เปิดปฏิบัติการ ‘เคาะประตูบ้านทุกชุมชน’ แก้ปัญหาไฟป่า พัชรวาท จี้แก้ต้นเหตฝุ่น PM 2.5

เปิดปฏิบัติการ 'เคาะประตูบ้านทุกชุมชน'แก้ปัญหาไฟป่า พัชรวาท จี้แก้ต้นเหตฝุ่น PM2.5

กรมอุทยานฯ รับนโยบาย “พัชรวาท” สั่งปูพรมเคาะประตูบ้านทุกชุมชน เขตป่าช่วยป้องกันและดับไฟป่า ต้นเหตฝุ่น PM 2.5 พร้อมบังคับใช้กฎหมายเฉียบขาด ลุยจับขบวนการค้าสัตว์ป่า-สกัดกั้นของป่าผิดกฎหมายข้ามแดน

วันที่ 10 เมษายน 2567 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า ตามที่สถานการณ์หมอกควันไฟป่าของพื้นที่ภาคเหนือยังมีความรุนแรงอยู่ในขณะนี้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้สั่งการด่วนมายังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เพื่อให้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานป้องกันและควบคุมไฟป่า ออกปฏิบัติงานในลักษณะเคาะประตูบ้านในชุมชน และหมู่บ้านซึ่งมีพื้นที่อยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์หรืออยู่บริเวณแนวชายขอบ เพื่อเป็นการป้องปรามการลักลอบเข้าไปกระทำผิดในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยการจุดไฟเผาป่า ลักลอบล่าสัตว์ป่า หรือเก็บหาของป่า

กรมอุทยานแห่งชาติฯ สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ภาคสนามทุกแห่ง ปฏิบัติตามข้อสั่งการโดยการจัดชุดลาดตระเวนเคลื่อนที่เร็ว สายตรวจรถจักรยานยนต์ สายตรวจรถยนต์ ตลอดจนการเดินเท้า เพื่อเข้าไปยังพื้นที่เป้าหมายในลักษณะเคาะประตูบ้าน

ทั้งนี้ ได้รับรายงานจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 แม่สะเรียง ว่าได้เปิดยุทธการในการออกดำเนินจัดชุดลาดลาดตระเวนเฝ้าระวังในพื้นที่ จัดชุดปฏิบัติการรถยนต์ ชุดเคลื่อนที่เร็วโดยมอเตอร์ไซค์ ในการออกปฏิบัติการ ตามสั่งการและนโยบายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และหากตรวจพบว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นในพื้นที่ ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาดทุกราย

นายอรรถพลเปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายชัยชาญ ศรียงค์ หัวหน้าสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 ภาคเหนือ ภายใต้การอำนวยการของนายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า ออกปฏิบัติงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ปราบปราม การลักลอบค้าสัตว์ป่าบริเวณจุดผ่อนปรน บ้านแจมป๋อง หมู่ 5 ตำบลหล่ายงาว อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย

Advertisment

โดยผลการปฏิบัติงานสามารถตรวจยึดจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย
1.นายทรายแก้ว (ขอสงวนนามสกุล) เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว
2.นางสอน (ขอสงวนนามสกุล) เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว
3.นางซองนารี (ขอสงวนนามสกุล) เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว
4.นายเพ็ง (ขอสงวนนามสกุล) บัานหาดน้ำ เมืองพระอุดม แขวงบ่อแก้ว เมืองห้วยทราย

สามารถตรวจยึดของกลางการกระทำผิด ได้แก่

– ซากเม่นใหญ่ 13 ตัว 79 กิโลกรัม
– ซากเก้งชิ้น 42.5 กิโลกรัม
– ซากหัวเก้ง 11 หัว
– ซากกะรอก 31 ตัว 8.5 กิโลกรัม
– พญากะรอก 2 ตัว 3.5 กิโลกรัม
– ซากอีเห็น 13 ตัว 35 กิโลกรัม
– มีด 3 เล่ม
– เขียง 1 อัน
– ตาชั่ง 4 เครื่อง

โดยกล่าวหาว่า มีการกระทำผิด พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 17 และมาตรา 29 ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครอง และค้าหรือจำหน่าย ซึ่งสัตว์ป่าสงวนสัตว์คุ้มครองซากของสัตว์ป่าดังกล่าว คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันทำบันทึกตรวจยึดจับกุมนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวียงเเก่น อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งการจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้มีการปลอมแปลงตัว เพื่อแฝงเข้าไปในกลุ่มผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย

Advertisment

ทั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามนโยบายของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้สั่งการให้ดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดกับผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าและของป่าผิดกฎหมาย ทั้งภายในประเทศ ตลอดจนการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามแดน ซึ่งการลักลอบล่าสัตว์ป่านี้ ถือเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดไฟป่า เนื่องจากผู้ลักลอบกระทำความผิด อาจมีการจุดไฟเผาป่าเพื่อไล่ต้อนสัตว์ป่าแล้วดักยิง อีกทั้งการลักลอบหาของป่าผิดกฎหมาย ก็เป็นสาเหตุของการเกิดหมอกควันไฟป่าเช่นกัน

ดังนั้น การจับกุมปราบปรามดำเนินคดีกับผู้ลักลอบค้าสัตว์ป่าและของป่าผิดกฎหมาย จึงเป็นการป้องกันบรรเทาปัญหาไฟป่าได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติฯจะดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดกับผู้กระทำผิดทุกราย