสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นแผนที่คลองที่อารยธรรมดาวอังคารโบราณสร้างไว้ ตามสิ่งที่เขาเชื่อว่า เคยมีสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาอาศัยอยู่บนดาวอังคาร

และอันที่จริงแล้ว ยานอวกาศจำนวนมากได้เดินทางผ่านดาวอังคาร หรือโคจรรอบดาวอังคารมาแล้ว รวมถึง ยานสำรวจดาวอังคารขององค์การนาซา และ มาร์สรีคอนเนสเซนซ์ออร์บิเตอร์ หรือยานอวกาศเอ็มอาร์โอ ที่ได้เคลื่อนเข้าใกล้พื้นผิวดาวอังคารอย่างมาก และบันทึกภาพดาวอังคาร ที่เผยให้เห็นรายละเอียดอย่างทะเลทราย ก้อนหินยักษ์ และอื่น ๆ

ดร. อาตริ เห็นด้วยว่า ภาพของยานอวกาศของนาซา “เป็นภาพที่ยอดเยี่ยม” แต่ “คุณไม่ได้เห็นดวงดาวทั้งดวงในคราวเดียว… แสงจากแต่ละพื้นที่ยังแตกต่างกันได้”

อย่างไรก็ดี ภาพดาวอังคารที่เห็นทั้งดวงในคราวเดียว ก่อนหน้านี้ก็มีเช่นกัน รวมถึง ภาพจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล ที่โคจรรอบโลก ซึ่งเมื่อนักวิทยาศาสตร์นำภาพที่ฮับเบิลถ่ายไว้ มาประกอบกัน ก็จะได้ภาพดาวอังคารทั้งดวง คล้ายกับภาพจากยานอวกาศโฮป

Mars Orbiter Laser Altimeter/NASA

Mars Orbiter Laser Altimeter/NASA
NASA/ESA/CSA/STScI/Webb ERO Production Team

NASA/ESA

แต่ภาพที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก สาขากรุงอาบูดาบี สร้างขึ้นมานั้น มีความพิเศษตรงที่ ดร. อาตริ ใช้ภาพที่มีสภาพแสงตกกระทบพื้นผิวดาวอังคารที่คล้ายกัน มาประกอบเข้าด้วยกัน ยกเว้นภาพหนึ่งที่เกิดเมฆบดบังพื้นผิว โดยกระบวนการนี้ใช้เวลานานหลายเดือน

ทีมวิจัยของ ดร. อาตรี กำลังเขียนบทความวิทยาศาสตร์ เพื่ออธิบายวิธีการประกอบแผนที่นี้ เพื่อที่ในอนาคต ยานอวกาศลำอื่น ๆ ที่เดินทางไปยังดวงดาวอื่น ๆ จะได้นำกระบวนการเดียวกันไปใช้ได้ รวมถึงการสร้างแผนที่ดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี ที่ตอนนี้ ยานอวกาศจูปิเตอร์ ไอซี มูนส์ เอ็กพลอเรอร์ หรือจูซ กำลังมุ่งหน้าไป


หมายเหตุ : ข่าว บีบีซีไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว