หุ้นไทยวันนี้แนวรับ 1,365 จุด เผชิญฟันด์โฟลว์ไหลออก

หุ้น
ภาพจาก : www.freepik.com

บล.กรุงศรีฯ ประเมินหุ้นไทยอ่อนตัว 1,365-1,370 จุด ราคาน้ำมันดิบทรุดกดดันกลุ่มพลังงาน ทั้ง Fund Flow ไหลออกต่อเนื่องกดดัชนีอ่อนตัว จับตาถ้อยแถลงประธานเฟดบอกแนวโน้มจำนวนครั้งลดดอกเบี้ยปีหน้า

วันที่ 13 ธันวาคม 2566 บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีฯ รายงานว่า ตลาดหุ้นวานนี้ SET Index ลดลง 7 จุด (-0.51%) ปิดที่ระดับ 1,374 จุด นักลงทุนเทขายหุ้นที่มีปัจจัยลบเฉพาะตัวกดดันดัชนี อาทิ กลุ่มโรงไฟฟ้า, กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, ค้าปลีก และกลุ่ม Packaging

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ ประเมิน SET อ่อนตัว 1,365-1,370 จุด แม้คาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะคงดอกเบี้ย 5.25-5.50% ในการประชุมครั้งนี้ หลังดัชนี CPI ทั่วไปของสหรัฐ +3.1% YOY ตามคาด อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงแรงจากความกังวลด้าน Demand จะเป็นลบต่อกลุ่มพลังงาน อีกทั้ง Fund Flow ต่างชาติที่ไหลออกต่อเนื่อง จะกดดันให้ดัชนีอ่อนตัวลง

ประเด็นสําคัญวันนี้ 1.สหรัฐรายงานตัวเลขเงินเฟ้อเดือน พ.ย. In Line กับที่ตลาดคาดไว้ทั้งเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐาน : โดยมีอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ในเดือน พ.ย.ที่ 3.1% ลดลงจาก 3.2% ในเดือน ต.ค. ตามที่ตลาดคาด ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core CPI) ทรงตัวที่ระดับ 4% เท่ากับเดือน ต.ค. และเป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้เช่นกัน

2.น้ำมันดิบร่วงต่ำสุดในรอบ 6 เดือน กังวลเฟดคงดอกเบี้ยสูงนานกดดันดีมานด์น้ำมัน : โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 2.71 ดอลลาร์ หรือ 3.8% ปิดที่ 68.61 ดอลลาร์/บาร์เรล จากเงินเฟ้อลดลงช้ากังวลเฟดคงดอกเบี้ยสูงเป็นเวลานาน กดดันดีมานด์ในอนาคต, ไม่มั่นใจข้อตกลงของกลุ่ม OPEC ลดการผลิต 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพราะเป็นแบบสมัครใจไม่ได้บังคับ

3.คืนนี้มี FED Meeting จับตาถ้อยแถลงของประธานเฟด, Dot Plot และคาดการณ์ GDP ปีหน้าของสหรัฐ : โดยยังคงมุมมองเดิม คาดเฟดคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 5.25-5.5% ตามเดิม ซึ่งตลาดรับรู้ไปแล้ว แต่มีสิ่งที่ต้องติดตามเพิ่มและอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาด คือ การกล่าวถ้อยแถลงของประธานเฟดหลังการประชุม, FED Dot Plot บอกแนวโน้มและจํานวนครั้งในการลดดอกเบี้ยปีหน้า รวมไปถึงคาดการณ์ GDP ของสหรัฐเพื่อหาสัญญาณการเกิด Recession

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ GULF, GPSC, BGRIM, SCGP, SCC, EPG อานิสงส์ต้นทุนพลังงานอ่อนตัวลง KCE, HANA อานิสงส์เงินบาทอ่อนตัวลง WHA, AMATA, CBG, TU, ITC, AUCT, PLANB, SABINA แนวโน้ม 4Q23 เติบโต

หุ้นแนะนําวันนี้

EPG (ปิด 7.10 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 8.75 บาท) ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว สะท้อนจากผลกําไรสุทธิใน 2Q24 (ก.ค.-ก.ย. 23) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 431 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 9 ไตรมาส ขณะที่วันนี้ได้ Sentiment บวกจากราคาน้ำมันดิบร่วงแรง ส่งผลดีต่อแนวโน้มต้นทุนการผลิตที่ลดลง หนุนให้ GPM เพิ่มขึ้น


III (ปิด 10.20 ซื้อ/เป้า 14.80 บาท) ราคาร่วงลงราว 23% ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ทําให้ Valuation เริ่มน่าสนใจ ระยะสั้นมี Sentiment บวกอัตราระวาง ขนส่งทางอากาศฟื้นตัวแรง ส่งผลบวกโดยตรงต่อธุรกิจตัวแทนขายระวางสินค้า สายการบิน (GSA) ซึ่งในตลาดหุ้นไทยมี III ดําเนินการเพียงผู้เดียว โดยถือหุ้นผ่าน ANI ซึ่งกําลังจะเข้าซื้อขายพรุ่งนี้เป็นวันแรก)