“Get Out” หนังสยองขวัญกระแสแรง “บทฉลาด-เล่าดี” รีบไปดูก่อนโดนสปอยล์!

คำแนะนำก่อนชม … ถ้าจะให้ดีไม่ควรดูตัวอย่าง หรืออ่านเรื่องย่อคร่าวๆ เพราะมันมีความสปอยล์ตัวเองอยู่พอสมควร! แต่ถ้าไม่ซีเรียสอะไร ก็ไม่มีปัญหา เพราะเอาเข้าจริงๆ หนังไม่ได้หักมุมชนิดสะเทือนโลกจนต้องพูดถึง เพียงแต่มันคอมพลีตในแง่ความพีคของอารมณ์แบบหนักมาก!

ส่วนตัวผู้เขียนต้องบอกว่ารอดสปอยล์แบบเฉียดฉิวพยายามไม่รับรู้ข้อมูลอะไรไปเลยก่อนจะพบว่ามันทำให้เราอินและสนุกไปกับหนังมาก Get Out เล่าถึง “คริส วอร์ชิงตัน” หนุ่มผิวสีที่มีแฟนสาวผิวขาว ซึ่งเธอได้ชวนคริสกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้าน ด้วยความกังวลว่า ครอบครัวฝ่ายหญิงจะ “ไม่ยอมรับ” ก่อนจะพบว่า ครอบครัวของเธอกลับต้อนรับด้วยอัธยาศัยที่ดี รวมถึงคนใช้-คนสวนที่บ้านก็ยังเป็นคนผิวสี แต่ยิ่งนานเข้า คริสก็เริ่มพบความผิดปกติที่น่ากลัวของบ้านหลังนี้ ภายใต้รอยยิ้ม บุคลิกที่น่ากลัว โดยที่แม่แฟนของเขา เป็นนักสะกดจิต … ขอเล่าคร่าวๆ เท่านี้ ที่เหลือไปลุ้นเอาในโรงกันเอง

Get Out มีการเซ็ตประเด็นที่น่าสนใจ กับการวิพากษ์สังคมอเมริกา ว่าด้วยเรื่อง “การเหยียดสีผิว” ที่เอามาเล่าได้ฉลาด ผ่านสถานการณ์ ไดอะล็อกที่เรียบเฉยแต่เย็นชา รวมถึงการดีไซน์ฉากต่างๆ การกระทำของตัวละคร บท ทุกอย่างสัมพันธ์ และมีผลถึงกันหมดเลย ไม่ใช่จั่วไว้เฉยๆ แต่มันสร้างอิมแพ็คในการคลายปมตอนท้ายมาก รวมถึงอัตลักษณ์ หรือคัลเจอร์บางอย่างของกลุ่มคนผิวสี หนังก็เก็บรายละเอียดได้ดี แถมยังแอบตีความ “การเชิดชู” ในมุมกลับได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งประจวบเหมาะเหลือเกิน ที่หนังถูกปล่อยมาในห้วงเวลาที่ “โดนัลด์ ทรัมป์” ชนะการเลิกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา จึงทำให้คนอเมริกาอินกับการเสียดสีอันแยบคายครั้งนี้มาก

แม้หนังจะไม่ได้มีการเดินเรื่องที่หวือหวา หรือฉากสยอง แต่ Get Out เต็มไปด้วยจังหวะที่แม่นยำ เล่นกับบรรยากาศ “หลอน” แสนคลุมเครือ และไม่น่าไว้วางใจ จากพฤติกรรมแปลกประหลาด เราจะเห็นสีหน้าที่ “น่ากลัว” รอยยิ้มที่มี “บางอย่าง” ซ่อนอยู่ อีกทั้งยังเล่นกับความมิสเตอร์รี่ ความสงสัยได้ดีมาก และมันก็ยกระดับขึ้นเรื่อยๆ จนเราแทบจะประสาทไปกับตัวละคร และทำให้ความอึดอัดของ “คริส” ส่งผ่านมาถึงคนดูแบบเต็มๆ

อย่างไรก็ตาม หนังไม่ได้ปิดความลับจนมิดชิด ทั้งยังให้เบาะแสให้คนดูคาดเดา ปะติดปะต่อเรื่องราวอยู่เรื่อยๆ หลายคนเดาออกไม่ยาก แต่สิ่งที่หนังซัคเซสจริงๆ ก็คือ “อารมณ์” และความสงสัยที่ค่อยๆ ปูมาทั้งเรื่อง มันคลายออกอย่างมีเหตุและผล ที่ส่งให้ช่วงท้ายของหนังสนุก ลุ้นระทึก และจัดหนักแบบนันสต็อป แม้ไม่ได้หักมุมจนเหนือความคาดหมาย แต่ในแง่อารมณ์มันโคตรจะพีค กับประเด็นจิตใจ ความเป็น “มนุษย์” ที่เล่นแรงจนน่ากลัว นั่นเป็นผลจากการที่หนังเล่าดีจริงๆ

อีกจุดเด่นที่หนังทำได้ดีมากคือมุขตลกที่ใส่มาอย่างถูกจังหวะ เป็นมุขที่จริตเข้ากับตัวหนังและไม่ทำลายบรรยากาศจนน่ารำคาญ มันช่วยผ่อนความตึงเครียด และเพลงประกอบที่คุมบรรยากาศหนังได้ดี ฝั่งตัวละครเล่นดีทุกคน แต่ละคนจะมีซีน “ภาพจำ” ที่ต้องถูกพูดถึงหลังดูจบแน่นอน แคสติ้งมาได้ตรงคอนเซ็ปต์ความจิตมาก ในเรื่องนี้ไม่มีใครน่าไว้ใจเลยสักคน (ฮ่าๆ) แต่ที่ต้องปรบมือให้เลยคือ “Daniel Kaluuya” พี่คริสของเรานี่แหละ เล่นดีมาก มีความเจ็บปวดอย่างเข้าใจ แต่ก็เก็บสะสมเหมือนระเบิดเวลา คนดูส่วนใหญ่น่าจะเอาใจช่วยตัวละครตัวนี้


โดยรวม Get Out เป็นหนังสยองขวัญที่เน้นบรรยากาศและการเล่าเรื่องที่ดี และสามารถวิพากษ์สังคมการ “เหยียดสีผิว” ในหนังระทึกขวัญได้อย่างไม่เคอะเขิน หากดูและคิดตามไปกับหนัง จะพบว่ามันมีความลึก แต่ถ้าดูผ่านๆ และชอบหนังที่มีความหวือหวา ระทึกๆ ก็อาจจะเฉยๆ กับเรื่องนี้ ส่วนใครชอบหนังสยองขวัญนิ่งๆ แนว The Visit, It Follows, Split เรื่องนี้ไม่ควรพลาด

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ