“ปธ.กกต.” บอก “อาวุธลับ” ส่งศาลรธน.ตีความกฎหมายลูก กกต. แค่พูดเล่น

“ปธ.กกต.“ บอก ”อาวุธลับ” ส่งศาลรธน.ตีความกฎหมายลูกกกต.แค่พูดเล่น ยันต้องศึกษาช่องทางให้รอบคอบ

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 7 กรกฎาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ระบุว่ามีกฎหมายพิเศษช่วยให้ กกต.อยู่รักษาการต่อไป ว่า ตนพูดเล่นๆ สนุกๆ สื่อมวลชนไปเขียนเอง ไม่ได้มีเจตนาอะไร เป็นการพูดให้ตื่นเต้น เช่นเดียวกับช่องทางในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ว่า กกต.มีอาวุธลับนั้นก็เป็นการพูดเล่นให้ตื่นเต้น เกิดความครื้นเครง เพราะเห็นสื่อมวลชนเครียดๆ กัน ทั้งนี้ สำหรับช่องทางในการที่จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้น กกต.จำเป็นต้องศึกษาให้เกิดความรอบคอบ ต้องดูว่ามีช่องทางใดบ้างที่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งกระบวนการจะเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะ กกต.เห็นว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญไม่เป็นไปตามบทบัญญัติหรือเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีถ้อยคำเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญญัตติไว้

นายศุภชัยกล่าวถึงการจัดสัมมนายกร่างระเบียบและประกาศตามร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-6 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ทางด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ ได้เชิญตัวแทนของ กกต.และตัวแทนพรรคการเมืองมาระดมความเห็นเพื่อจัดทำประกาศและระเบียบฯให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ทั้งนี้ เพื่อให้การทำงานสามารถปฏิบัติได้อย่างสะดวก ไม่ติดขัด หรือมีปัญหาในภายหลัง ส่วนข้อกังวลว่าหากกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. มีปัญหาภายหลังจนต้องมีการตั้งกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายหรือส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจะส่งผลต่อโรดแมปการเลือกตั้งหรือไม่นั้น ส่วนตัวเห็นว่าประเด็นนี้ยังเป็นเรื่องของเหตุการณ์ในอนาคต เพราะการจะตั้งกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่ายหรือส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้นจำเป็นต้องดูว่าเนื้อหาของร่างฯขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ การดำเนินการสิ่งใดต้องมีเหตุและผล ไม่ใช่นึกอยากจะทำอะไรก็ทำหรืออยากจะยื่นอะไรก็ยื่น

“ขอยืนยันว่าการดำเนินการของกกต.ดำเนินการภายใต้กรอบของกฎหมายที่รัฐธรรมนูญให้อำนาจไว้ ไม่ได้ยื้อหรือต้องการรักษาเก้าอี้ พวกเราไม่ติดยึด จะให้ออกจากตำแหน่งวันนี้หรือวันไหนเราก็ต้องออก เมื่อกฎหมายออกมาอย่างไรเราพร้อมปฏิบัติตาม” ประธานกกต. กล่าว

 

Advertisment

 

ที่มา : มติชนออนไลน์