“บางจาก” ผนึก “น้ำตาลขอนแก่น” BBGI ตั้งเป้าผลิตเอทานอลล้านลิตร

เมื่อเทรนด์พลังงานโลกเปลี่ยนไปสู่การแข่งขัน by product ที่มีมูลค่าสูง การนำเอาพืชผลทางการเกษตรไปใช้ประโยชน์จึงมีความสำคัญ และยังเป็นการรองรับนโยบายรัฐ “bioindustry” BBGI หนึ่งในกลุ่มบริษัทจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพ ผลิตและจำหน่ายเอทานอล ไบโอดีเซลรายใหญ่ของไทย ภายใต้การนำของ นายพงษ์ชัย ชัยจิรวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI

บางจากผนึก KSL

กลุ่มบางจากและกลุ่มน้ำตาลขอนแก่น ได้ร่วมทุนกันจัดตั้ง “BBGI” เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยถือหุ้นในบริษัทย่อย 3 บริษัท ได้แก่ บมจ.เคเอสแอล กรีน อินโนเวชั่น (KGI) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเอทานอลที่ใช้กากน้ำตาลเป็นวัตถุดิบ บริษัท บางจากไบโอเอทานอล (ฉะเชิงเทรา) จำกัด (BBE) ผู้ผลิตและจำหน่ายเอทานอลจากมันสำปะหลังสดและมันสำปะหลังเส้น และบริษัท บางจากไบโอฟูเอล จำกัด (BBF) ผู้ผลิตและจำหน่ายไบโอดีเซล โดยใช้น้ำมันปาล์มดิบเป็นวัตถุดิบในการผลิต ล่าสุด BBGI ได้ขยายธุรกิจเอทานอล รองรับเทรนด์ใหม่ของธุรกิจพลังงาน สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการใช้สินค้าเกษตรด้วย

สยายปีกรุกขายเอทานอล

แผนธุรกิจระยะ 2 ปี BBGI อยู่ระหว่างเตรียมการลงทุนขยายธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอลเพิ่มอีก 3 แสนลิตร/วัน มูลค่า 15,500 ล้านบาท จากกำลังการผลิตเอทานอล 5 แสนลิตร/วัน มาอยู่ที่ 8 แสนลิตร/วัน โดยมีแผนใช้เงินสดผลิต 1 แสนลิตร อีก 2 แสนลิตร และจะใช้วิธีระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ขณะเดียวกันบริษัทตั้งเป้าจะขยายกำลังการผลิตถึง 1 ล้านลิตร/วัน เช่นเดียวกับไบโอดีเซลที่ตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 1 ล้านลิตร/วัน จากปัจจุบันที่มี 9.3 แสนลิตร/วัน เพื่อรองรับความต้องการใช้ไบโอดีเซล หรือ B100 ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

ดังนั้นสิ้นปีนี้กำลังการผลิตไบโอดีเซลได้ 7 ล้านลิตร/วัน จากปัจจุบัน 4.5 ล้านลิตร/วัน เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำมันกลุ่มดีเซลเติบโต 2.8% ต่อปี และกลุ่มเบนซินเติบโต 3-4% ต่อปี ขณะที่ความต้องการใช้เอทานอลในปริมาณ 4.4 ล้านลิตร/วัน กำลังการผลิตอยู่ที่ 6 ล้านลิตร/วัน ขยายตัวเฉลี่ย 6-7% ต่อปี และคาดว่าจะโตต่อเนื่อง เป็นผลจากความต้องการใช้น้ำมัน E20 และ 85 เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน

“ผมมองว่าธุรกิจไบโอเอทานอลยังคงโตอยู่ แต่เราจะไม่ประมาท ซึ่งได้เตรียมแผนการรองรับแล้ว ดังนั้น เราจึงเพิ่มกำลังผลิต จากน้ำตาลโมลาสสู่เอทานอล โดยวางแผนทั้งวัตถุดิบและโลจิสติกส์มันสำปะหลัง เพื่อทำเอทานอล ในประเทศไทยยังคง over supply ประกอบกับปัจจัยน้ำอ้อยจะทำให้ภาพการผลิตเปลี่ยนไป ดังนั้นการต่อยอดงานวิจัยจึงจำเป็น การแข่งขันตลาดนี้ไทยยังมีเพียง 3-4 ราย ถือว่ายังน้อยไป แต่อนาคตเชื่อว่าจะสูงขึ้น”

จี้รัฐหนุนไบโอดีเซล


อย่างไรก็ตาม การเพิ่มสัดส่วนการผลิตไบโอดีเซลต้องคำนึงถึงทิศทางนโยบายของรัฐบาลที่จะใช้ไบโอดีเซลเป็นส่วนผสมในน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นจาก 7% เป็น 10% ในระยะยาวหรือไม่ ซึ่งบริษัทมองว่า ตลาดมีอัตราการเติบโตทุกปี เพราะเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้เอง จึงมั่นใจได้ว่าถ้ามีการเพิ่มกำลังการผลิตจะมีตลาดรองรับแน่นอน แม้ว่าเอทานอลจะอยู่ในช่วงขาลง รวมทั้งปัจจัยอื่น เช่น ข้อจำกัดพระราชบัญญัติอ้อย ข้อกฎหมายพื้นที่ผังเมือง เป็นต้น แต่ทั้งนี้ หากรัฐบาลส่งเสริมการใช้จะเป็นการเพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมได้อีก