จับตา 4 ผู้นำโลกสะเทือน พบกันในเวทีผู้นำ G20 บาหลี ปลายปีนี้

G20 บาหลี อินโดนีเซีย
DITA ALANGKARA / POOL / AFP

โจโควี ประธานาธิบดีอินโดนีเซียในฐานะเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ที่เกาะบาหลี เดือนพฤศจิกายนนี้ เผย ปูติน-สี จิ้นผิง จะเข้าร่วมประชุม ขณะที่ ไบเดน และ เซเลนสกี มาด้วย

วันที่ 19 สิงหาคม 2565 บลูมเบิร์ก รายงานว่า โจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน และวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ต่างวางแผนที่จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกลุ่ม 20 (G20) ที่บาหลี อินโดนีเซีย ในปลายปีนี้

โจโควี กล่าวว่า “สี จิ้นผิงจะมา ประธานาธิบดีปูตินยังบอกกับผมว่าเขาจะมา”

และนี่นับเป็นครั้งแรกที่ผู้นำอินโดนีเซีย ยืนยันว่าทั้ง 2 คนกำลังวางแผนที่จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดในเดือนพฤศจิกายนนี้



ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเชีย-แปซิฟิกในวันนี้ (19 ส.ค.) หลังจากการตีพิมพ์รายงาน เนื่องจากความตึงเครียดทางการเมือง ทำให้นักลงทุนต้องการถือสกุลเงินสหรัฐเพื่อความปลอดภัย

การปรากฏตัวของสี จิ้นผิง และปูตินในการประชุมครั้งนี้ จะทำให้เกิดเผชิญหน้ากับโจ ไบเดน ประธานาธิบดีของสหรัฐ และผู้นำประชาธิปไตยคนอื่น ๆ ซึ่งทั้งหมดมีกำหนดจะพบปะด้วยตนเองเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครน

และการโจมตีดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากปูตินและสี จิ้นผิง ได้ประกาศความเป็นหุ้นส่วน “ไม่มีขีดจำกัด” ได้ไม่นาน จนทำให้ G-20 แตกแยกกันว่าจะคว่ำบาตรรัสเซียหรือไม่

ทางการจีน ยังไม่ยืนยันผู้นำจะออกนอกประเทศหลังโควิด-19

หวัง เหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ปฏิเสธที่จะยืนยันแผนการเดินทางของสี จิ้นผิง ซึ่งไม่ได้ไปต่างประเทศตั้งแต่เริ่มระบาดโควิด-19

“เราพร้อมที่จะยกระดับการประสานงานและความร่วมมือกับอินโดนีเซีย เพื่อให้แน่ใจว่าการประชุมสุดยอดจะประสบความสำเร็จอย่างเต็มที่” โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนกล่าว

ปูตินและโจโกวีพูดคุยถึงการเตรียมการสำหรับการประชุมสุดยอด G-20 ในบาหลี ทางโทรศัพท์เมื่อวันพฤหัสบดี โดยปูตินกล่าวในแถลงการณ์ที่ไม่ได้ระบุว่าผู้นำรัสเซียจะเข้าร่วมหรือไม่ การเข้าร่วมของปูตินอาจทำให้เขาเผชิญหน้ากับ โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การรุกรานของรัสเซียเนื่องจากประธานาธิบดียูเครนมีกำหนดจะอยู่ที่บาหลีด้วย

ไบเดนได้เรียกร้องให้รัสเซียถูกถอดออกจาก G-20 หลังจากการรุกรานยูเครน และก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ของสหรัฐได้กดดันอินโดนีเซียให้กีดกันปูตินออกจากการประชุมสุดยอดที่บาหลี

ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และจีนยังเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าไบเดนและสี จิ้นผินจะไม่ได้อยู่ในเวที โดยเปิดโอกาสให้มีการจัดการประชุมแบบเห็นหน้ากันครั้งแรกนอกรอบการประชุมสุดยอดที่บาหลี จีนยุติการเจรจากับสหรัฐ เกี่ยวกับการป้องกันประเทศและพื้นที่อื่น ๆ หลังจากแนนซี เปโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร เยือนไต้หวัน ขณะที่ทำเนียบขาววิพากษ์วิจารณ์การซ้อมรบทางทหารของปักกิ่งรอบเกาะ

ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย วัย 61 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า “การแข่งขันของประเทศใหญ่ ๆ นั้นน่าเป็นห่วงจริง ๆ” และ “สิ่งที่เราต้องการสำหรับภูมิภาคนี้คือความมั่นคง สงบสุข เพื่อให้เราสามารถสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจได้ และผมคิดว่าไม่ใช่แค่อินโดนีเซีย ประเทศในเอเชียก็ต้องการสิ่งเดียวกันเช่นกัน”

RUSSIA-INDONESIA-POLITICS-DIPLOMACY
Photo by Pavel BEDNYAKOV / Sputnik / AFP

ในฐานะเจ้าภาพ G-20 ในปัจจุบัน อินโดนีเซียพยายามสร้างสมดุลระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างมหาอำนาจในขณะที่ต่อต้านแรงกดดันที่จะกีดกันรัสเซียออกจากการประชุม ภายหลังการเยือนไต้หวันของเปโลซีเมื่อต้นเดือนนี้

กระทรวงการต่างประเทศของอินโดนีเซียกล่าวว่า “โลกต้องการสติปัญญาและความรับผิดชอบเพื่อรักษาสันติภาพและความมั่นคง” พร้อมเน้นว่าเคารพนโยบายจีนเดียวตามที่ประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แสดง

โจโควีปฏิเสธข้อกังวลที่ว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ-จีนเหนือไต้หวันอาจขยายไปสู่ทะเลจีนใต้ ซึ่งอินโดนีเซียอ้างสิทธิในดินแดน โดยกล่าวว่าประเทศต่าง ๆ ควรให้ความสำคัญกับการจัดการกับวิกฤตการณ์ด้านอาหาร พลังงาน และการระบาดใหญ่

ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องการให้ประเทศที่ร่ำรวยขึ้นช่วยจัดหาเงินทุนเพื่อเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนและการลงทุนเพื่อขยายเศรษฐกิจของประเทศ

อินโดนีเซีย วางตัวในเกมการเมืองระหว่างประเทศ

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การลงทุนของสหรัฐในอินโดนีเซียน้อยกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่ารวม 4 หมื่นล้านดอลลาร์ที่จีนและฮ่องกงลงทุนไป บริษัทต่าง ๆ จากประเทศจีนกำลังลงทุนในการสร้างทางหลวงและทางรถไฟความเร็วสูง และทุ่มเงินลงทุนเพื่อสร้างโรงงานแปรรูปสินค้าโภคภัณฑ์

แม้ว่ารัสเซียจะใช้เงินลงทุนเพียงเล็กน้อย แต่บริษัทพลังงานของรัฐอินโดนีเซียอย่าง Pertamina ก็ร่วมทุนกับ Rosneft บริษัทพลังงานรายใหญ่ของรัสเซีย เพื่อสร้างโรงกลั่นมูลค่า 1.35 หมื่นล้านดอลลาร์

โจโควีกล่าวว่า อินโดนีเซียกำลังมองหาการค้าและการลงทุนที่กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และปรับปรุงชีวิตของผู้คน 275 ล้านคนในประเทศ และไม่ได้ต้องการเข้าร่วมกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง


“อินโดนีเซียต้องการเป็นมิตรกับทุกคน” เขากล่าว “เราไม่มีปัญหากับประเทศใด แต่ละประเทศจะมีแนวทางของตนเอง ผู้นำแต่ละคนมีแนวทางของตนเอง แต่สิ่งที่อินโดนีเซียต้องการคือการลงทุนเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนสังคมของเรา”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ